วิธีออกแบบบ้านเองด้วย Sketch up พร้อมทำตารางคำนวณงบสร้างบ้าน

วิธีออกแบบบ้านเอง

          วิธีใช้โปรแกรม Sketch up ออกแบบบ้าน และวิธีทำตารางคำนวณค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้านด้วยโปรแกรม Excel สอนออกแบบบ้านเองโดยวิศวกร
 

          อยากออกแบบบ้านเอง แต่ไม่รู้ใช้โปรแกรมอะไรดี เคยได้ยินชื่อโปรแกรม Sketch up แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร เพจ เฟซบุ๊ก Civilman Myhome วิศวกรตัวจริงจะมาสอนวิธีออกแบบบ้านเองผ่านโปรแกรมออกแบบ Sketch up และสอนวิธีทำตารางคำนวณค่าใช้จ่ายการสร้างบ้านด้วยโปรแกรม Excel อีกด้วย

รายงานวิศวกรสร้างบ้านฉบับที่ 1 โดย เฟซบุ๊ก Civilman Myhome
 
          ผมได้มีโอกาสในการสร้างบ้านของผมเอง เป็นบ้านของคุณพ่อคุณแม่ผม ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบไปจนถึงการสร้างจนแล้วเสร็จ เป็นโอกาสอันดีที่จะได้รวบรวมข้อมูลตั้งแต่ต้นจนจบให้ผู้ที่มีความสนใจได้ศึกษาและติดตามกันครับ ถ้าผิดถูกอย่างไรก็สามารถแนะนำได้ครับ ผมจะเป็นตัวหลักในการออกแบบสถาปัตยกรรมและโครงสร้าง คือนอกจากผมจะจบจากคณะวิศวกรรมและมีใบอนุญาตสาขาโยธาแล้ว ผมเคยศึกษาสาขาวิชา Interior and Product Design ซึ่งเป็นสถาบันของต่างประเทศที่เข้ามาเปิดในประเทศไทย และในระหว่างที่ทำงานก็จะใช้ทั้ง 2 สาขาประกอบกัน
 
          โดยปกติผมจะรับงานทั้งงานออกแบบและงานให้คำแนะนำต่าง ๆ งานบ้านเป็นหลัก และจะเห็นทั้งข้อดี-ข้อเสียของบ้านแต่ละสไตล์ จึงมีโอกาสได้สังเกตและเอามาปรับใช้ในการออกแบบบ้านตัวเอง เพื่อให้ลักษณะการใช้งานตรงตามความต้องการของเจ้าของบ้านให้ได้มากที่สุด สำหรับบ้านนี้ผมเลือกสไตล์โมเดิร์น เพราะ “ยืดหยุ่นในการใช้งาน” ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่สุด ส่วนลำดับรอง ๆ ลงมาก็คือ “ประหยัดเวลาและค่าก่อสร้าง” และสไตล์ย่อยเป็นคลาสสิกลอฟท์ โปรแกรมที่ผมใช้ในการออกแบบคือ “Sketch up ใช้ในการขึ้นรูป 3 มิติ” และ “Excel ใช้ในการคำนวณต่าง ๆ”
 
วิธีออกแบบบ้านเอง

วิธีออกแบบบ้านเอง

วิธีออกแบบบ้านเอง

วิธีออกแบบบ้านเอง

          - หลังจากเก็บข้อมูลต่าง ๆ ก็ทำการขึ้นรูปแบบบ้าน อันนี้คือรูปบ้านของผมทั้ง 4 มุมจากโปรแกรม Sketch up และในโปรแกรม 3 มิติทั้งหมด ผมใช้ผิวของวัสดุจริงใส่ลงในโปรแกรมเพื่อให้ภาพที่ได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุดครับ
 
วิธีออกแบบบ้านเอง

          - เมื่อมองจากมุมบนจะเห็นว่าที่ดินเป็นรูปสี่เหลี่ยม จะมีด้านขวา (ในวงสีส้ม) จะเป็นด้านเดียวที่มีบ้านข้างเคียงปลูกอยู่ก่อนแล้ว ผมจึงปลูกบ้านชิดด้านขวาและวางถังบำบัดน้ำเสีย (วงสีน้ำเงิน) และถังเก็บน้ำ (วงสีเขียว) ไว้ที่ด้านขวาทั้งหมด เพื่อเปิดพื้นที่ทางด้านซ้ายให้โล่งไว้เผื่อทำประโยชน์
 
          - จะเห็นว่าจะผนังบ้าน (ในแนวสีแดง) ผมไม่ได้ทำผนังยื่นออกมา ซึ่งเป็นสิ่งที่คนในบ้านต้องการเพราะทางบ้านชอบทำกิจกรรมนอกบ้าน การไม่มีเหลี่ยมผนังยื่นออกมาก็จะทำให้รู้สึกว่าเดินรอบ ๆ บ้านได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะฝั่งถังบำบัดน้ำเสีย (ซึ่งคุณพ่อผมมีแผนว่าจะปลูกต้นไม้บริเวณนี้) ในขณะเดียวกันถ้ามีกำแพงยื่นออกมาทางฝั่งขวาก็ต้องเขยิบบ้านไปทางซ้ายอีกเพื่อให้ได้ระยะร่น ก็จะเสียพื้นที่ทางฝั่งซ้ายไปด้วย
 
          - ปัญหาที่เคยเจอก็คือบ้านบางหลังมีถังบำบัดหลายจุด อาจวางไว้หน้าบ้านหรือช่วงกลางบ้าน ซึ่งจะเสียรูปลักษณ์ภายนอกและทำให้เสียพื้นที่ใช้งาน เพราะตัวถังบำบัดไม่สามารถรับน้ำหนักมาก ๆ ได้จึงไม่สามารถทำถนนได้ รวมถึงต้องทำรางน้ำจากบ่อบำบัดไปรวมกับบ่อระบายน้ำหลักก็ทำให้เกิดความยุ่งยากทั้งในการก่อสร้างและการดูแลรักษา เพราะตำแหน่งรางนี้จะเปราะกว่าตำแหน่งอื่น ๆ ของพื้น ถ้ารถน้ำหนักมากและเหยียบก็จะเกิดความเสียหาย
 
          - รวมถึงในกรณีที่บ้านมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้น ตำแหน่งนี้ก็จะเป็นจุดที่พังก่อนจุดอื่น ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นผลเสียต่อเจ้าของบ้านในระยะยาว และในการแก้ไขงานก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งอาจจะต้องทุบรื้อพื้นและขุดถังบำบัดขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนหรือจัดวางใหม่ และจะทำให้ห้องน้ำห้องนั้น ๆ ไม่สามารถใช้งานได้ด้วย ซึ่งผมจะพยายามออกแบบให้ถังบำบัดมีน้อยจุดเท่าที่จะทำได้ และไม่สร้างความซับซ้อนในการออกแบบเพื่อผลประโยชน์ของเจ้าของบ้านครับ
 
วิธีออกแบบบ้านเอง

          - ภาพนี้ขยายให้เห็นบริเวณถังบำบัดน้ำเสีย จะมีท่อต่าง ๆ เอามารวมไว้ในตำแหน่งเดียวกัน ถ้ามองในวงกลมสีส้ม จะประกอบด้วยท่อสิ่งปฏิกูล (ท่อสีแดง) จะต่อเข้าถังบำบัด ท่อน้ำทิ้ง (ท่อสีเขียว) จะต่อเข้าบ่อน้ำทิ้ง ท่ออากาศ (ท่อสีฟ้า) จะต่อเข้าถังบำบัดและท่อในตำแหน่งต่าง ๆ ท่อน้ำดี (สีม่วง) ต่อจากถังเก็บน้ำเข้าไปในอาคาร และท่อไฟฟ้า (สีเหลือง) วิ่งจากริมรั้วเข้าไปหาอาคาร
 
          - บริเวณริมรั้ว (วงกลมสีน้ำเงิน) จะประกอบไปด้วย ท่อน้ำดีขนาด ½ นิ้ว จากมิเตอร์น้ำเข้าสู่ถังเก็บน้ำเข้าระบบปั้มน้ำ (แนวสีน้ำเงิน) ท่อน้ำดีขนาด 1 นิ้ว จากถังเก็บน้ำและปั้มน้ำเข้าสู่ตัวบ้าน (แนวสีชมพู) และแนวท่อไฟฟ้าจากมิเตอร์ไฟเข้าสู่บ้าน (แนวสีเหลือง) จะเห็นว่าผมรวมเอาแนวท่อต่าง ๆ ไว้ทางฝั่งขวาเพื่อที่ว่าในอนาคตจะทำการก่อสร้างบริเวณฝั่งซ้าย ก็จะไม่กระทบต่องานระบบทำให้พื้นที่ฝั่งซ้ายสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ในอนาคต
 
วิธีออกแบบบ้านเอง

          - เมื่อมองจากด้านข้างจะเห็นว่างานระบบต่าง ๆ ถูกออกแบบและจัดวางให้อยู่ในบริเวณเดียวกันเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการใช้พื้นที่สูงสุด และการเขียนภาพ 3 มิติ ก็ทำให้เราทราบที่มาที่ไปและเกิดความมั่นใจว่าจะทำได้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจตรงกัน ทั้งงานไฟฟ้าและงานสุขาภิบาลและเกิดงานออกแบบที่คุณภาพสูงสุดครับ
 
          - ปัญหาที่เคยเจอมาก็คือการวางงานระบบไว้หลายแนว เช่น แนวสิ่งปฏิกูลไว้แนวหนึ่ง แนวท่อน้ำดีและท่อน้ำทิ้งไว้แนวหนึ่ง และแนวสายไฟไว้อีกแนวหนึ่ง ทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ภายนอกได้อย่างเต็มที่ เช่นกันถ้านำท่อต่าง ๆ มาไว้รวมกันก็จะแก้ปัญหาดังกล่าวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวสายไฟถ้ามีการขุดโดยไม่ทราบแนวก็จะทำให้เกิดอันตรายต่อคนได้ ทั้งหมดนี้ก็จะเป็นแนวคิดการจัดการพื้นที่ในเบื้องต้นครับ ว่าจะวางสิ่งของต่าง ๆ ไว้ตำแหน่งไหนและวางอย่างไร เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการใช้พื้นที่ของเราครับ
 
วิธีออกแบบบ้านเอง

          - ภาพนี้เป็นฝ้าภายนอก (สีน้ำเงินและสีเขียว) และพื้นกันสาดรอบบ้าน (สีชมพู) ในส่วนของฝ้าภายนอกจะเป็นแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์มีความสูง 80 เซนติเมตร ซึ่งตอนแรกผมตั้งใจว่าจะซ่อนคอนเดนซิ่งของแอร์ไว้ภายในฝ้าและทำรูระบายอากาศ เพราะหลาย ๆ บ้านหาที่วางคอนเดนซิ่งไม่ค่อยได้ บางบ้านต้องเจาะผนังเพื่อห้อยคอนเดนซิ่ง และเดินท่อน้ำยาต่าง ๆ ทำให้สูญเสียภาพลักษณ์ภายนอก
 
วิธีออกแบบบ้านเอง
 
          - ถ้าผมนำคอนเดนซิ่งของชั้น 2 ใส่เข้าไปในฝ้าสีน้ำเงิน และนำคอนเดนซิ่งของชั้น 1 ใส่ไปในฝ้าสีเขียว จะเห็นว่าระดับแอร์ด้านในและคอนเดนซิ่งด้านนอกจะอยู่ระดับเดียวกัน ทำให้ผมไม่ต้องเดินท่อน้ำยาบนผนังและไม่เสียรูปลักษณ์ภายนอก ถ้าคิดต่อว่าลมร้อนจากคอนเดนซิ่งจะย้อนกลับเข้ามาในห้องก็สามารถปรับเลื่อนคอนเดนซิ่งหลบตำแหน่งหน้าต่างได้ เพราะฝ้าทำยาวตลอดแนวและอาจเจาะรูเป็นช่องระบายอากาศ และในทางกลับกันผมคิดว่าคนเปิดแอร์ก็ย่อมต้องปิดกระจก ซึ่งลมร้อนจากคอนเดนซิ่งก็จะเข้ามาไม่ได้อยู่ดี
 
วิธีออกแบบบ้านเอง
 
          - และประโยชน์อีกอย่างของฝ้าแนวยาวก็คือ สามารถติดไฟดาวน์ไลท์หรือตำแหน่งหลอดไฟต่าง ๆ บริเวณภายนอกที่ตำแหน่งใดก็ได้ ซึ่งอาจมากำหนดตำแหน่งในภายหลังก็ได้ เป็นการยืดหยุ่นในการใช้งาน และทั้งหมดนี้เป็นแนวคิดที่เผื่อไว้สำหรับบ้านที่ยังไม่ได้ทำตำแหน่งวางคอนเดนซิ่งก็ได้เช่นกันครับ สำหรับตัวบ้านที่ทำเป็นตัว แอล (L) เพราะถูกลดขนาดจากที่ออกแบบเดิมไว้เป็นตัว ยู (U) จะเห็นว่าถ้าผมต้องขยายขนาดบ้าน ผมก็สามารถทำต่อจากของเดิมปัจจุบันได้โดยไม่เสียรูปลักษณ์เดิม สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเปลี่ยนทำหลังคาใหม่เพียงอย่างเดียว ก็จะเห็นว่าผมจะออกแบบไว้ให้สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้โดยง่ายครับ
 
วิธีออกแบบบ้านเอง

วิธีออกแบบบ้านเอง

วิธีออกแบบบ้านเอง

วิธีออกแบบบ้านเอง

          - จากรูปภายนอกจะเห็นว่าผมใช้หน้าต่างขนาดเดียวกันติดผนังห้องนอนทุกด้าน และมีขนาดใหญ่เพื่อให้เกิดความสะดวกในการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ ตัวอย่างเช่น ห้องนอนริมบันไดชั้นบน สามารถปรับเปลี่ยนได้ 4 รูปแบบ และในรูปที่ 3 และ 4 จะมีเฟอร์นิเจอร์ปิดหน้าต่างบางส่วน แต่ก็ยังมีหน้าต่างบานอื่น ๆ ให้สามารถใช้งานได้ ซึ่งง่ายต่อการจัดวางเฟอร์นิเจอร์หรือเปลี่ยนเป็นรูปแบบอื่น ๆ กับเฟอร์นิเจอร์ขนาดอื่น ๆ
 
          - ปัญหาที่เคยเจอก็คือ เจ้าของบ้านประมาณขนาดหน้าต่างจากแบบไม่ได้ว่าเล็กกว่าที่คิดหรือไม่ หรือต้องการปรับเปลี่ยนที่นอนตามทิศทางแสงแดดและฮวงจุ้ยต่าง ๆ เลยทำให้เฟอร์นิเจอร์ไปปิดช่องหน้าต่าง และถ้ามีการทุบรื้อเปิดช่องหรือขยายหน้าต่างก็จะทำเกิดความล่าช้าในการทำงาน ผนังฉาบก็ไม่สวยเพราะมีการฉาบซ้ำหลายครั้ง และถ้าภายในห้องมีการปูพื้นไปแล้วก็จะเสียหายต่อผิวพื้นด้วยเช่นกัน แต่ที่ผมได้ออกแบบไว้ให้ยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนและแก้ปัญหานี้ได้ง่ายกว่า
 
          - ถ้าเจ้าของบ้านคิดว่า การเพิ่มหน้าต่างไว้ก่อนจะไม่ทำให้เสียรูปลักษณ์ภายนอกและไม่เป็นภาระมากนัก ผมก็จะแนะนำให้เพิ่มไว้ หรือก่อนที่จะก่อผนังก็ให้หน้างานประกอบไม้ทำเป็นช่องหน้าต่างคร่าว ๆ เพื่อให้ทราบขนาดหน้าต่าง และหลังจากบ้านแล้วเสร็จก็วัดพื้นที่จริง พร้อมกับวัดขนาดเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ว่าสามารถลงพื้นที่ภายในห้องได้โดยไม่ติดขัด ก็จะเป็นวิธีการแก้ปัญหาได้ครับ
 
วิธีออกแบบบ้านเอง

          - ภาพรวมงานชั้น 2 ประกอบด้วย 5 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ 1 ห้องนั่งเล่น
 
วิธีออกแบบบ้านเอง
 
          - ภาพรวมงานชั้น 1 ประกอบด้วย 1 ห้องโถงใหญ่ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องเก็บของ ห้องเก็บของใต้บันได และห้องอีก 2 ห้อง ที่คาดว่าจะเป็นห้องดูหนังกับห้องออกกำลังกาย ในส่วนของห้องน้ำทั้ง 3 ห้องมีลักษณะที่คล้ายกันก็คือ เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าจะใช้เป็นแบบก่อโดยเน้นความแข็งแรงเป็นหลัก และที่ตำแหน่งอาบน้ำก็ทำพื้นหลุมลงไป 5 เซนติเมตร เพื่อป้องกันน้ำไหลนองทั่วห้อง ถ้าในอนาคตหากต้องการปิดพื้นหลุมสำหรับผู้สูงอายุ ก็สามารถเทคอนกรีตและปูกระเบื้องทับได้โดยง่ายครับ
 
วิธีออกแบบบ้านเอง
 
          - ภายในห้องครัวเป็นแบบครัวฝรั่งครับมีอ่างล้างจาน เตาแก็ส และตู้เย็น เป็น 3 ปัจจัยหลัก และควรให้อ่างล้างจานอยู่ในตำแหน่งที่ติดหน้าต่าง เพราะอ่างล้างจานเป็นส่วนที่ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ง่ายกว่าจุดอื่น ๆ ซึ่งเมืองไทยเป็นเมืองร้อนก็จะทำให้เกิดกลิ่นได้ง่าย เคาน์เตอร์ครัวใช้แบบก่อปูกระเบื้องและใช้บานสำเร็จรูปมาติดตามต้องการ ในแบบเดิมของผมจะเว้นไม่ติดบาน 1 ช่อง และทำเป็นพื้นหล่อในที่พร้อมขัดมันเพื่อวางตู้อบขนาดเล็กหรือจานต่าง ๆ
 
วิธีออกแบบบ้านเอง
 
          - งานภายนอกผมจะแบ่งเป็นพื้นที่สีเขียวสำหรับปลูกหญ้าและพื้นที่ถนนภายในบ้าน
 
วิธีออกแบบบ้านเอง
 
          - สำหรับบริเวณพื้นถนนผมจะทำการกดเข็มสั้นเฉพาะบริเวณถนน เพื่อรับถนนป้องกันการทรุดของถนนและจะเห็นแนวท่อระบายน้ำรอบอาคาร (แนวสีม่วงและแนวสีเขียว) วางอยู่บน Footing ของรั้ว เพื่อป้องกันท่อระบายน้ำทรุดใต้ดิน ซึ่งผมได้ทำการกำหนดระดับต่าง ๆ เอาไว้ก่อนแล้ว อันนี้ก็จะเป็นข้อดีของโปรแกรม 3 มิติ เมื่อนำงานแต่ละหมวดมารวมกันและขึ้นเป็นรูปร่างก็จะทำให้ง่ายต่อความเข้าใจ และการตัดสินใจว่าจะออกแบบอย่างไร เพื่อให้ตรงตามความต้องการของเจ้าของบ้านให้มากที่สุดครับ
 
          - ปัญหางานรั้วและงานท่อระบายน้ำที่ผมเคยเจอก็คือ Footing ของรั้วสูงเกินไปและไปขวางแนวท่อระบายน้ำ (ปัญหาเรื่องความสูงและความต่ำ) ซึ่งเกิดจากหน้างานไม่ได้กำหนดระดับ Footing ของรั้วให้ถูกต้องก่อนที่จะเทคอนกรีต Footing วิธีการแก้ปัญหาก็จะมีวิธีการลดขนาดท่อให้เล็กลงเพื่อสามารถวางท่อและใช้ดินกลบ หรือใช้วิธีถมดินภายในให้สูงขึ้นทั้งหมดเพื่อปิดท่อ ซึ่งจะทำให้ระดับดินภายนอกบ้านสูงขึ้นและทำให้เสียรูปลักษณ์ภายนอก
 
วิธีออกแบบบ้านเอง

วิธีออกแบบบ้านเอง

          - ทั้ง 2 ภาพนี้คือ ภาพบริเวณหน้าบ้านจากถนนภายนอกขึ้นสู่ทางลาดและเข้ามายังถนนภายใน จะเห็นพื้นเฉลียงและพื้นภายในบ้าน ในขั้นตอนการตรวจสอบระดับบ้านก็จะต้องมีระดับอ้างอิง โดยในที่นี้ผมจะใช้ “ถนนภายนอก” เป็น “จุดอ้างอิง” ซึ่งผมเปลี่ยน “ถนนภายนอก” ให้เป็น “สีเหลือง” ในรูปทางด้านขวา
 
          - สำหรับหน่วยในการวัด “ความสูง” จะใช้หน่วยเป็น “เมตรและเซนติเมตร” ตลอด เช่น ผมบอกว่า “ถนนภายนอก” (สีเหลือง) คือระดับอ้างอิง +0.00 และ “ถนนภายใน” (สีเขียว) ใช้ระดับ +0.30 เมตร นั่นก็แปลว่า “ถนนสีเขียว” จะสูงกว่า “ถนนสีเหลือง” เท่ากับ 30.00 เซนติเมตร และเมื่อเรานำไม้บรรทัดปักลงบน “พื้นสีเหลือง” ที่ปลายไม้บรรทัดตำแหน่ง 30.00 เซนติเมตร ก็จะเป็นระดับของ “พื้นสีเขียว” ครับ
 
          - ในลำดับถัดมา ตำแหน่งพื้นเฉลียง (สีส้ม) ผมกำหนดไว้เท่ากับ +0.45 เมตร นั่นหมายความว่า ที่ตำแหน่ง “พื้นสีส้ม” จะสูงกว่า “พื้นสีเหลือง” เท่ากับ 45.00 เซนติเมตร (ตัวเลขที่ปรากฏในแบบก่อสร้างจะนำไปเทียบกับระดับอ้างอิงที่พื้นสีเหลืองเสมอ)
 
          - และเมื่อถามว่าแล้วพื้นเฉลียง (สีส้มและใช้เป็นตัวตั้ง) สูงกว่าพื้นถนนภายใน (สีเขียว) เท่ากับเท่าใดนั้น เราจะได้ “ค่าระดับพื้นสีส้ม” เท่ากับ 45.00 เซนติเมตรและได้ “ค่าระดับพื้นสีเขียว” เท่ากับ 30.00 เซนติเมตร ก็จะนำค่าของพื้นสีส้ม ลบออกจากค่าของพื้นสีเขียว ได้เท่ากับ 15.00 เซนติเมตร นั่นแปลว่าพื้นสีส้ม (ที่ใช้เป็นตัวตั้ง) “สูงกว่า” พื้นสีเขียว เท่ากับ 15.00 เซนติเมตร
 
          - ในทางกลับกันเมื่อถามว่า พื้นถนนภายใน (สีเขียวและใช้เป็นตัวตั้ง) สูงกว่าพื้นเฉลียง (สีส้ม) เท่ากับเท่าใดนั้น เราก็จะได้ “ค่าระดับพื้นสีเขียว” เท่ากับ 30.00 เซนติเมตร และได้ “ค่าระดับพื้นสีส้ม” เท่ากับ 45.00 เซนติเมตร ก็จะนำค่าของพื้นสีเขียว ลบออกจากค่าของพื้นสีส้ม ได้เท่ากับ -15.00 เซนติเมตร (เครื่องหมายติดลบ) นั่นแปลว่า พื้นสีเขียว (ที่ใช้เป็นตัวตั้ง) “ต่ำกว่า” (เพราะเป็นค่าลบ) พื้นสีส้ม เท่ากับ 15.00 เซนติเมตร
 
          - ในลำดับถัดมาตำแหน่งพื้นภายในบ้าน (สีน้ำเงิน) ผมกำหนดไว้เท่ากับ +0.60 เมตร นั่นหมายความว่า ที่ตำแหน่ง “พื้นสีส้ม” จะสูงกว่า “พื้นสีเหลือง” เท่ากับ 60.00 เซนติเมตร (ตัวเลขที่ปรากฏในแบบก่อสร้างจะนำไปเทียบกับระดับอ้างอิงที่พื้นสีเหลืองเสมอ)
 
          - และเมื่อถามว่า แล้วพื้นภายในบ้าน (สีน้ำเงินและใช้เป็นตัวตั้ง) สูงกว่าพื้นเฉลียง (สีส้ม) เท่ากับเท่าใดนั้น เราก็จะได้ “ค่าระดับพื้นสีน้ำเงิน” เท่ากับ 60.00 เซนติเมตร และได้ “ค่าระดับพื้นสีส้ม” เท่ากับ 45.00 เซนติเมตร ก็จะนำค่าของพื้นสีน้ำเงิน ลบออกจากค่าของพื้นสีส้ม ได้เท่ากับ 15.00 เซนติเมตร นั่นแปลว่าพื้นสีน้ำเงิน (ที่ใช้เป็นตัวตั้ง) “สูงกว่า” พื้นสีส้มเท่ากับ 15.00 เซนติเมตรเช่นกัน
 
          - จะสรุปในเบื้องต้นได้ว่า ถ้าเรายืนอยู่บน “พื้นสีเหลือง” ก้าวขึ้นไป 30.00 เซนติเมตร ก็จะไปยืนบน “พื้นสีเขียว” และก้าวขึ้นไป 15.00 เซนติเมตร ก็จะไปยืนบน “พื้นสีส้ม” และก้าวขึ้นไปอีก 15.00 เซนติเมตร ก็จะไปยืนบน “พื้นสีน้ำเงิน” ในทางกลับกัน ถ้าเรายืนบน “พื้นสีน้ำเงิน” ก้าวลงไป 15.00 เซนติเมตร ก็จะไปยืนบน “พื้นสีส้ม” และก้าวลงไป 15.00 เซนติเมตร ก็จะไปยืนบน “พื้นสีเขียว” และก้าวลงไปอีก 15.00 เซนติเมตร ก็จะไปยืนบน “พื้นสีเหลือง” ครับ
 
          - เมื่อผมให้ค่าระดับเพิ่มคือ “พื้นสีม่วง” เท่ากับ 10.00 เซนติเมตร และ “พื้นสีแดง” เท่ากับ 20.00 เซนติเมตร นั่นหมายความว่า ถ้าผมยืนบน “พื้นสีเหลือง” และก้าวขึ้นไป 10.00 เซนติเมตร ก็จะไปยืนบน “พื้นสีม่วง” และก้าวขึ้นไปอีก 10.00 เซนติเมตร ก็จะไปยืนบน “พื้นสีแดง” และก้าวขึ้นไปอีก 10.00 เซนติเมตร ก็จะไปยืนบน “พื้นสีเขียว” และไล่ขึ้นไล่ลงไปเรื่อย ๆ ครับก็จะทราบค่าระดับความสูงของตำแหน่งพื้นต่าง ๆ ในแบบก่อสร้างได้
 
วิธีออกแบบบ้านเอง

วิธีออกแบบบ้านเอง

          - ในลำดับถัดมาจะเป็นเรื่องระดับของ “ท่อระบายน้ำรอบอาคาร” และ “Footing ของงานรั้ว” โดยใช้หลักการเดียวกันกับการหาค่าระดับพื้นเพื่อป้องกันปัญหา “Footing งานรั้วขวางแนวท่อระบายน้ำ” จากรูปจะเห็นว่า “พื้นภายนอก” (สีเหลือง) วางยู่บนเข็มพื้น (สีน้ำเงิน) และปลายพื้นไปวางบน “คานรั้ว” (สีชมพู) อีกที
 
          - การที่ผมนำพื้นภายใน (สีเหลือง) ไปวางบนคานรั้ว (สีชมพู) เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นภายในทรุดไปกดท่อระบายน้ำ (สีแดง) และทำให้เกิดความเสียหาย ในขณะเดียวกันตัวคานรั้ว (สีชมพู) ก็จะทำประโยชน์หลายอย่างในเวลาเดียวกัน คือ รับทั้งน้ำหนักผนังรั้วและรับน้ำหนักพื้นภายใน เพื่อป้องกันพื้นทรุดซึ่งก็ต้องวางแผนให้ดีก่อนทำงาน
 
          - ในลำดับถัดมาจะเห็นว่า “คานรั้ว” (สีชมพู) วางอยู่บน “Footing รั้ว” (สีเขียว) ซึ่งคานรั้วนี้ผมออกแบบให้มีความสูงเท่ากับ 30.00 เซนติเมตร นั่นหมายความว่าผมมีช่องว่างระหว่าง “ท้องพื้นภายใน” (สีเหลือง) และ “หลัง Footing รั้ว” (สีเขียว) เท่ากับ 30.00 เซนติเมตร และผมก็จะไปเลือกต่อว่าผมจะใช้ “ท่อระบายน้ำ” (สีแดง) “ขนาดเท่าใด” และ “ความลาดเอียงขนาดเท่าใด”
 
          - การที่ผมนำ “ท่อระบายน้ำ” (สีแดง) วางบน “Footing รั้ว” (สีชมพู) เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ท่อระบายน้ำจะไม่มีการทรุดตัวเนื่องจากดินยุบตัวเพราะดินที่รับท่อระบายน้ำนั้นถูกขุดและปรับระดับ ซึ่งดินอาจจะยุบตัวและทำให้ท่อระบายน้ำเกิดความเสียหายได้ ผมให้ค่าระดับพื้นภายใน (สีเหลือง) ตำแหน่งผิวบนเท่ากับ +0.30 เมตร และถ้าผมให้พื้นนี้มีความหนาเท่ากับ 15.00 เซนติเมตร นั่นหมายความว่า ระดับท้องพื้นจะเท่ากับ +0.15 เมตร และท้องพื้นนี้จะ “เสมอกับ” หลังคานของ “คานรั้ว” (สีชมพู)
 
          - ต่อมา…ผมให้ความหนา “คานรั้ว” (สีชมพู) เท่ากับ 30.00 เซนติเมตร และค่าระดับ “หลังคาน” เท่ากับ +0.15 เมตร ก็จะได้ค่าระดับ “ท้องคาน” เท่ากับ -0.15 เมตร และท้องคานจะ “เสมอกับ” หลัง Footing รั้ว (สีเขียว) และถ้าผมให้ Footing นี้มีความหนาเท่ากับ 30.00 เซนติเมตร นั่นหมายความว่า ระดับท้อง Footing จะเท่ากับ -0.45 เมตร และให้ความหนาของทรายหยาบและคอนกรีตหยาบเท่ากับ 10.00 เซนติเมตร นั่นหมายความว่าระดับขุดดินสำหรับทำงาน Footing ต้องขุดให้ได้ระดับ -0.55 เมตร เมื่อเทียบกับระดับ +0.00 ซึ่งเป็นพื้นตำแหน่งของพื้นถนนภายนอกโครงการ
 
          - แต่ “ดินเดิม” ที่อยู่ภายในโครงการมักจะ “สูงกว่า” ระดับถนนทั่วไป เช่น บ้านของผมจะมีระดับดินภายในสูงกว่าระดับถนนประมาณ 35.00 เซนติเมตร ก็เท่ากับระดับ +0.35 เมตร เมื่อเปรียบเทียบระหว่างระดับดินเดิม +0.35 เมตร กับระดับขุดดิน -0.55 เมตร ก็จะพบว่าต้องทำการขุดดินสำหรับงานรั้วและงานท่อระบายน้ำเท่ากับ 0.90 เมตร หรือ 90.00 เซนติเมตร ซึ่งถือว่าค่อนข้างลึก ถ้าเปรียบเทียบก็จะอยู่ที่ประมาณระดับเอว ซึ่งถ้าผมขุดดินไม่ได้ความลึกไม่ถึง 90.00 เซนติเมตร นั่นหมายความว่าแนวท่อระบายน้ำของผมจะถูก Footing ขวางเอาไว้ทำให้ไม่สามารถเดินแนวท่อระบายน้ำได้ตามต้องการ
 
แนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าวก็คือ
 
          1. ลดขนาดท่อให้ท่อมีขนาดเล็กลงเพื่อดินแต่ก็เสี่ยงต่อการระบายน้ำไม่ทันเพราะท่อถูกปรับให้มีขนาดเล็กลง
          2. เพิ่มระดับดินภายในทั้งโครงการให้สูงขึ้น แต่ก็จะทำให้เสียรูปลักษณ์ภายนอก
          3. ย้ายแนวท่อระบายน้ำให้ใกล้ตัวบ้านมากขึ้น เพื่อหลบแนว Footing ซึ่งส่วนใหญ่จะแก้ปัญหาโดยวิธีนี้ แต่วิธีนี้ก็จะทำให้สูญเสียการใช้ประโยชน์ที่ดินในอนาคต เพราะโดนใช้ประโยชน์จากแนวท่อระบายน้ำ

          จะเห็นได้ว่าคุณภาพของ “งานที่ถูกวางแผนให้แนวท่อวางบน Footing เพื่อป้องกันท่อทรุดตัว โดยไม่เสียประโยชน์การใช้ที่ดิน” กับ “งานแก้ที่ให้แนวท่อระบายน้ำหลบแนว Footing ให้ท่อวางบนดินซึ่งยังมีความไม่แน่นอนเรื่องท่อทรุดตัวและเสียประโยชน์การใช้ที่ดิน” นั้นมีคุณภาพแตกต่างกันสิ้นเชิง ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากความเข้าใจพื้นฐานเรื่องค่าระดับ และที่บ้านผมเองก็ค่อนข้างเป็นห่วงเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดิน จึงพยายามเน้นเรื่องย้ายงานระบบไปชิดแนวริมรั้วและทำระดับต่าง ๆ ให้ดีก่อนทำการก่อสร้างครับ
 
          โปรแกรมที่ผมใช้งานอีกโปรแกรมหนึ่งนั่นก็คือโปรแกรม Excel ซึ่งผมใช้เขียนโปรแกรมสำหรับทำรายการคำนวณและถอดแบบต่าง ๆ โดยการใส่เงื่อนไขง่าย ๆ เข้าไป ตัวอย่างเช่น
 
วิธีออกแบบบ้านเอง

          - ผมบอกกับโปรแกรมว่า คานยาว 8 เมตร ผนังสูง 4 เมตร เป็นผนัง P1 คือ อิฐมอญแดงและทาสีอะคริลิค
 
วิธีออกแบบบ้านเอง

วิธีออกแบบบ้านเอง

          - จากนั้นโปรแกรมก็จะตอบผมมาว่า ในหมวดงานโครงสร้างนั้น คานตัวนี้ต้องใช้วัสดุอะไรบ้าง โดยผ่านการคำนวณต่าง ๆ ซึ่งผมได้ให้เงื่อนต่าง ๆ ไว้แล้วจนสุดท้ายได้สรุปประมาณวัสดุทั้งหมดสำหรับเสนอราคา และสามารถถอดปริมาณวัสดุที่ต้องใช้ทั้งหมด เช่น เหล็กกี่เส้น ไม้กระดานแต่ละขนาด จำนวนกี่แผ่น ถ้าเราจะสามารถวางแผนการใช้ไม้แบบได้ด้วยว่าจะใช้ไม้แบบจำนวนเท่าใด และถ้าเรามีหลายโครงการก็สามารถหมุนเวียนกันใช้ได้ครับ
 
วิธีออกแบบบ้านเอง

          - ในส่วนของหมวดงานสถาปัตย์โปรแกรมก็จะตอบผมมาว่างานก่อผนังอิฐมอญแดงและงานฉาบผนังมีพื้นที่เท่าไร สามารถไปแยกย่อยได้อีกว่าต้องสั่งอิฐแดง ปูนก่อ ทรายหยาบ ปูนฉาบ และเซี้ยมผนัง ว่าต้องสั่งวัสดุจำนวนเท่าไร
 
วิธีออกแบบบ้านเอง
 
          - ผมทดลองโปรแกรมโดยการใช้เงื่อนไขใหม่ เช่น เปลี่ยนผนังจาก P1 เป็น P2 ก็คืออิฐมวลเบา ซึ่งจะมีน้ำหนักเบากว่าอิฐมอญแดง น้ำหนักก็จะเบาลง เหล็กโครงสร้างก็จะใช้น้อยลง และเพิ่มหน้าต่าง W1 เข้าไปอีก 1 บาน นั่นหมายความว่า พื้นที่งานฉาบจะน้อยลงแต่จะมีเสาเอ็นและทับหลังเพิ่มขึ้น
 
วิธีออกแบบบ้านเอง
 
          - ในส่วนของงานโครงสร้างจะเห็นว่าเหล็กลดลง เพราะผนังเบาลง แต่คอนกรีตกับไม้แบบยังปริมาณเท่าเดิมเพราะคานขนาดเดิม แต่ถ้าเปลี่ยนสีอะคริลิคเป็นกระเบื้อง โปรแกรมก็จะคำนวณเหล็กเพิ่มขึ้นเพราะน้ำหนักผนังเพิ่มขึ้น
 
วิธีออกแบบบ้านเอง
 
          - การถอดปริมาณงานสถาปัตย์จะเห็นว่างานผนังก่อกลายเป็นอิฐมวลเบาไม่ใช่อิฐมอญแดง และเนื้อที่ก่อ-ฉาบผนังน้อยลง งานเสาเอ็นทับหลังเพิ่มขึ้นและงานหน้าต่างก็เพิ่มขึ้นแต่จะไปอยู่ในอีกหมวดหนึ่ง
 
วิธีออกแบบบ้านเอง
 
          - ในส่วนของงานระบบไฟฟ้าและประปาก็เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ผมใส่จำนวนโคมไฟดาวน์ไลท์เข้าไปว่ามีกี่จุดกี่ตำแหน่ง และเป็นตำแหน่งหลักหรือตำแหน่งย่อย บวกกับจำนวนเต้ารับ แอร์ ปลั๊ก และสวิตช์ต่าง ๆ เข้าไป
 
วิธีออกแบบบ้านเอง

วิธีออกแบบบ้านเอง

          - โปรแกรมก็จะตอบผมว่าภายในห้องมีจุดย่อยกี่จุดและจุดหลักกี่จุด แบ่งเป็นงานอะไรบ้าง คำนวณได้ว่าสายเมนที่ต้องใช้คือสายเบอร์ 6 ยาว 68.80 เมตร (จากหม้อแปลงไฟถึงตู้ไฟและไปถึงห้องและวิ่งจ่ายภายในห้อง) และสายเบอร์ 1.5 เป็นสายดินที่รวมสายดินย่อยจากภายในห้องถึงตู้ไฟความยาว 27.23 และมีสายเบอร์ 2.5 เตรียมสำหรับแยกจ่ายเครื่องปรับอากาศ และใช้เบรกเกอร์ขนาด 20A จำนวน 1 ตัวสำหรับห้องนี้ ซึ่งเงื่อนไขต่าง ๆ นั้นสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ และส่วนของงานสุขาภิบาลนั้นก็จะสามารถทำได้ในลักษณะเดียวกันกับงานระบบไฟฟ้านี้
 
          - เมื่อโปรแกรมสามารถหาค่าน้ำหนักต่าง ๆ ได้และเชื่อมโยงและเชื่อมโยงการถ่ายน้ำหนักเข้าหากัน โปรแกรมก็จะทำรายการคำนวณโครงสร้างตั้งแต่ชั้นบนสุดจนถึงฐานรากพร้อมทั้งถอดปริมาณต่าง ๆ รวมทั้งทำรายการคำนวณไฟฟ้าและสุขาภิบาลเสร็จได้ ทำให้ผมสามารถลดระยะเวลางานออกแบบและการถอดปริมาณเฉพาะบ้านผมเองก็จะใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน จะได้ทั้งรายการคำนวณและการถอดปริมาณราคาทั้ง งานโครงสร้าง งานสถาปัตย์ งายไฟฟ้า และงานระบบสุขาภิบาล ซึ่งทำให้ผมสามารถทดลองออกแบบรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยใส่เงื่อนไขการคิดราคาตามความเป็นจริง ก็จะทำให้สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
 
          - ซึ่งเจ้าของบ้านเองก็สามารถใช้โปรแกรม Excel ในการถอดปริมาณวัสดุโดยการใช้รูปแบบคำสั่งง่าย ๆ ใช้เวลาเรียนรู้ไม่นานและได้ผลลัพธ์ค่อนข้างดีมาก เพราะถ้ารายละเอียดซับซ้อนตัว Excel สามารถทำได้ดังนั้นตัวรายละเอียดไม่ซับซ้อนตัว Excel ก็สามารถทำได้เช่นกัน ผมอาจจะเขียนบทความแนะนำคำสั่งง่าย ๆ ที่ใช้ในการออกแบบ เช่น if หรือ vlookup เพื่อใช้ในการถอดปริมาณวัสดุในโอกาสต่อไปครับ

วิธีออกแบบบ้านเอง

          - หลังจากออกแบบเสร็จก็ไปยื่นขออนุญาตครับ แล้วก็ได้ใบอนุญาตมา ซึ่งเราเป็นคนออกแบบเองและคุณพ่อเป็นเจ้าของบ้านเองครับ ก็จบแล้วนะครับสำหรับตอนที่ 1 เกี่ยวกับการออกแบบและรายการคำนวณ ในครั้งต่อไปก็จะเขาสู่งานโครงสร้างฐานรากครับ ผมทำเพจเฟซบุ๊กรวบรวมข้อมูลบ้านหลังนี้ไว้ที่ ก็จะมีภาพรวมของโครงการและแผนงานก่อสร้างตลอดระยะเวลาก่อสร้างที่โพสต์ปักหมุด ในเพจ เฟซบุ๊ก Civilman Myhome ของผมมีไฟล์ PDF สามาถเข้าไปโหลดได้โดยไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับผู้ที่สนใจนำไปศึกษาและจะจัดทำตอนถัดไปเรื่อย ๆ จนถึงขั้นตอนสุดท้ายด้วยนะครับ  ก็สามารถเข้าไปโหลดได้ครับ 

          ขอบคุณครับ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Civilman Myhome
วิธีออกแบบบ้านเองด้วย Sketch up พร้อมทำตารางคำนวณงบสร้างบ้าน โพสต์เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 17:44:38 55,483 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: วิธีออกแบบบ้านเองด้วย Sketch up พร้อมทำตารางคำนวณงบสร้างบ้าน ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP