เครื่องใช้ไฟฟ้าแช่น้ำหลังน้ำท่วม อย่าเพิ่งรีบเสียบปลั๊ก ! มาดูวิธีจัดการเบื้องต้นและข้อควรรู้ก่อนนำกลับมาใช้งานอย่างปลอดภัย
หลังน้ำลด หลายบ้านอาจต้องเจอกับปัญหา
เครื่องใช้ไฟฟ้าแช่น้ำ ทั้งเครื่องใช้ชิ้นเล็กและเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ได้รับความเสียหาย ก่อนคิดจะนำกลับมาใช้งาน สิ่งสำคัญคือควรจัดการอย่างระมัดระวังและไม่รีบเสียบปลั๊กทดลองเอง มาดูกันว่า
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมควรทำอย่างไร และมีอะไรที่ควรระวังบ้างก่อนนำกลับมาใช้งานอีกครั้ง
เครื่องใช้ไฟฟ้าแช่น้ำ ทำยังไงดี
1. ตัดไฟก่อน แต่ต้องแน่ใจว่าปลอดภัย
สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อกลับเข้าบ้านหลังน้ำลด คือ ตัดกระแสไฟฟ้า แต่ห้ามรีบเข้าไปสับเบรกเกอร์ หากตู้ไฟ ปลั๊ก หรือมิเตอร์ยังจมน้ำ หรือมีน้ำขังอยู่รอบ ๆ เพราะเสี่ยงถูกไฟดูดได้ ให้ถอยออกมาอยู่ในจุดที่แห้งและปลอดภัย แล้วติดต่อการไฟฟ้าให้เข้ามาดำเนินการ แต่ถ้าหากบริเวณตู้ไฟแห้งและสามารถเข้าถึงได้อย่างปลอดภัย ควรสับเบรกเกอร์ด้วยมือที่แห้ง ยืนบนพื้นแห้ง และหลีกเลี่ยงการสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าขณะตัวเปียกหรือยืนอยู่บนพื้นเปียก
- กรุงเทพฯ และปริมณฑล โทร. 1130 การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ตลอด 24 ชั่วโมง
- ต่างจังหวัด โทร. 1129 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)
- สายด่วนสาธารณภัย โทร. 1784 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
2. อย่าเสียบปลั๊กลองเปิด แม้เครื่องจะดูแห้งแล้ว
เห็นเครื่องใช้ไฟฟ้าแห้งอยู่ด้านนอกก็อย่าเพิ่งชะล่าใจ เพราะน้ำอาจซึมเข้าไปถึงแผงวงจร มอเตอร์ หรือชิ้นส่วนไฟฟ้าภายใน ซึ่งมองจากภายนอกไม่เห็น ดังนั้น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมไม่ควรเสียบปลั๊กทดลองเอง ควรให้ช่างหรือศูนย์บริการตรวจสอบก่อนนำกลับมาใช้งาน
3. ตัดไฟแล้ว ค่อยถอดปลั๊กและย้ายเครื่องขึ้นที่สูง
เมื่อมั่นใจว่าไฟถูกตัดและพื้นที่ปลอดภัยแล้ว จึงค่อยถอดปลั๊กหรือแบตเตอรี่ที่สามารถถอดออกได้ จากนั้นย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าไปไว้ในบริเวณที่แห้ง อากาศถ่ายเท และพ้นจากพื้น ส่วนเต้ารับหรือจุดเสียบปลั๊กที่ยังเปียก ควรติดป้ายหรือทำเครื่องหมายไว้ เพื่อป้องกันคนในบ้านเผลอเสียบใช้งานก่อนที่ระบบไฟจะได้รับการตรวจสอบ
4. ก่อนเก็บกวาด อย่าลืมถ่ายรูปความเสียหาย
ก่อนเริ่มเช็ด ล้าง หรือเคลื่อนย้ายของ แนะนำให้ ถ่ายรูปและวิดีโอความเสียหายเก็บไว้ก่อน โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ถ่ายให้เห็นทั้งสภาพโดยรวม ยี่ห้อ รุ่น และเลขซีเรียล หากมีใบเสร็จ ใบรับประกัน หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องก็ควรเก็บไว้ด้วย เพราะอาจต้องใช้ประกอบการติดต่อบริษัทประกัน ศูนย์บริการ หรือการขอรับความช่วยเหลือภายหลัง
5. เช็ดโคลนได้ แต่ไม่ควรฉีดน้ำใส่เครื่อง
หลังน้ำลด เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชิ้นอาจเต็มไปด้วยคราบโคลนและสิ่งสกปรก แนะนำให้เช็ดทำความสะอาดเฉพาะบริเวณภายนอกด้วยผ้าสะอาด โดย ไม่ควรฉีดน้ำหรือนำน้ำไปล้างตัวเครื่องโดยตรง เพราะน้ำท่วมอาจปะปนมากับสิ่งสกปรก น้ำเสีย และสารเคมี ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้ชิ้นส่วนภายในมากขึ้น ระหว่างเก็บกวาดควรสวมถุงมือและรองเท้าที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสัมผัสสิ่งปนเปื้อนจากน้ำท่วมโดยตรง
6. ผึ่งให้แห้งได้ แต่แห้งแล้วก็ยังใช้ไม่ได้ทันที
หากต้องการลดความชื้น สามารถนำเครื่องไปวางในบริเวณที่แห้งและอากาศถ่ายเท โดยหลีกเลี่ยงแดดจัดและไม่ควรใช้ไดร์เป่าผม หรือความร้อนสูงเป่าใส่เครื่องโดยตรง ที่สำคัญคือ อย่าคิดว่าเครื่องแห้งแล้วจะเสียบใช้ได้ทันที เพราะความชื้นหรือคราบตะกอนอาจยังคงอยู่ภายในเครื่อง การผึ่งให้แห้งเป็นเพียงขั้นตอนเบื้องต้นเท่านั้น ก่อนใช้งานควรให้ช่างตรวจสอบระบบไฟและชิ้นส่วนภายในก่อนทุกครั้ง
*** ส่วนวิธีนำข้าวสารมาใส่หรือกลบเครื่องเพื่อดูดความชื้น แม้จะเป็นวิธีที่หลายคนคุ้นเคย แต่ไม่ควรนำมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะเศษวัสดุอาจเข้าไปติดอยู่ภายในและสร้างความเสียหายเพิ่มเติมได้
7. เครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มนี้ ให้ช่างตรวจดีกว่าเสี่ยงลองเอง
สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์ คอมเพรสเซอร์ หรือแผงวงจรซับซ้อน ยิ่งไม่ควรแกะหรือลองเปิดเครื่องเอง เพราะความเสียหายอาจไม่ได้อยู่แค่ภายนอก และบางกรณีอาจเกิดไฟรั่วหรือไฟไหม้เมื่อจ่ายไฟกลับเข้าไป ตัวอย่างเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ควรให้ช่างหรือศูนย์บริการตรวจสอบ ได้แก่
- ตู้เย็นและตู้แช่ ควรตรวจระบบไฟและคอมเพรสเซอร์
- เครื่องปรับอากาศ ทั้งส่วนคอยล์ร้อนและคอยล์เย็น
- เครื่องซักผ้าและปั๊มน้ำ ซึ่งมีทั้งมอเตอร์และระบบควบคุมไฟฟ้า
- เครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับระบบไฟและการป้องกันไฟรั่วเป็นพิเศษ
- ทีวี คอมพิวเตอร์ และเครื่องเสียง ที่มีแผงวงจรและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก
จากนั้นให้ช่างประเมินอีกครั้งว่าเครื่องไหนสามารถซ่อมและนำกลับมาใช้ได้ และเครื่องไหนควรเปลี่ยนใหม่เพื่อความปลอดภัย
8. อุปกรณ์บางอย่างเปลี่ยนใหม่ อุ่นใจกว่า
ไม่ใช่แค่ตัวเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องระวัง แต่ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมถึงก็อาจได้รับความเสียหายเช่นกัน โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่มีหน้าสัมผัสและชิ้นส่วนภายในซึ่งอาจมีตะกอนหรือความชื้นตกค้าง จึงควรให้ช่างตรวจสอบและพิจารณาเปลี่ยนใหม่ตามความเหมาะสม อุปกรณ์ที่ควรตรวจเป็นพิเศษ เช่น
- ปลั๊กพ่วงและสายไฟ ที่เคยจมน้ำ
- เต้ารับและสวิตช์ไฟ ที่น้ำเข้า
- เบรกเกอร์และอุปกรณ์ตัดไฟรั่ว ที่ถูกน้ำท่วม
- เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น กาต้มน้ำ เตารีด ไดร์เป่าผม หรือหม้อหุงข้าว หากน้ำเข้าไปถึงส่วนไฟฟ้า
แนะนำเช็กให้ครบก่อนเปิดใช้งาน เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียหายจากน้ำท่วม รู้ไว้ก่อนลองเสียบ ช่วยป้องกันเรื่องใหญ่ที่ตามมาได้
หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง
บทความ น้ำท่วม เครื่องใช้ไฟฟ้า อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง