ต่อเติมแบบไหน “ต้องขออนุญาต”
- การเพิ่มห้อง เพิ่มครัว เพิ่มโรงรถ หรือขยายพื้นที่บ้าน
- การต่อเติมที่มีเสา คาน ฐานราก หรือโครงสร้างถาวร
- การต่อเติมชั้นบน ต่อเติมชั้นลอย หรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเดิม
- การต่อเติมใกล้แนวเขตที่ดิน หรืออาจกระทบแสง ลม และทางระบายน้ำของเพื่อนบ้าน
- กรณีเหล่านี้มักต้องยื่นแบบก่อสร้าง และอาจต้องมีสถาปนิกหรือวิศวกรรับรองแบบเพื่อความปลอดภัย
ต่อเติมแบบไหน “อาจไม่ต้องขออนุญาต”
- การซ่อมแซมหรือปรับปรุงบ้านในสภาพเดิม
- การเปลี่ยนหลังคาโดยไม่เพิ่มพื้นที่หรือความสูง
- การติดตั้งกันสาดขนาดเล็กที่ไม่เป็นโครงสร้างถาวร
- งานปรับปรุงภายใน เช่น ทาสี เปลี่ยนพื้น หรือฝ้าเพดาน
บ้านจัดสรร ต่อเติมได้แค่ไหน
หากต่อเติมบ้านโดยไม่ได้ขออนุญาต มีโทษอย่างไรบ้าง
1. ถูกสั่งระงับการก่อสร้าง : เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจ สั่งหยุดการก่อสร้างทันที หากตรวจพบว่าต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือทำไม่ตรงตามแบบที่ขอไว้
2. ถูกสั่งแก้ไขหรือรื้อถอน : หากการต่อเติมไม่สามารถแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ เจ้าของบ้านอาจถูกสั่งให้แก้ไขอาคารให้ถูกต้อง หรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ต่อเติมไปแล้วทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งมักทำให้เสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน
3. มีโทษปรับตามกฎหมาย : ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ผู้ที่ต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000–60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในบางกรณีอาจถูก ปรับรายวันจนกว่าจะดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง ทั้งนี้ อัตราโทษขึ้นอยู่กับลักษณะของการกระทำผิด ดุลยพินิจของเจ้าพนักงานท้องถิ่น และบทกำหนดโทษตามที่กฎหมายกำหนด
4. เกิดปัญหาเมื่อขายบ้านหรือขอสินเชื่อ : บ้านที่มีการต่อเติมผิดกฎหมายอาจโอนกรรมสิทธิ์ได้ยาก ธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อ และผู้ซื้อขอให้รื้อถอนก่อนโอน
5. เสี่ยงข้อพิพาทกับเพื่อนบ้าน : หากการต่อเติมกระทบแสง ลม ทางระบายน้ำ หรือแนวเขตที่ดิน เพื่อนบ้านสามารถร้องเรียนหรือฟ้องร้องได้ ส่งผลให้ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายทางกฎหมายเพิ่ม
ขั้นตอนในการขออนุญาตก่อนต่อเติมบ้าน
1. ตรวจสอบลักษณะการต่อเติม : เริ่มจากพิจารณาว่าการต่อเติมของคุณเป็นการเพิ่มพื้นที่ใช้สอย มีโครงสร้างถาวร หรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเดิมหรือไม่ หากเข้าข่ายตามกฎหมาย ควรขออนุญาตก่อนเริ่มก่อสร้าง
2. สอบถามหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ : ติดต่อสำนักงานเขต เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่บ้านตั้งอยู่ เพื่อสอบถามว่าการต่อเติมลักษณะนี้ต้องขออนุญาตหรือไม่ และต้องใช้เอกสารใดบ้าง
3. จัดเตรียมแบบก่อสร้าง : จัดทำแบบแปลนการต่อเติมให้ชัดเจน หากเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้าง อาจต้องให้สถาปนิกหรือวิศวกรรับรองแบบ เพื่อยืนยันความปลอดภัยของอาคาร
4. เตรียมเอกสารประกอบการขออนุญาต : โดยทั่วไปจะใช้เอกสาร เช่น
- แบบคำขออนุญาตก่อสร้าง
- สำเนาโฉนดที่ดิน
- สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนเจ้าของบ้าน
- แบบแปลนก่อสร้างและเอกสารรับรองแบบ (ถ้ามี)
5. ยื่นคำขออนุญาต : นำเอกสารทั้งหมดไปยื่นต่อหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและพิจารณาอนุญาต
6. รอผลการพิจารณา : หน่วยงานจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 30-45 วัน ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของงานและพื้นที่ หากมีข้อแก้ไข เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ปรับปรุงแบบก่อนอนุญาต
7. เริ่มก่อสร้างหลังได้รับอนุญาต : เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว จึงสามารถเริ่มต่อเติมบ้านได้ โดยควรก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบที่ได้รับอนุญาตทุกประการ
การต่อเติมบ้านไม่ใช่แค่เรื่องการออกแบบหรือความสวยงาม แต่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและความปลอดภัยโดยตรง หากเป็นการต่อเติมที่มีโครงสร้างถาวร เพิ่มพื้นที่ใช้สอย หรืออาจกระทบผู้อื่น ควรดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายและค่าใช้จ่ายที่อาจตามมาในภายหลัง
หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง





