รีวิวปลูกบ้านสองชั้น 4 ห้องนอน ตั้งแต่ประมูลที่ดินจนสร้างบ้านเสร็จ

บ้านสองชั้น

          แบบบ้านสองชั้น 4 ห้องนอน เนื้อที่ 100 ตารางวา รีวิวสร้างบ้านต่างจังหวัด ตั้งแต่ประสบการณ์การประมูลที่ดินจนสร้างบ้านเสร็จสมบูรณ์
 
          หากใครที่กำลังมองหาที่ดินดี ๆ เอาไว้ปลูกบ้านหรือลงทุนทำธุรกิจ และยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหนดี เราขอแนะนำให้ศึกษาจากประสบการณ์ของ คุณ ภูมิพัฒน์ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม  เพราะเขาจะมาเล่าให้ฟังตั้งแต่การประมูลที่ดิน การซื้อ-ขาย ตั้งเสาเอกจนสร้างบ้านเสร็จสมบูรณ์ เผื่อเป็นแนวข้อมูลสำหรับคนที่อยากซื้อที่ดินและสร้างบ้านเอง

[CR] รีวิวปลูกบ้าน ตั้งแต่ได้ที่ดินมาจนบ้านเสร็จครับ โดย คุณ ภูมิพัฒน์
 
          สวัสดีครับขอเริ่มจากการได้ที่ดินผืนนี้มาก่อนนะครับ สืบเนื่องจากความต้องการหาที่ดินผืนเล็ก ๆ ใกล้ ๆ ตัวเมืองทางจังหวัดภาคเหนือ เลยให้เพื่อนที่อยู่ทางโน้นช่วยดูให้ ไปเจอที่จากกรมบังคับคดีเข้าแปลงหนึ่ง อยู่ไกลตัวเมืองไป 5 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 100 ตารางวา เป็นที่ถมแล้ว ถนนดี
 
          เมื่อเพื่อนบอกมา ผมเลยให้รุ่นน้องที่รู้จักกันเขาเป็นเซลล์ขายของทางภาคเหนือ ต้องวิ่งไปวิ่งมาหลายจังหวัด ไปดูห้องพร้อมกับสืบราคาขายแถว ๆ นั้น บริเวณนั้นจะอยู่ในเขตเทศบาลตำบล มีคนบอกขายที่งานละ 900,000 บาท ผมก็เลยตัดสินใจเข้าร่วมประมูล อันดับแรกเพื่อนให้ดูก่อนว่าใครเป็นโจทก์ ใครเป็นจำเลย ปรากฏว่าโจทก์คือธนาคาร ส่วนจำเลยเป็นบุคคลธรรมดา ผมจึงติดต่อไปที่ธนาคารเพื่อสอบถามข้อมูลและถามธนาคารว่าเขาต้องการปล่อยที่ราคาเท่าไร ซึ่งตอนแรกเขาไม่ยอมบอก บอกแต่ว่าจะนำเข้าไปคุยกับนายก่อน ผ่านไป 3 วัน ผมก็โทรไปถามอีกครั้ง เขาบอกว่าแบงก์จะปล่อยที่ 300,000 บาท ผมเลยถามว่าแล้วลูกหนี้จะคัดค้านหรือไม่ ซึ่งทางแบงก์ก็คาดการณ์ว่าคงไม่เพราะลูกหนี้มีหนี้มาก และตอนนี้หนีไปอยู่ภูเก็ตแล้ว
 
          ทีนี้ผมก็หาข้อมูลจากห้องชายคาบ้างและสินธรบ้าง ได้ไอเดียต่าง ๆ นานา ทั้งในด้านดีและด้านไม่ดีสำหรับการประมูลบ้านหรือที่ดินจากกรมบังคับคดี ผมก็เลยรู้ข้อมูลและขั้นตอนการประมูลแต่ก็ยังนึกภาพไม่ออกว่ามันจะเป็นยังไง
 
          จากนั้นผมก็ไปเช็กราคาประเมิน ซึ่งก็ตกเท่ากับราคาทรัพย์ที่เจ้าพนักงานประเมินคือ 150,000 บาท แต่คุยกับทางแบงก์เขายังไงก็ไม่ยอมปล่อยที่ 150,000 บาทแน่นอน จะปล่อยที่ 200,000 เป็นอย่างต่ำ ซึ่งจะประมูลรอบแรกวันที่ 26 พฤศจิกายน ด้วยความที่อยากได้มากหรือไม่รู้อะไรดลใจก็จัดการจองตั๋วเครื่องบิน แล้วก็ไม่รู้คิดยังไงเหมือนกัน ขาไปจองแอร์เอเชียจากสุวรรณภูมิ ออกเดินทางวันที่ 25 ตอน 19.45 นาฬิกา พอเลิกงานก็โบกแท็กซี่บอกว่าไปสุวรรณภูมิ แท็กซี่บอกว่าพี่ไม่ได้ฟังข่าวเหรอ เขาปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ผมเลยต้องเรียกคันอื่น เจอคันที่ยอมไปแต่ขอไปทางบางนาตราด ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ดีมากของแท็กซี่
 
          พอเข้าเขตสนามบินเริ่มติดขัด ตอนนั้น 06.15 นาฬิกา แล้วยังไม่ถึงที่เคาน์เตอร์เช็ก-อิน ผมเข้าใจว่าต้องเช็กอินประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนเครื่องออก เริ่มเครียด คนขับก็เครียด ฟังข่าวไปตลอดว่าจะยกกันมาอีก ตอนนั้นเขายังปิดล้อมไม่หมด แต่ชั้น 4 ผู้โดยสารขาออกขึ้นไปไม่ได้แล้ว แท็กซี่บอกว่างั้นผมไปส่งขาเข้าชั้น 1 แล้วกัน กว่าจะถึงก็ 06.40 นาฬิกา ผมก็เดินอย่างเร็วขึ้นไปชั้น 4 เพื่อเช็กอิน ปรากฏว่าทันเพราะเครื่องดีเลย์ เอาเข้าจริงเครื่องออกเวลา 2 ทุ่มครึ่ง เพราะรอผู้ร่วมชะตากรรมท่านอื่น ๆ วันนั้นรู้สึกเหมือนอยู่ในหนังสงครามเวียดนาม ตอนหนีออกนอกประเทศยังไงไม่รู้ ขากลับอะไรดลใจก็ไม่รู้ ผมจองการบินไทย แต่ไปลงที่ดอนเมืองแทนเพราะใกล้บ้าน ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ เวลา 3 ทุ่มครึ่งนั่งแท็กซี่ไปโรงแรม เช็กอินแล้วออกไปกินก๋วยเตี๋ยว หน้าโรงแรมอากาศเมืองเหนือตอนกลางคืนเย็นเหมือนซัมเมอร์เมืองนอกเลยแฮะ
 
          วันที่ 26 พฤศจิกายน ตอนเช้า ผมไม่รู้ว่าเขาเปิดกี่โมงเลยตื่นเช้าหน่อย จ้างตุ๊กตุ๊กไปดูที่ที่จะประมูลและเลยต่อไปที่กรมบังคับคดี ที่ดินที่จะประมูลก็สวยดีครับ แต่ว่ารกหน่อย ถนนดีกว่าที่บ้านผมในกรุงเทพซะอีก เป็นถนนคอนกรีตกว้างมีรางระบายน้ำอย่างดีแต่หญ้าขึ้นรกเต็มที่ พอดูที่เสร็จก็ไปกรมบังคับคดีตอน 8 โมง เจ้าหน้าที่บอกว่า เขาเริ่มกัน 9 โมงเช้า ผมเลยไปกินข้าวเช้าก่อน
 
          พอใกล้ถึงเวลาก็ต้องไปดูว่าทรัพย์ที่เราจะประมูลอยู่ลำดับที่เท่าไร เป็นทรัพย์ลำดับที่ 7 พอดีผมเห็นคนของแบงก์ (สังเกตจากสายคล้องบัตร) รับมอบอำนาจมาประมูลที่ดินแปลงนี้ด้วย เขาคุยภาษาเหนือแต่ผมพอฟังออกครับ คนที่เขาคุยด้วยเขาถามว่าจะประมูลที่แปลงไหน ราคาเท่าไร แต่เขาไม่ยอมบอกราคา รู้เลยว่า มีคู่แข่งแล้ว 1คน
 
          ถึงเวลา 09.00 นาฬิกา เจ้าหน้าที่ให้ไปวางเงินมัดจำและรับป้าย สำหรับคนที่ไปประมูลเองก็ใช้สำเนาบัตรประชาชน ถ้าให้คนอื่นไปก็ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ ถ้าที่ราคาเกิน 5 แสนบาท ก็ต้องวางเงิน 50,000 บาท ถ้าไม่เกินก็วาง 20,000 บาท ซึ่งแบบฟอร์มจะแยกกัน กรอกเอกสารเสร็จก็ยื่นไปให้เจ้าหน้าที่ ส่วนเงินก็นับใส่ซองเอง เซ็นปิดผนึกให้เรียบร้อย จากนั้นก็เข้าไปรอที่ห้องประมูล

          บรรยากาศในห้องประมูลคึกคักมาก พ่อลุง แม่ป้า นายหน้า อาเจ๊ อาเฮีย ตำรวจในเครื่องแบบก็มาประมูล เจ้าหน้าที่ บสก เอย ธนาคารสีเขียว สีส้ม สีแดง สีม่วง มากันมากมายเต็มไปหมด การประมูลจะเริ่มที่ 09.30 นาฬิกา แต่ท่านผู้อำนวยการอยากขึ้นชี้แจงก่อน ก็ให้ท่านพูดไปซึ่งเป็นประโยชน์ดีมาก เท่าที่จับประเด็นได้มีดังนี้
 
          1. การยอมกันหรือถอนขายทอดตลาดต้องได้รับความยินยอมทั้งจากโจทก์และจำเลย เช่น โจทก์ได้คนซื้อมาแล้วจะขอถอนเรื่องออกไป จำเลยต้องยินยอมด้วย
          2. ประมูลได้แล้ว 15 วันต้องเอาเงินมาวางให้ครบ ถ้าทำเรื่องกู้แบงก์ก็ให้ไปขอยืดเวลาเป็น 90 วันได้
          3. เรื่องขอคืนภาษี หลังจากโอนกรรมสิทธิ์ที่ที่ดินแล้วให้รีบมาขอภาษีคืน ประมาณนี้

          พอท่านผู้อำนวยการกล่าวจบ เจ้าหน้าที่ก็อ่านกฎกติกามารยาทให้ทุกคนฟัง การประมูลจะเริ่มต้น ณ บัดนาว 
 
          แปลงแรกเป็นที่นามีคนสู้ราคา 2 เจ้า เป็นลุงกับป้า 2 คู่ พอถึงระดับราคาหนึ่ง ลุงบอกให้ถอยแต่ป้าจะสู้ต่อ เลยฮา ๆ กันทั้งห้อง จบแปลงนี้ไปก็กระโดดไปแปลงที่ 6 ซึ่งไม่มีใครมาประมูล เจ้าหน้าที่เลยข้ามไปเป็นรายการที่ 7 ซึ่งผมจะประมูล แอบชำเลืองมองพี่ตำรวจที่นั่งข้าง ๆ อ้าวเฮ้ย ! แปลงเดียวกันเลยนี่หว่า หันไปทางซ้าย อ้าว ! เจ๊คนนั้นก็ถือแผนที่แปลงเดียวกันอีก ข้างหน้าก็เจ้าหน้าที่ธนาคารที่มาเป็นนอมินี ข้างหลังอีก 2 เบ็ดเสร็จประมาณ 6 รายที่สนใจแปลงนี้
 
          เจ้าหน้าที่ก็อ่านเลขที่โฉนดและบอกราคาเริ่มต้น ถามว่าใครจะรับราคาที่ 120,000 บาท ยกกันพรึ่บ ราคามันก็ค่อย ๆ ขยับไปทีละ 5,000 บาท ไปจนถึง 150,000 บาท มีเสียงหนึ่งยกป้ายขึ้นและบอกว่า 200,000 บาท เจ้าหน้าที่ก็ไล่ราคาไปเรื่อย ๆ ที่ละ 5,000 บาท ทีนี้เจ้าหน้าที่บอกว่า ยกป้ายรับราคาแล้วเสนอราคามาเลยก็ได้ ผมเลยบอกไปที่ 250,000 บาท ก็มีคนสู้อีก ไล่ไปจนถึง 275,000 บาท ผมก็ยกและแจ้งไปที่ 300,000 บาท อึ้งกันไปสักพัก ตอนแรกคิดว่าได้ราคานี้แล้ว พอเขานับถึง 2 แล้ว แต่ฟ้าก็ไม่เป็นใจ ป้ายข้างหลัง บอกว่ารับที่ 305,000 บาทด้วย มีราคาในใจอยู่แล้วว่าจะสู้ไม่เกิน 350,000 บาท เพราะสืบราคาจากพื้นที่อยู่ในจังหวัดว่า เขาซื้อขายที่ประมาณ 400,000 บาท ก็ยกสู้กันไปจนถึง 350,000 บาท ผมก็ให้อีก 5,000 บาท เป็น 355,000 บาท เจ้าหน้าที่นับถึง 3 ก็ได้ที่แปลงนี้มา เดินออกมาข้างหน้าเพื่อเซ็นชื่อเอาแฟ้มไปเสียค่ามัดจำ ทำเรื่องขอยืดเวลาจ่ายเงินและถ่ายสำเนาโฉนด
 
          คิดว่าหลังปีใหม่จะไปโอนโดยเอาเงินไปจ่ายที่กรมบังคับคดีและนำโฉนดไปโอนที่สำนักงานที่ดิน เสร็จเรื่องก็ต้องกังวลว่าจะได้กลับหรือเปล่า เพราะกลับการบินไทยไฟล์ท 2 ทุ่ม ถึงดอนเมือง 3 ทุ่มสิบห้า ตอนแรกนึกว่าจะได้กลับรถทัวร์แล้ว แต่เช็กกับการบินไทยบอกว่าดอนเมืองใช้ได้ ตอนเย็นกินข้าวเย็นแล้วไปสนามบินเช็กอิน แต่เครื่องดีเลย์กว่าจะได้ออกก็ 3 ทุ่ม ถึงดอนเมือง 4 ทุ่มครึ่ง แต่ว่าต้องนั่งรถไปลงที่ร้านเจ๊เล้งเนื่องจากปิดสนามบิน ที่แปลงนี้กว่าจะได้มา สะบักสะบอมมาก ๆ เป็นประสบการณ์ที่จะไม่ลืมจริง ๆ ครับ ครั้งแรกที่ประมูลกับกรมบังคับคดีก็มีเพียงเท่านี้แหละครับ คราวหน้าขึ้นไปอีก จะไปเรื่องรังวัดที่ดินและทำรั้วด้วยนะครับ
 
บ้านสองชั้น

          - วันที่รังวัด เรานัดกับทางนายช่างและตามเจ้าของที่ดินแปลงข้างเคียงมา ส่วนใหญ่ก็ซื้อทิ้ง ๆ ไว้ไม่ค่อยได้สนใจ หาหลักหินให้เจอแล้วก็วัดกัน เซ็นชื่อรับทราบก็เป็นอันจบ  ผมปล่อยที่ทิ้งไว้นานหลายปี ด้วยมีปัญหาทางการเงิน จนมาวันหนึ่งที่ใช้หนี้ใช้สินหมด ใจก็ยังคิดที่จะปลูกบ้านที่นี่อยู่ตลอดเวลา แล้วก็เริ่มหาผู้รับเหมา ติดต่อธนาคาร และยื่นกู้ หลังจากที่ได้เคลียร์หนี้สินบัตรเครดิต รีไฟแนนซ์บ้านเรียบร้อยเพื่อให้กู้ได้ง่ายขึ้น ผมได้ติดต่อตามหาผู้รับเหมาที่เคยหมายตาไว้ตั้งแต่ปี 2554 คิดดูว่านานขนาดไหน เอาแบบที่เคยจ้างสถาปนิกเขียนไปให้เขาดู คุยกันว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร ตัวผมทำงานอยู่กรุงเทพฯ หน้างานอยู่เชียงราย ขั้นตอนก็จ้างให้เขาทำแบบวิศวกรรม สถาปัตย์ สุขาภิบาล ให้เรียบร้อย ยื่นขออนุญาต ยื่นกู้แบงก์ไปด้วย ทำสัญญาก่อสร้าง ยื่นธนาคารไป หลังจากนั้นก็ได้รับอนุมัติ แล้วก็ลุยกันทันที
 
บ้านสองชั้น
 
          - ราคาที่ผู้รับเหมาเรียกมาคือ 2.95 ล้านบาท แต่สุขภัณฑ์ หลอดไฟ และกระเบื้องต้องซื้อเอง ธนาคารปล่อยกู้ที่ 3.70 ล้านบาท เผื่อตกแต่ง แบบบ้านออกแบบมาตั้งนานแล้ว แต่การเงินสะดุดเลยไม่ได้ทำต่อ ตอนนี้เราพร้อมแล้ว
 
บ้านสองชั้น
 
          - หลังจากนั้นเราทำพิธีตั้งเสาเอกแบบล้านนาครับ
 
บ้านสองชั้น

บ้านสองชั้น

          - หลังจากนั้นก็เริ่มสร้างครับ อันนี้ก็ดู ๆ รูปเอาแล้วกัน ฮ่า ๆ
 
บ้านสองชั้น

บ้านสองชั้น

บ้านสองชั้น

          - จากนั้นมันก็ค่อย ๆ เป็นรูปเป็นร่าง
 
บ้านสองชั้น

          - ซึ่งในที่สุดก็เกือบเสร็จ
 
บ้านสองชั้น

          - และก็ถึงวันที่บ้านเสร็จ มาดูภาพอื่น ๆ กันครับ
 
บ้านสองชั้น

บ้านสองชั้น

          - พื้นเป็นปูนเปลือยครับ บางคนถามนึกว่าบ้านไม่เสร็จ
 
บ้านสองชั้น

          - เข้ามาในบ้านกันครับ
 
บ้านสองชั้น
 
          - ระเบียงหน้าบ้านครับ
 
บ้านสองชั้น
 
          - บริเวณโถงด้านล่างครับ
 
บ้านสองชั้น
 
          - ในบ้านนะครับ มีห้องนอน 5 ห้อง ผมว่าจะทำเป็นโฮมสเตย์ครับ
 
บ้านสองชั้น
 
          - เน้นรูปแล้วกันนะครับ
 
บ้านสองชั้น
 
          - ในส่วนของห้องนอนนั้น มี 5 ห้องนอน เราอยู่เอง 1 ห้อง ที่เหลือเป็นที่พักแบบ bed and breakfast ครับ
 
บ้านสองชั้น

          - ห้องนอนใหญ่ มีความบ่วงบรรจถรณ์
 
บ้านสองชั้น
 
          - ไว้หน้าฝนค่อยลงต้นไม้ครับ ตอนนี้อยู่แบบนี้ไปก่อน ค่อย ๆ ทำครับ
 
บ้านสองชั้น
 
          - ทำเป็น Bed and Breakfast นะครับ
 
บ้านสองชั้น
 
          - เล็กๆ ครับ ทำแค่ 4 ห้อง ใช้นอนเอง 1 ห้อง
 
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ ภูมิพัฒน์ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

คิดอย่างไรกับเรื่อง: รีวิวปลูกบ้านสองชั้น 4 ห้องนอน ตั้งแต่ประมูลที่ดินจนสร้างบ้านเสร็จ ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
รีวิวปลูกบ้านสองชั้น 4 ห้องนอน ตั้งแต่ประมูลที่ดินจนสร้างบ้านเสร็จ โพสต์เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 15:37:24 64,212 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP