เปิดตำนาน วังสระปทุม พระตำหนักแห่งรักของพ่อหลวงและแม่แห่งแผ่นดิน

วังสระปทุม

        เปิด วังสระปทุม สถานที่สำคัญของเจ้านายชั้นสูงหลายพระองค์ นอกจากจะมีประวัติความเป็นมายาวนานและมีสถาปัตยกรรมงดงามแล้ว ยังเป็นวังที่มีเหตุการณ์สำคัญกับปวงชนชาวไทยเกิดขึ้นที่นี่ด้วย
 
        แม้ตั้งอยู่ใจกลางย่านเศรษฐกิจของประเทศ แต่ วังสระปทุม แห่งนี้ก็ยังคงไว้ซึ่งลักษณะที่สวยงามเฉพาะตัวพร้อมกับประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน อีกทั้งยังเคยเป็นสถานที่จัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสระหว่าง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เจ้านายที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย ซึ่งในวันนี้เราจะพาไปย้อนอดีตที่มาและความสำคัญของวังแห่งนี้กันค่ะ

วังสระปทุม

วังสระปทุม
ภาพจาก เฟซบุ๊ก พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า : Queen Savang Vadhana Museum

ประวัติ
 
        พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานที่ดินบริเวณถนนปทุมวันถึงคลองแสนแสบ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ในการสร้างวัง แต่ยังไม่ทันได้ดำเนินการ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ เสด็จไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเสียก่อน ดังนั้นการสร้างวังจึงถูกพักไว้

        ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ก็ทรงสานต่อพระราชประสงค์ของรัชกาลที่ 5 โดยพระราชทานสิทธิ์ในที่ดินบริเวณนั้นให้เป็นของ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ ในเวลาต่อมา

        หลังจากนั้น สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ก็ได้เสด็จฯ ออกจากพระบรมมหาราชวัง และไปประทับ ณ พลับพลาไม้ริมคลองแสนแสบ ในช่วงระหว่างดำเนินการก่อสร้างวังบนที่ดินพระราชทานเป็นการชั่วคราว สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงวางผังในการสร้างพระตำหนักด้วยพระองค์เอง ให้ถูกต้องตามฤดูกาลและทิศทางลม เนื่องจากพระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพทางด้านนี้เป็นอย่างมาก หลังจากการสร้างพระตำหนักแล้วเสร็จ พระองค์ก็เสด็จฯ มาประทับอยู่เป็นการถาวร
 
        เมื่อสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ เสด็จกลับไทยแล้ว สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า จึงโปรดให้สร้างพระตำหนักขึ้นอีกหลังเพื่อใช้เป็นที่ประทับของพระราชโอรส ต่อมาสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ เสด็จสวรรคต ปี พ.ศ. 2472 วังสระปทุมแห่งนี้ก็ยังใช้เป็นที่ประทับของ พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จนกระทั่ง ปี พ.ศ. 2498 พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าเสด็จสวรรคต และต่อมาในปี พ.ศ. 2538 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานวังสระปทุมแห่งนี้ให้เป็นที่ประทับของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาจนถึงปัจจุบัน

วังสระปทุม

วังสระปทุม

วังสระปทุม
ภาพจาก office.bangkok

ลักษณะและสถาปัตยกรรม

 
        เดิมพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าได้โปรดเกล้าฯ ให้ใช้พื้นที่โดยรอบวังปลูกต้นไม้และพืชผักนานาชนิด แต่ในปัจจุบันพื้นที่วังสระปทุมแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือส่วนที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับอยู่ และส่วนที่ให้เช่าทำห้างสรรพสินค้า

        ด้านสถาปัตยกรรม มีการดำเนินการออกแบบและก่อสร้างโดย เปาโล ปิอาชินี สถาปนิกชาวอิตาเลียน ที่เน้นโครงสร้างหลักของอาคารให้เป็นรูปทรงแบบยุโรป ตกแต่งอาคารด้วยการทาสีสว่างซึ่งจะไม่ทำให้ตัวอาคารอมความร้อนเอาไว้ ภายในวังสระปทุมประกอบด้วยพระตำหนักทั้งหมด 3 แห่ง และเรือนข้าราชบริพารอีก 1 แห่ง ดังนี้
 
- พระตำหนักใหญ่

        เป็นพระตำหนักใหญ่ที่ตั้งอยู่เกือบใจกลางของวังสระปทุม ซึ่งพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงใช้เป็นตำหนักที่ประทับ ลักษณะโครงสร้างเป็นสไตล์ยุโรป รูปแบบอาคาร 2 ชั้น ตกแต่งอาคารพระตำหนักด้วยสีเหลืองเข้ม ภายในถูกแบ่งออกเป็นห้องและพื้นที่ต่าง ๆ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งงานชั้นเยี่ยมจากต่างประเทศส่วนใหญ่

        ความพิเศษของการออกแบบนั่นก็คือ พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทรงออกแบบผังภายในอาคารให้สามารถรับลมและแสงได้อย่างเหมาะสม จนทำให้มีอากาศถ่ายเทสะดวก อีกทั้งพระตำหนักแห่งนี้ยังเคยเป็นที่รับรองพระราชอาคันตุกะสำคัญ

        ซึ่งปัจจุบัน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงจัดตั้งให้เป็น “พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ตามพระราชปรารภแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 

- พระตำหนักเขียว

        ตั้งอยู่บริเวณริมคลองแสนแสบและเป็นพระตำหนักที่พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นแห่งแรก เพื่อใช้เป็นที่ประทับภายในวังสระปทุม ลักษณะของพระตำหนักเขียว เป็นอาคารที่ก่ออิฐถือปูน ตกแต่งตัวอาคารด้วยสีเขียว และเคยใช้เป็นที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์

- พระตำหนักใหม่ หรือพระตำหนักสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงสงขลานครินทร์

        พระตำหนักแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นใหม่หลังจากที่สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงสงขลานครินทร์ ทรงสำเร็จการศึกษาและเสด็จกลับไทย โดยให้ หม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ กฤดากร เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบและดำเนินการก่อสร้าง มีลักษณะอาคารที่เป็นแบบอังกฤษ ต่อมาชาววังได้ขนานนามพระตำหนักแห่งนี้ว่า “พระตำหนักใหม่” นั่นเอง

- เรือนข้าราชบริพาร

        เป็นที่พักอาศัยสำหรับข้าราชบริพาร ซึ่งมีการก่อสร้างถึง 2 ครั้งด้วยกัน ในครั้งแรกนั้นสร้างขึ้นพร้อมพระตำหนักใหญ่ เป็นเรือนไม้ชั้นเดียว ตกแต่งด้วยสีเขียว มีการฉลุขอบเชิงชายและช่องลมให้เป็นจุดเด่น และในครั้งที่ 2 สร้างขึ้นพร้อมพระตำหนักใหม่ ด้วยการก่ออิฐถือปูนให้เป็นอาคาร 2 ชั้น

ความสำคัญ
 
        วังสระปทุมแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงที่ประทับของเจ้านายชั้นสูงเท่านั้น เพราะยังเป็นสถานที่สำคัญที่ควรค่าแก่ความทรงจำ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นวังแห่งความรัก เนื่องจากเคยใช้เป็นสถานที่จัดพิธีอภิเษกสมรสระหว่าง สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2463 ซึ่งในคราวนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธาน
 
        ต่อมาวังสระปทุมแห่งนี้ก็ได้ก่อกำเนิดความรักขึ้นอีกครั้ง และเป็นครั้งสำคัญที่นำความปลาบปลื้มมาให้พสกนิกรชาวไทย นั่นก็คือ เป็นสถานที่จัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสระหว่าง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยมีสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าเป็นองค์ประธาน เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 

        ในการนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงลงพระปรมาภิไธยในทะเบียนสมรสและโปรดให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ลงพระนามด้วยเช่นกัน พร้อมทั้งพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราชสักขีลงนามในทะเบียนด้วย หลังจากนั้นสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าเสด็จออกในพระราชพิธีถวายน้ำพระพุทธมนต์เทพมนต์ แด่ทั้ง 2 พระองค์ และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์อ่านประกาศสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชินี พระยศของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อีกด้วย
 
การเข้าชมพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
 
        วังสระปทุมจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้เฉพาะส่วนของพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าเท่านั้น และเปิดเพียงปีละ 3 ครั้ง ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 150 บาท และนักเรียน-นักศึกษา 50 บาท หากใครสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและจองล่วงหน้าได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-252-1965-7 ที่อยู่ เลขที่ 195 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

วังสระปทุม
ภาพจาก เฟซบุ๊ก พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า : Queen Savang Vadhana Museum 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Wikipedia และ เฟซบุ๊ก พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า : Queen Savang Vadhana Museum 
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เปิดตำนาน วังสระปทุม พระตำหนักแห่งรักของพ่อหลวงและแม่แห่งแผ่นดิน โพสต์เมื่อ 3 พฤศจิกายน 2559 เวลา 17:55:53 66,453 อ่าน
TOP