วิธีแต่งบ้านเล็กให้เก็บของได้มากขึ้น มาทวงคืนพื้นที่จำกัดในบ้านเล็กให้กว้างขวางขึ้นกันเถอะ ด้วยวิธีแต่งบ้านเล็กต่อไปนี้
ชีวิตยุคใหม่ ที่นับวันที่พักอาศัยจะมีขนาดเล็กลงทุกขณะ ยิ่งใครอยากเดินทางสะดวก แบบเดินออกจากประตูบ้านปุ๊บ ก็ขึ้นรถไฟฟ้าไปทำงานได้ปั๊บ ก็ต้องแลกกับการอยู่ในห้องแคบ ๆ ที่แทบจะไม่มีพื้นที่ให้ขยับตัว หลายคนจึงต้องประสบปัญหาไม่มีเก็บของอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วันนี้เราจึงมี 10 วิธีฉลาด ๆ ที่จะเรียกคืนพื้นที่ว่างให้บ้านของคุณ ต้องทำอย่างไรบ้างลองไปดูกันเลยค่ะ
สาว ๆ หลายคนอาจจะชื่นชอบอุปกรณ์กระจุกกระจิกในครัว อย่างที่หั่นแอปเปิ้ล หรือที่คั้นน้ำมะนาว แต่ของเหล่านี้นี่แหละ ตัวขโมยพื้นอันมีค่าของเราไป มีเฉพาะของที่ต้องใช้เท่านั้นจึงเป็นกฎเหล็ก ลองเดินสำรวจรอบ ๆ บ้าน แล้วดูสิว่าอะไรคือสิ่งเกินจำเป็น รวบของเหล่านั้นแล้วเอาไปบริจาคซะ
2. เพิ่มชั้นวางในตู้
การวางของในตู้ตามปกติ มักเหลือพื้นที่เปล่า ๆ ด้านบนเอาไว้อย่างน่าเสียดาย ลองแก้ปัญหานี้ด้วยการใส่ชั้นวางของเข้าไปในตู้อีกที เพื่อให้สามารถใช้สอยพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า สำหรับตู้เสื้อผ้าอาจเพิ่มเป็นชั้นเก็บผ้าแบบแขวน เอาไว้เก็บผ้าเช็ดตัวหรือผ้าปูที่นอนสำรอง และหากมีช่องเก็บของเหนือราวในตู้ ให้ใช้พื้นที่นั้นเก็บกล่องรองเท้าคู่ที่นาน ๆ หยิบมาใส่ที ส่วนตู้เก็บของในครัวก็เพิ่มชั้นพลาสติกเข้าไป เพื่อเอาไว้เก็บขนมนมเนย หรือแม้แต่ฝาหม้อต่าง ๆ ให้เป็นสัดส่วนได้
3. เลือกเฟอร์นิเจอร์แบบอเนกประสงค์
คนบ้านเล็กย่อมรู้ดีว่า ไม่ใช่เรื่องดีที่จะมีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ที่ใช้สอยประโยชน์ได้แค่อย่าง เดียว ลองมองหาเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้หลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน เช่น เดย์เบด ที่สามารถเป็นทั้งที่นั่งดูทีวีเวลากลางวัน และเตียงนอนเวลากลางคืนได้ หรือเก้าอี้สตูลที่สามารถไว้นั่ง พร้อมเก็บของใต้ที่นั่งได้ เป็นต้น
4. อะไรแขวนได้ก็แขวน
ใช้พื้นที่บริเวณผนังโล่งใครัวให้เป็นประโยชน์ ด้วยการทำราวเพื่อแขวนอุปกรณ์ประเภท หม้อ กระทะ ตะหลิว ทัพพี ฯลฯ ทำแบบเดียวกันบนผนังห้องนอน โดยอาจทำให้มีศิลปะและสวยงาม ด้วยการนำกรอบรูปมาจัดเรียงเครื่องประดับสุดโปรดของคุณเข้าไป ก่อนจะนำไปประดับไว้บนผนังห้องอีกที ถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ทั้งประหยัดพื้นที่ และได้งานสวย ๆ ไว้โชว์อีกด้วย
5. อย่าปล่อยให้พื้นที่แคบลอยนวล
ถึงแม้ว่าคุณจะนึกไม่ออก ว่ายังมีพื้นที่ไหนในบ้านเหลืออีก แต่หากลองสอดส่องสายตาดี ๆ คุณจะพบว่าซอกแคบระหว่างมุมของตู้เก็บของในครัว ก็ยังสามารถหาชั้นวางของเล็ก ๆ วางสอดเข้าไปเพื่อใช้เป็นที่เก็บอาหารแห้งได้ ในขณะเดียวกัน อย่ามองข้ามพื้นที่ด้านบนเหนือประตู โดยอาจติดตั้งชั้นวางไว้เก็บที่ต้องการซ่อนจากสายตาได้

6. ใช้กล่องหรือตะกร้า
ตะกร้าหวายและกล่องผ้าสีสันสดใส ไม่ได้มีดีแค่น่ารักเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้เก็บของชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้อีกด้วย โดยข้อดีของตะกร้าหรือกล่องเหล่านี้คือ นอกจากจะช่วยเก็บของไม่ให้รกสายตาแล้ว ยังสามารถนำไปวางเก๋ ๆ ไว้บนตู้หรือสอดเข้าไปในชั้นหนังสือ ช่วยตกแต่งให้ห้องดูสวยขึ้นอีกด้วย
7. ใช้พื้นที่ที่คาดไม่ถึง
อย่าเพิ่งคิดว่าไม่มีที่ว่างสำหรับจะวางอะไรได้อีกแล้ว เพราะพื้นที่ที่คุณคาดไม่ถึงอย่างที่ว่างเหนือหัวเตียง ก็อาจต่อชั้นเล็ก ๆ เอาไว้สำหรับวางหนังสืออ่านเล่นหรือนาฬิกาปลุกได้ หรือหากใครกำลังเซ็งที่ไม่มีพื้นที่เหลือสำหรับวางโต๊ะข้างเตียง ทดแทนด้วยชั้นที่ต่อไว้กับผนัง ก็นับเป็นทางออกที่น่าสนใจ
8. คิดนอกกรอบ
เพื่อให้พื้นที่จัดเก็บสิ่งของได้ถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด คุณต้องคิดนอกกรอบ ซึ่งอาจหมายถึงต้องเก็บข้าวของไว้ในที่ที่คนส่วนใหญ่ไม่ทำกัน เช่น ของใช้ในห้องครัวก็ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่แต่เฉพาะในครัว ลองเอาอุปกรณ์ครัวบางชิ้นที่นาน ๆ หยิบมาใช้ เก็บไว้ในพื้นที่เหลือในตู้เสื้อผ้าหรือใต้เตียง หรือแม้กระทั่งรองเท้าบูทลุยหิมะ ที่คุณอาจจะได้ใส่แค่ปีละครั้ง ก็ยังสามารถเก็บไว้ในตู้ใต้ซิงค์ล้างจานได้ หากว่ามีที่เหลือ
9. ซ้อนกันซะเลย
กล่องพลาสติกใสเป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกที่ดีในการจัดเก็บสิ่งของ เพราะความใสทำให้เราเห็นของภายในได้ชัด ง่ายต่อการหยิบมาใช้ นอกจากนี้เรายังสามารถวางซ้อนกล่องขึ้นไป ช่วยประหยัดพื้นที่จัดเก็บได้ได้อีกด้วย ลองหาซื้อกล่องพลาสติกที่แข็งแรงและราคาไม่แพง เอาไว้จัดเก็บของในตู้เย็น ซึ่งจะช่วยให้คุณมีพื้นที่เหลือในการจัดเก็บอาหารอื่น ๆ เพิ่มเติม
10. ยกเตียงขึ้น
คงไม่มีพื้นที่ไหน ที่จะจัดเก็บข้าวของได้ใหญ่ไปกว่าใต้เตียงอีกแล้ว ดังนั้นหากคุณกำลังจะซื้อเตียงใหม่ ซื้อเตียงที่สูงพอที่จะเก็บของข้างใต้ได้ จากนั้นหาซื้อกล่องแบน ๆ แล้วโยนข้าวของที่นาน ๆ ใช้ที เช่น อุปกรณ์ห่อของขวัญ ซีดีเพลงที่ตัดใจทิ้งไม่ได้ เสื้อผ้าหน้าหนาว ฯลฯ ลงไป จากนั้นดันมันไปใต้เตียงซะ หรือหากคุณมีเงินเหลือลงทุนกับเตียงที่มีลิ้นชักไปเลย
เป็นอย่างไรกันบ้าง อ่านแล้วเกิดประกายไอเดียปิ๊งปั๊งหรือยัง วิธีแสนง่ายเหล่านี้จะช่วยให้บ้านเล็ก ๆ ของคุณมีพื้นที่มากขึ้น แล้วอย่าเผลอไปซื้อของที่ไม่จำเป็นมาเพิ่มล่ะ มิฉะนั้นวิธีไหน ๆ ก็คงเอาไม่อยู่นะจ๊ะ






