เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี 2569 พร้อมฟีเจอร์และวิธีเลือกตามขนาดพื้นที่ใช้งาน

           เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี ปี 2569 แนะนำเครื่องฟอกอากาศที่น่าสนใจ พร้อมคุณสมบัติลดฝุ่น PM2.5 และแนวทางเลือกให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน
เครื่องฟอกอากาศ

          ในยุคที่ปัญหาฝุ่น PM2.5 มลพิษทางอากาศ และสารก่อภูมิแพ้ กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น เครื่องฟอกอากาศจึงไม่ใช่แค่เครื่องใช้ไฟฟ้าทางเลือก แต่เป็นไอเทมจำเป็นสำหรับหลายครัวเรือน โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนเป็นภูมิแพ้ อย่างไรก็ตาม เครื่องฟอกอากาศในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ หลายรุ่น ตั้งแต่ราคาหลักพันไปจนถึงหลักหมื่น พร้อมสเปกและฟีเจอร์ที่แตกต่างกันไป ทำให้หลายคนลังเลว่าจะเลือกซื้อรุ่นไหนดีถึงจะคุ้มค่าและเหมาะกับการใช้งานจริงมากที่สุด
เครื่องฟอกอากาศ

การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ

1. ขนาดห้อง

          เลือกขนาดของเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะสมกับขนาดของห้องหรือพื้นที่ที่จะติดตั้ง เพราะเครื่องฟอกอากาศแต่ละรุ่นมีประสิทธิภาพในการทำงานครอบคลุมพื้นที่ที่แตกต่างกัน เช่น หากซื้อเครื่องฟอกอากาศขนาดเล็กไปใช้ในห้องขนาดใหญ่ ก็จะทำให้เครื่องทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่ถ้าหากนำเครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่ไปใช้ในห้องเล็ก ๆ ก็จะทำให้เปลืองไฟ

2. ระบบการทำงาน

          พิจารณาระบบการทำงานว่ามีคุณสมบัติตอบโจทย์และตรงกับความต้องการในการใช้งานหรือไม่ โดยให้เน้นไปที่ชนิดของฟิลเตอร์หรือแผ่นกรองเป็นหลัก ควรเลือกใช้เครื่องฟอกอากาศที่มี HEPA filter ซึ่งช่วยกรองฝุ่นขนาดเล็กได้ดีและดักจับฝุ่นละอองได้มาก รวมไปถึงความจำเป็นในการใช้ฟังก์ชันเสริมต่าง ๆ เช่น เซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศ, ตัวระบุการเปลี่ยนแผ่นกรอง, ตัวควบคุมความเร็ว และรีโมตสั่งการ

3. ค่า Airflow

          ค่า Airflow หรือตัววัดความเร็วลม จากปริมาณของอากาศที่ถูกดูดเข้าไปและเวลาในการปล่อยอากาศออกมาจากเครื่องฟอกอากาศ หากเครื่องฟอกอากาศมีค่า Airflow สูง หมายความว่าเครื่องฟอกอากาศรุ่นนั้นมีประสิทธิภาพในการฟอกอากาศได้เร็วนั่นเอง

4. ค่า CADR

          ค่า CADR (Clean Air Delivery Rate) หรืออัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ต่อนาที ซึ่งเป็นค่าสากลที่ใช้ในการวัดประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องฟอกอากาศ ยิ่งมีค่า CADR สูงมากเท่าไร แสดงให้เห็นว่าเครื่องฟอกอากาศมีประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้นเท่านั้น
เครื่องฟอกอากาศ

5. ระดับเสียง

          ระดับเสียงการทำงานของเครื่องฟอกอากาศก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม โดยเครื่องฟอกอากาศที่ดีควรมีระดับเสียงต่ำขณะเครื่องทำงาน เพื่อป้องกันการรบกวนขณะกำลังพักผ่อน ระดับเสียงที่เหมาะสมไม่ควรเกิน 30-31 เดซิเบล

6. การประหยัดไฟ

          เครื่องฟอกอากาศจะกินไฟหรือไม่นั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับแผ่นกรอง หากเป็นแผ่นกรองที่มีความหนาแน่นมาก อากาศผ่านได้น้อย ก็จะทำให้เครื่องใช้ไฟมาก จึงควรเลือกแผ่นกรองที่อากาศไหลผ่านได้ดี เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าในการทำงาน นอกจากนี้ยังสามารถเปรียบเทียบค่าไฟได้จากฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5

7. ราคา

          นอกจากราคาของตัวเครื่องฟอกอากาศแล้ว ควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนตัวกรองหรือไส้กรองของเครื่องฟอกอากาศด้วย เนื่องจากเครื่องฟอกอากาศทุกชนิดจะต้องมีการเปลี่ยนตัวกรองหรือไส้กรองอยู่เสมอ เพื่อช่วยให้ระบบต่าง ๆ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงควรดูราคาของแผ่นกรองและการบำรุงรักษาส่วนอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย
เครื่องฟอกอากาศ

เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี 2569

1. Xiaomi Mijia Smart Air Purifier Max

Xiaomi Mijia Smart Air Purifier Max

ภาพจาก : mi.com

          เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi รุ่น Mijia Smart Air Purifier Max มาพร้อมระบบไส้กรองคู่ และการกรองแบบผสม 4 ชั้น ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยปรับคุณภาพอากาศภายในห้องได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่ที่เหมาะสมตามสเปกสินค้า สามารถตรวจจับระดับฟอร์มาลดีไฮด์แบบเรียลไทม์ และช่วยลดฟอร์มาลดีไฮด์ตามข้อมูลจากผู้ผลิต ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด เสริมด้วยระบบ UVC ตามการออกแบบของผู้ผลิต และผ่านการทดสอบด้านการลดสารก่อภูมิแพ้ในห้องปฏิบัติการโดย SGS นอกจากนี้ยังมีโหมดเงียบสำหรับการใช้งานขณะพักผ่อน ระดับเสียงต่ำสุดประมาณ 19.1 เดซิเบล พร้อมล้อสำหรับเคลื่อนย้ายได้สะดวก
  • สำหรับห้องขนาด 63-108 ตร.ม.
  • CADR 1006.5 ลบ.ม./ชม.
  • ราคา 13,990 บาท
  • เว็บไซต์ : mi.com

2. Venz ALTA 60

Venz ALTA 60

ภาพจาก : venz.co.th

          เครื่องฟอกอากาศ Venz รุ่น ALTA 60 ดีไซน์มินิมอล มาพร้อมฟิลเตอร์ HEPA H13 ตามสเปกผู้ผลิต ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยดักจับฝุ่น PM2.5 และมลพิษขนาดเล็กในอากาศ เสริมด้วยระบบ Negative Ion ที่ช่วยลดฝุ่นละอองและกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในห้อง พร้อมจอ In-surface Screen สำหรับควบคุมการทำงาน และสามารถสั่งงานผ่านแอปพลิเคชันได้อย่างสะดวก
  • สำหรับห้องขนาด 30-60 ตร.ม.
  • CADR 450 ลบ.ม./ชม.
  • ราคา 8,190 บาท
  • เว็บไซต์ : venz.co.th

3. LG PuriCare 360 AS65GDBY0

LG PuriCare 360 AS65GDBY0

ภาพจาก : lg.com

          เครื่องฟอกอากาศ LG PuriCare 360 รุ่น AS65GDBY0 พร้อมฟังก์ชันสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง มาพร้อมระบบการกรองหลายขั้นตอน และฟีเจอร์คลีนบูสเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยกระจายลมและปรับคุณภาพอากาศภายในห้องได้อย่างทั่วถึง สามารถช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากสัตว์เลี้ยง รวมถึงฝุ่นและเศษขนขนาดเล็กตามสเปกสินค้า พร้อมระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะและหน้าจอแสดงผลสำหรับตรวจสอบการทำงานของเครื่อง
  • สำหรับห้องขนาด 61.2 ตร.ม.
  • CADR 478 ลบ.ม./ชม.
  • ราคา 27,900 บาท
  • เว็บไซต์ : lg.com

4. PHILIPS 1000i Series AC1715/21

PHILIPS 1000i Series AC1715/21

ภาพจาก : philips.co.th

          เครื่องฟอกอากาศ PHILIPS 1000i Series รุ่น AC1715/21 ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยปรับคุณภาพอากาศภายในห้องได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในระยะเวลาประมาณ 10 นาที ในพื้นที่ที่เหมาะสมตามสเปกสินค้า ใช้งานง่ายด้วยการกดเพียงปุ่มเดียว พร้อมระบบแผ่นกรอง HEPA และผงถ่านกัมมันต์ ช่วยดักจับฝุ่นละออง สารก่อภูมิแพ้ และกลิ่นไม่พึงประสงค์ในอากาศ รวมถึงสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Air+ ได้

  • สำหรับห้องขนาด 78 ตร.ม.
  • CADR 300 ลบ.ม./ชม.
  • ราคา 9,990 บาท
  • เว็บไซต์ : philips.co.th

5. Electrolux UltimateHome 500 EP53-45SWA

Electrolux UltimateHome 500 EP53-45SWA

ภาพจาก : electrolux.co.th

          เครื่องฟอกอากาศ Electrolux รุ่น UltimateHome 500 มาพร้อมระบบการกรอง 4 ขั้นตอน และเทคโนโลยี PureProtect ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดสิ่งปนเปื้อนและฝุ่นละอองในอากาศ เสริมด้วยระบบ AirSurround ที่ช่วยกระจายลมและปรับคุณภาพอากาศภายในห้องได้อย่างทั่วถึง ภายในระยะเวลาประมาณ 15 นาที ในพื้นที่ที่เหมาะสมตามสเปกสินค้า นอกจากนี้ยังทำงานเงียบ เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยระดับเสียงต่ำสุดประมาณ 20 เดซิเบล
  • สำหรับห้องขนาด 54 ตร.ม.
  • CADR 419 ลบ.ม./ชม.
  • ราคา 8,990 บาท
  • เว็บไซต์ : electrolux.co.th

6. Samsung Blue Sky AX5500

Samsung Blue Sky AX5500

ภาพจาก : samsung.com

          เครื่องฟอกอากาศ Samsung รุ่น Blue Sky AX5500 มาพร้อมระบบการกรองอากาศหลายชั้นตามการออกแบบของผู้ผลิต และไส้กรองสำหรับดักจับฝุ่นที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการสะสมของแบคทีเรียบนวัสดุไส้กรอง (ซิงก์ออกไซด์) ตัวเครื่องมีช่องอากาศเข้าด้านหน้าและระบบกระจายลม 3 ทิศทาง พร้อมเซ็นเซอร์เลเซอร์สำหรับตรวจวัดฝุ่น PM1.0 เพื่อแสดงระดับมลภาวะในอากาศแบบเรียลไทม์
  • สำหรับห้องขนาด 60 ตร.ม.
  • CADR 467.4 ลบ.ม./ชม.
  • ราคา 12,990 บาท
  • เว็บไซต์ : samsung.com

7. Daikin Air purifier MC55ZV1S

Daikin Air purifier MC55ZV1S

ภาพจาก : daikin.co.th

          เครื่องฟอกอากาศ Daikin รุ่น Air purifier MC55ZV1S มาพร้อมเทคโนโลยี Active Plasma Ion สำหรับช่วยปรับคุณภาพอากาศรอบตัวเครื่อง โดยตามข้อมูลจากผู้ผลิตมีความเข้มข้นของประจุไอออนสูงถึง 25,000 ไอออน/ลูกบาศก์เซนติเมตร และระบบ Streamer ภายในเครื่องที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดอนุภาค สารก่อภูมิแพ้ และกลิ่นไม่พึงประสงค์ในอากาศ เสริมด้วยฟิลเตอร์ HEPA แบบไฟฟ้าสถิต ช่วยดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กตามสเปกสินค้า
  • สำหรับห้องขนาด 41 ตร.ม.
  • CADR 328 ลบ.ม./ชม.
  • ราคา 13,550 บาท
  • เว็บไซต์ : daikin.co.th
          การเลือกเครื่องฟอกอากาศที่ดีไม่ควรพิจารณาเพียงเรื่องราคาเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงค่า CADR ขนาดพื้นที่ที่รองรับ ระบบไส้กรอง และฟังก์ชันเสริมที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน เมื่อเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสม เครื่องฟอกอากาศสามารถช่วยปรับคุณภาพอากาศภายในบ้านให้ดีขึ้น ส่งเสริมบรรยากาศการอยู่อาศัยที่สบาย และเหมาะกับการพักผ่อนในชีวิตประจำวัน
          หมายเหตุ : ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

บทความเกี่ยวข้องกับเครื่องฟอกอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้า :

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : mi.com, venz.co.th, lg.com, philips.co.th, electrolux.co.th, samsung.com, daikin.co.th
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี 2569 พร้อมฟีเจอร์และวิธีเลือกตามขนาดพื้นที่ใช้งาน อัปเดตล่าสุด 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18:21:39 1,737 อ่าน
TOP
x close