ชมพูพันธุ์ทิพย์ ดอกสีสวยบานสะพรั่ง โตไว ปลูกไม่ยาก ให้ร่มเงามากด้วยประโยชน์

           มาทำความรู้จัก ชมพูพันธุ์ทิพย์ ออกดอกบานสะพรั่งทุกช่วงต้นปี นิยมปลูกเพื่อให้ร่มเงา ทนทานต่อดินฟ้าอากาศ และโรคแมลง แถมยังมีประโยชน์หลากหลายอีกด้วย

          ช่วงต้นปีแบบนี้ ก็ถึงเวลาที่ ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ จะออกดอกสวยงามบานสะพรั่งเต็มสองข้างทาง และได้เวลาที่หลาย ๆ คนจะสะพายกล้องออกไปเก็บภาพกันแล้ว สำหรับใครที่อยากจะปลูกต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ไว้ จัดสวน เติมสีสันและความสดใส วันนี้กระปุกดอทคอมเลยจะพาทุกคนไปทำความรู้จักต้นชมพูพันธุ์ทิพย์กันให้มากขึ้น ตั้งแต่ที่มา ลักษณะ วิธีปลูก การดูแลรักษา รวมถึงประโยชน์ดี ๆ ที่น่าสนใจของต้นไม้ชนิดนี้พร้อม ๆ กันค่ะ

 

ชื่อและที่มาต้นชมพูพันธุ์ทิพย์

          ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tabebuia rosea (Bertol.) DC. จัดอยู่วงศ์ Bignoniaceae โดยมีชื่อที่ใช้เรียกกันทั่วไปในภาษาอังกฤษว่า Pink Tecoma, Pink Trumpet Tree และ Rosy Trumpet-tree ส่วนในไทยก็มีชื่อเรียกหลายชื่อด้วยกัน เช่น ชมพูอินเดีย ธรรมบูชา ตาเบบูญ่า และแตรชมพู
 

          ชมพูพันธุ์ทิพย์ เป็นต้นไม้เขตร้อนมีต้นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ก่อนจะมีการนำไปปลูกในประเทศต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย รวมถึงประเทศไทย โดยหม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร เป็นผู้นำต้นชมพูพันธุ์ทิพย์เข้ามาปลูกในประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2500 พร้อมกับตั้งชื่อเรียกเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ผู้นำเข้าและสีของดอกว่า ชมพูพันธุ์ทิพย์

 

ลักษณะต้นชมพูพันธุ์ทิพย์

          ชมพูพันธุ์ทิพย์ เป็นต้นไม้ขนาดกลาง ผลัดใบ ความสูงประมาณ 8-25 เมตร แตกกิ่งแผ่กว้างเป็นชั้น เรือนยอดรูปไข่หรือทรงกลม ลำต้นขนาดใหญ่ เปลือกลำต้นเรียบสีน้ำตาลหรือสีเทา แต่เมื่อมีอายุมากเปลือกลำต้นจะแตกเป็นร่อง กิ่งเปราะหักง่าย ใบเป็นใบประกอบรูปนิ้วมือ ใบเรียงตรงกันข้าม มีใบย่อย 5 ใบ แผ่นใบหนาขอบเรียบ สีเขียวเข้ม ปลายใบเรียว โคนใบสอบ ใบคล้ายรูปไข่แกมรูปรี ความกว้าง 3-7 เซนติเมตร ยาว 7.5-16 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อ กระจุกตามกิ่ง ช่อละ 5-8 ดอก กลีบดอกมีทั้งสีชมพูอ่อน ชมพูสด และสีขาว ตรงกลางดอกสีเหลือง ดอกบานเต็มที่จะมีความกว้างประมาณ 5-8 เซนติเมตร โดยทิ้งใบในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม และออกดอกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน นอกจากนี้ยังมีฝักกลม ยาว 15-30 เซนติเมตร เมล็ดแบน สีน้ำตาล

 

วิธีปลูกต้นชมพูพันธุ์ทิพย์

          ชมพูพันธุ์ทิพย์ นิยมปลูกด้วยเมล็ด เพราะปลูกง่ายได้ในดินแทบทุกชนิด แต่จะชอบดินที่ระบายน้ำและระบายอากาศได้ดีเป็นพิเศษ ควรปลูกบริเวณที่มีแสงแดดเต็มวัน สามารถปลูกได้โดยนำเมล็ดโรยในกระถางที่ใส่ทรายหรือขุยมะพร้าวโรยน้ำให้ชุ่ม ใช้เวลาไม่นานก็จะมีต้นอ่อนงอกออกมา และเมื่อลำต้นสูงได้ประมาณ 1 ฟุต ค่อยย้ายไปปลูกในบริเวณที่ต้องการ และนอกจากการปลูกด้วยการเพาะเมล็ดแล้ว ยังสามารถขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งหรือปักชำก็ได้เช่นกัน
 

          มีข้อควรระวังในการปลูกต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ก็คือ หากต้องการปลูกในบริเวณรั้วบ้านควรปลูกให้ห่างจากตัวบ้านอย่างน้อย 4 เมตรขึ้นไป เพื่อป้องกันรากชอนไชและกิ่งก้านหักทำให้โครงสร้างบ้านเสียหายหรือคนในบ้านเกิดอันตราย เนื่องจากกิ่งของต้นชมพูพันธุ์ทิพย์เปราะหักง่าย นอกจากนี้หากคิดจะปลูกควรหมั่นทำความสะอาดบริเวณบ้านบ่อย ๆ ในช่วงที่ดอกร่วง

 

ประโยชน์ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์

          ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ นอกจากจะนิยมปลูกให้ร่มเงาและประดับตามอาคารบ้านเรือน หรืออย่างที่เห็นกันในลานกว้างตามสวนสาธารณะและริมถนนแล้ว ยังมีประโยชน์ทางด้านอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน อาทิ นำใบไปต้มทำยาบรรเทาอาการท้องเสียหรือตำให้ละเอียดไว้พอกแผล ส่วนลำต้นและเยื่อไม้ก็สามารถนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงและทำกระดาษได้
 

          ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่ทั้งให้ร่มเงาและเป็นไม้ประดับ พ่วงด้วยสรรพคุณอีกมากมาย แถมดอกก็สวยสร้างความโรแมนติกด้วย ใครที่พอมีพื้นที่ในบ้านเหลือ ๆ ก็สามารถปลูกได้นะคะ แต่ก็ต้องทำใจเวลาดอกร่วงโรยหล่นจะกระจายทั่วบริเวณ ทำให้ต้องหมั่นดูแลทำความสะอาดด้วยนะคะ

 

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
ชมพูพันธุ์ทิพย์ ดอกสีสวยบานสะพรั่ง โตไว ปลูกไม่ยาก ให้ร่มเงามากด้วยประโยชน์ โพสต์เมื่อ 4 มกราคม 2562 เวลา 14:46:10 2,507 อ่าน
TOP