9 วิธีรีดผ้าแบบผิด ๆ เพราะทำแบบนี้ไงรีดเท่าไรรอยยับบนเสื้อก็ยังอยู่ !

 วิธีรีดผ้า

         มาเช็กกันหน่อยดีกว่าว่า คุณยังรีดผ้าแบบผิด ๆ อยู่หรือเปล่า พร้อมกับคำแนะนำที่จะทำให้เสื้อผ้าของคุณรีดเรียบ รีดลื่น และรีดได้อย่างง่าย ๆ เพียงปลายนิ้วขึ้นมาเลยทีเดียว
 

          พอพูดถึงงานรีดผ้าขึ้นมาทีไร บรรดาแม่บ้าน-พ่อบ้านต่างก็เบือนหน้าหนีกันเป็นแถว บ้างก็ว่ารีดยาก บ้างก็ว่ารีดไม่ได้ดั่งใจบ้างแหละ งั้นมาเช็กวิธีรีดผ้าแบบผิด ๆ ที่กระปุกดอทคอมได้นำมาฝากในวันนี้กันหน่อยดีกว่า เพื่อสำรวจดูว่าคุณยังรีดแบบนี้อยู่หรือไม่ เพราะถ้าใช่ ควรรีบปรับเปลี่ยนและทำตามคำแนะนำเหล่านี้ด่วนเลยค่ะ 

1. ไม่สะบัดเสื้อก่อนตาก
 
          เมื่อถึงเวลาที่ต้องนำเสื้อผ้าไปตาก ก่อนจะใส่ไม้แขวนอย่าลืมสะบัดผ้าให้รอยยับคลายตัวก่อน เพราะหากนำไปตากทั้ง ๆ ที่เนื้อผ้ายังไม่คืนรูป จะทำให้การรีดผ้ายากขึ้น อาจต้องรีดซ้ำหลายรอบกว่ารอยยับจะหายไป

2. ตากแห้งจนเป็นรอยแข็ง

 
          ไม่ควรตากผ้านานจนเนื้อผ้าเริ่มแข็งและคลี่ออกยาก เพราะจะทำให้รีดยาก ใช้เวลารีดนาน และออกแรงกดเตารีดมากขึ้น ปัญหาที่จะตามมาอีกก็คือ หลังรีดเสร็จแล้วอาจมีรอยยับให้เห็นจาง ๆ ต้องรีดซ้ำใหม่อีกรอบ
 
3. ไม่อ่านคำแนะนำ

          ก่อนรีดผ้าทุกครั้งเช็กป้ายเสื้อสักนิดว่าใช้ความร้อนระดับไหนดีถึงจะเหมาะ ไม่ทำลายเนื้อผ้า และไม่เป็นปัญหาหลังรีด เพราะเนื้อผ้ามีความหนา-บางและไวต่อความร้อนไม่เท่ากัน หากใช้ความร้อนน้อยไปก็จะทำให้ผ้าไม่เรียบ แต่ถ้าหากความร้อนมากไปอาจทำให้ผ้าไหม้ได้
 
4. ไม่พรมน้ำก่อนรีด

          ใช้เตารีดอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ผ้าเรียบเนียนอย่างที่ต้องการได้ ถ้าไม่อยากรีดซ้ำควรพรมน้ำหรือใช้น้ำยารีดผ้าพรมเสื้อผ้าให้ทั่วก่อน แต่สำหรับบ้านที่ใช้เตารีดไอน้ำก็ยิ่งสะดวกเลย เพราะแค่กดปุ่มปรับโหมดไอน้ำก็สามารถรีดได้เลย
 
5. ไม่ปรับระดับความร้อน

          หากเสื้อผ้าที่ต้องรีดมีหลายตัว ให้รีดผ้าที่ต้องใช้ความร้อนต่ำก่อน อย่างเช่น ผ้าไหม ผ้าสังเคราะห์ ผ้าเรยอน ผ้าเนื้อบอบบาง และผ้าสีดำ ตามด้วยผ้าที่รีดด้วยความร้อนระดับกลาง อย่างเช่น ผ้าขนสัตว์ และปิดท้ายด้วยผ้าที่ใช้ความร้อนสูงสุด ได้แก่ ผ้าคอตตอนและผ้าลินิน ทุกครั้งที่ปรับระดับความร้อนให้สูงขึ้น ควรจะทิ้งช่วงให้เตารีดร้อนสัก 2 นาที แล้วค่อยรีดต่อ ส่วนผ้าที่มีเทกเจอร์อย่าง ผ้ากำมะหยี่และผ้าลูกฟูก ให้กลับผ้าเอาด้านในออกมารีด
 
6. ไม่จัดทรงเสื้อผ้าก่อนรีด

          ก่อนรีดผ้าควรจัดทรงเสื้อผ้าซะก่อนและหากเป็นเสื้อเชิ้ตให้เริ่มรีดจากแขนเสื้อทั้ง 2 ข้างก่อนตามด้วยปกคอเสื้อ นำไปแขวนพักไว้ 2-3 นาที ก่อนนำมารีดอีกครั้ง ส่วนกางเกงควรจับจีบให้เรียบร้อยก่อนรีด โดยจับจากปลายขากางเกงไปจนถึงจุดสิ้นสุดของจีบจากเอวลงมา 6 นิ้ว สำหรับกระโปรงให้รีดจากบนลงล่าง และถ้าต้องจับจีบให้กลับผ้ารีดด้านในแทน

7. ผ้ารองรีดไม่ได้คุณภาพ

          เรื่องการเลือกผ้ารองโต๊ะรีดผ้าก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะนอกจากจะทำให้การรีดผ้าง่ายและรวดเร็วขึ้นแล้ว เช่น รีดด้านเดียวแต่ทำให้ผ้าเรียบพร้อมกันทั้ง 2 ด้านไม่ต้องสลับด้านไป-มาเพื่อรีดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ที่สำคัญผ้ารองรีดควรถอดซักได้ด้วย
 
8. ไม่ใส่ไม้แขวนหลังรีดเสร็จ

          บางคนอาจจะรีบถึงขั้นรีดเสร็จแล้วนำมาสวมเลย สุดท้ายก็มาพบว่าเสื้อยับเหมือนไม่ได้รีด ฉะนั้นหลังรีดเสื้อเสร็จแล้วไม่ว่าจะรีบแค่ไหน ก็ควรแขวนไว้กับไม้แขวนรอให้เนื้อผ้าเซตตัวก่อนประมาณ 5 นาทีค่อยหยิบมาใส่
 
9. รีบรีดเสื้อให้เสร็จ
 
          หลายคนไม่ชอบการรีดผ้า ทำให้รู้สึกเบื่อเมื่อต้องจับเตารีดและรีบทำให้เสร็จ ทำให้เสื้อไม่อยู่ทรงและไม่เรียบอย่างที่หวัง ก่อนและขณะรีดผ้าบิวท์อารมณ์ด้วยเพลงเพราะ ๆ หรือเปิดทีวีดูไปเพลิน ๆ ขณะรีดผ้า ก็จะทำให้ไม่เป็นงานบ้านที่น่าเบื่ออีกต่อไป 

          หากใครเคยรีดผ้าแบบผิด ๆ เหล่านี้อยู่ละก็ไม่ต้องตกใจไป เพียงแค่ปรับเปลี่ยนวิธีการรีดผ้าตามคำแนะนำที่เราบอก รับรองได้เลยว่างานรีดผ้าจะกลายเป็นงานง่าย ๆ ที่ทำแล้วมีความสุขขึ้นมาทันที

ขอขอบคุณข้อมูลจาก domain และ Thespruce

คิดอย่างไรกับเรื่อง: 9 วิธีรีดผ้าแบบผิด ๆ เพราะทำแบบนี้ไงรีดเท่าไรรอยยับบนเสื้อก็ยังอยู่ ! ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
9 วิธีรีดผ้าแบบผิด ๆ เพราะทำแบบนี้ไงรีดเท่าไรรอยยับบนเสื้อก็ยังอยู่ ! โพสต์เมื่อ 10 เมษายน 2560 เวลา 09:59:37 24,967 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP