ลุยเลย ! วิธีทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารง่าย ๆ เอาไว้ปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษกินเอง

          วิธีทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร ที่คุณคงไม่คาดคิดว่าจะทำด้วยตัวเองได้ จากเศษอาหารในครัวเรือน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ผลพลอยได้คือผัก-ผลไม้ปลอดสารพิษเพื่อสุขภาพ
ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

          อีกหนึ่งปัญหาของคนชอบเข้าครัวเลยคือ ขยะเปียก ยิ่งถ้ามีปริมาณมากทิ้งไว้นานก็ส่งกลิ่นเน่าเหม็น นอกจากนี้ยังเป็นภาระของคนเก็บขยะที่ต้องเอาไปกำจัด และเป็นปัญหาสังคมด้านความสะอาดอีกด้วย เฟซบุ๊กครัวคุณป้า : Aunty's Recipes จึงอยากลดปริมาณขยะเปียกด้วยการนำมาทำปุ๋ยหมักด้วยตนเอง ซึ่งขั้นตอนไม่ยุ่งยาก แค่มีถังพลาสติก ตัวเร่งเชื้อ และน้ำตาลทราย ใช้เวลาหมักประมาณ 1 เดือนก็ได้สูตรปุ๋ยหมักไว้ปลูกผักสวนครัวหรือผลไม้ไว้กินเองที่บ้านแล้วค่ะ 

มาทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารในครัวเรือนกันเถอะ ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก ช่วยลดภาระให้คนเก็บขยะ แถมได้ปุ๋ยดี ๆ ไว้ใส่ต้นไม้ด้วย โดย เฟซบุ๊กครัวคุณป้า : Aunty's Recipes 

         สวัสดีค่ะ วันนี้ไม่ได้มาชวนทำอาหาร หรือทำขนมอบแต่อย่างใด แต่วันนี้มาเชิญชวนให้ทุกท่านที่หลงเข้ามาอ่าน ได้ลองกำจัดขยะจากเศษอาหาร แถมยังได้ปุ๋ยหมักดี ๆ ไว้ใช้ในบ้าน ที่สำคัญที่สุดคือช่วยลดปัญหาขยะเปียกที่เกิดจากเศษอาหาร และช่วยลดภาระให้เจ้าหน้าที่ในการจัดเก็บและกำจัดขยะพวกนี้ด้วยค่ะ ก่อนจะเข้าเนื้อหาขออนุญาตฝากเพจทำอาหาร ทำขนมไว้ด้วยค่ะ หากท่านใดสนใจเรื่องการทำอาหาร ทำขนม หรืองานครัวต่าง ๆ สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ เฟซบุ๊ก ครัวคุณป้า

         เกริ่นไว้ก่อนว่า เราเองเป็นคนที่ชอบทำอาหาร ทีนี้ถ้าใครทำอาหารบ่อย ๆ จะทราบดีว่า มันจะมีเศษอาหารที่เหลือจากการทำอาหาร เศษอาหารที่เหลือจากการกินจำนวนเยอะมาก ๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อน เราจะกรองเอาน้ำออกให้หมดแล้วทิ้งเศษอาหารในถุงพลาสติก มัดปากถุงให้มิดชิดแล้วถึงจะทิ้งลงถังขยะ ในใจจะรู้สึกไม่ดีทุกครั้งที่ต้องทิ้งเศษอาหารเปียกเหล่านี้ลงถัง เพราะรู้อยู่ว่าผ่านไปไม่กี่วันมันก็จะเน่าเหม็น และกลายเป็นปัญหาในการเก็บของเจ้าหน้าที่ต่อไป เราเลยพยายามหาข้อมูล หาวิธีต่าง ๆ ที่จะลดปัญหาพวกนี้ ซึ่งเราทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้วว่าเศษอาหาร จริง ๆ มันก็คือปุ๋ยดี ๆ นี่เอง เพียงแต่เราไม่รู้ว่าจะทำให้มันกลายเป็นปุ๋ยได้ยังไงใช่ไหมคะ

         เราหาข้อมูลเยอะมาก มีตั้งแต่คนบอกให้ขุดหลุมฝัง ขุดหลุมทำถังหมักใต้ดิน ทำปุ๋ยหมักแบบที่ต้องกลับด้าน หรือแม้แต่เครื่องกำจัดเศษอาหารอัตโนมัติแบบที่ทันสมัยมาก ๆ สามารถย่อยอาหารได้ภายใน 24 ชั่วโมงและกลายเป็นปุ๋ยได้ทันที ซึ่งเป็นเครื่องที่เราอยากได้มากที่สุด แต่ไอ้เครื่องที่ว่านี่ราคาประมาณ 6 หมื่นกว่าบาท ซึ่งสำหรับเรา เราไม่ได้มีเงินขนาดนั้นค่ะ จนหาข้อมูลไปได้เรื่อย ๆ ก็เจอข่าวข่าวหนึ่ง เป็นเรื่องของคนกลุ่มหนึ่งที่ได้รางวัลเกี่ยวกับเครื่องกำจัดเศษอาหารให้กลายเป็นปุ๋ย ซึ่งน่าสนใจมาก ๆ และเรารู้สึกว่าเจ้าสิ่งนี้ต้องเหมาะกับครอบครัวของเราที่สุด เราก็ตามคีย์เวิร์ดไปเรื่อย ๆ จนได้เจอกับเฟซบุ๊กของเขา ซึ่งในนั้นเขาก็จะขายถังหมักสำหรับทำปุ๋ยจากเศษอาหารค่ะ แล้วเราก็ตามไปซื้อของจากเขา และได้พูดคุยสอบถามรายละเอียดพอสมควร จนรู้สึกว่า เออ มันไม่ได้ยากเลยนะกับการทำปุ๋ยหมักเนี่ย มันดูง่ายกว่าที่เราหาข้อมูลเยอะเลย แถมราคาไม่แพงด้วย อ่านมาถึงตรงนี้หลาย ๆ ท่านน่าจะอยากเห็นผลิตภัณฑ์ของเราแล้ว มาค่ะ ตามมาดูกัน

ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

         - และนี่คือเจ้าถังหมักที่เราพูดถึงค่ะ เป็นถังพลาสติกขนาด 40 ลิตรหน้าตาบ้าน ๆ กล่องนี้เราซื้อพร้อมตัว Compost Starter หรือตัวเร่งเชื้อ ราคา 550 บาทค่ะ เราไม่ได้เขียนผิดนะคะ 550 บาทจริง ๆ ค่ะ แล้วมันเป็น 550 บาทที่คุ้มค่าสำหรับเรามากเลยค่ะ 

         ป.ล. ทางร้านมีขายถังเล็ก ๆ ด้วยค่ะ เล็กแบบวางตรงไหนก็ได้เลย ประมาณกล่องเครื่องมือช่าง ราคาก็ถูกลงไปเยอะเลยค่ะ

ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

         - ส่วนนี่คือตัว Compost Starter ได้มา 2 ถุงใหญ่ ๆ พร้อมถังค่ะ

         ทั้งหมดทั้งมวลในการเริ่มทำปุ๋ยเรามีเท่านี้เองค่ะ คือตัวถังที่ด้านในจะมีท่ออากาศอยู่ กับตัว Compost Starter เป็นตัวเร่งเชื้อค่ะ วิธีทำปุ๋ยก็ไม่ยากเลยค่ะ มันง่ายกว่าที่เราคิดไว้มาก ๆ คือเราแค่เอาถังไปวางไว้นอกบ้าน ในที่ร่มที่อากาศถ่ายเทสะดวก แล้วใส่เศษอาหารลงไป พร้อมกับตัวเร่งเชื้อและน้ำตาลทรายประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วปิดฝาทิ้งไว้ แค่นี้เองค่ะ ถ้ามีเศษอาหารอีก ก็ทำแบบเดิมแต่ไม่ต้องใส่น้ำตาลแล้วนะคะ น้ำตาลอาจจะใส่สัก 2-3 หนก็ใส่สักทีหนึ่งก็ได้ค่ะ ทำไปเรื่อย ๆ จนเต็มถัง ก็หมักทิ้งไว้ประมาณ 25-30 วัน เศษอาหารทั้งหมดก็จะกลายเป็นปุ๋ยหมัก พร้อมให้เรานำไปใส่ต้นไม้ต่อได้แล้วค่ะ อ่าน ๆ ไปอาจจะงง ๆ ลองมาดูภาพประกอบกันค่ะ

ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

         - เศษอาหารวันแรกของเรามีเปลือกส้มจากการทำน้ำส้มคั้น เศษอาหารอยู่ด้านล่าง ๆ ชาม กากกาแฟ แล้วก็เศษกระดาษค่ะ ถ้าบ้านไหนเป็นเศษอาหารพวกน้ำแกง แนะนำให้กรองเอาน้ำออกให้หมดนะคะ จะได้ไม่เปลืองตัวเร่งเชื้อและจะทำให้ย่อยได้ดีกว่าค่ะ

ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

         - เทเศษอาหารลงในถัง จะเห็นว่าในถังจะมีท่ออากาศอยู่ค่ะ ท่อพวกนี้จะนำอากาศเข้ามาทำปฏิกิริยากับเศษอาหารและตัวเร่งเชื้อให้กลายเป็นปุ๋ย เทเศษอาหารลงไป เทตัวเร่งเชื้อลงไป โรยน้ำตาลลงไปสักช้อนหนึ่ง แล้วใช้ไม้คน ๆ ให้เข้ากัน แล้วปิดฝาไว้เลยค่ะ

ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

         - ระหว่างนั้นวันไหนมีเศษอาหารนิดหน่อยก็เทลงไป แล้วใส่หัวเชื้อลงไปในปริมาณที่เท่ากัน คน ๆ แล้วปิดฝาไว้ อันนี้ผ่านไป 2 วันลองมาเปิดดู จะพบว่ามีเชื้อราขึ้นนิดหน่อย อาหารเริ่มย่อยแต่ไม่มีกลิ่นเหม็นเลยค่ะ กลิ่นออกเหมือนดินหอม ๆ มีแมลงหวี่นิดหน่อย มีไอน้ำเกาะด้วยค่ะ

ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

         - ผ่านไปอีก 1 วัน ตอนเช้าเปิดกล่องดูก็มีเชื้อราขึ้น มีไอน้ำเหมือนเดิมค่ะ ไม่เหม็นเลย

ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

         - วันเดียวกันแต่เป็นตอนเย็นค่ะ เย็นนี้มีเศษอาหารเยอะหน่อย ก็ใส่ลงไป ถ้ามีเศษอาหารชิ้นใหญ่ ก็อาจจะหั่นให้เล็กลงนิดหนึ่ง จะช่วยให้ย่อยได้เร็วขึ้นค่ะ

ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

         - ผ่านไปอีก 4 วัน ระหว่างนั้นเรามีเศษอาหารทุกวันนะคะ แต่ไม่ได้ถ่ายไว้ทุกวันค่ะ เราเติมเศษอาหารพร้อมกับตัวเร่งเชื้อลงไปในปริมาณเท่า ๆ กัน แล้วคลุก ๆ ให้เข้ากันค่ะ ตอนนี้เศษอาหารในถังเยอะขึ้น แต่ไม่มีกลิ่นเหม็นเลยค่ะ คือมันดีมาก ๆ ตอนแรกเรานึกว่ามันจะเน่า ๆ เละ ๆ ก็ทำใจไว้ระดับหนึ่ง แต่เอาเข้าจริง ๆ มันไม่ได้ดูเน่าหรืออะไรเลยค่ะ มันดูเหมือนดินเปียก ๆ ไม่มีกลิ่นเหม็นเลยด้วยซ้ำ ทั้ง ๆ ที่เราใส่พวกโครงไก่ดิบลงไปด้วย (หมาเรากินโครงไก่ดิบค่ะ วันไหนเขาไม่กินเราก็เททิ้งลงในถังเลย)

ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

         - ใกล้จะเต็มถังแล้วค่ะ จะเห็นว่าผ่านไปแค่ 10 วัน แต่เศษอาหารบ้านเราเยอะมาก เพราะช่วงนี้ทำกับข้าวกินทุกวัน แล้วเป็นช่วงที่คั้นน้ำส้มกินทุกวันค่ะ เศษอาหารจากเปลือกส้มเลยเยอะ ก็เลยเปลืองพื้นที่หน่อย แต่ถ้าบ้านไหนมีนิดหน่อย เราว่าใช้ได้เดือนหนึ่งสบาย ๆ เลยค่ะ หลังจากนี้อีกประมาณสองถึงสามครั้งเราก็ปิดฝาถังแล้วค่ะ เพราะใส่เศษอาหารพร้อมตัวเร่งเชื้อจนเต็มถังแล้ว ตามหลักคือ ทางร้านแนะนำว่าควรมี 2-3 ถังเอาไว้ใช้สลับกันค่ะ เพราะแต่ละถังจะใช้เวลาหมักประมาณ 25-30 วันอย่างที่บอกไป ระหว่างที่ถังหนึ่งหมัก อีกถังก็ใช้ไป พอถังหมักได้ที่ ถังที่ใช้ก็เต็มพอดี สลับกันไปแบบนี้เรื่อย ๆ ส่วนเราลองซื้อมาใช้แค่ถังหนึ่งก่อนค่ะ คิดว่าถ้าดีก็คงซื้อต่อ และตอนนี้ก็แน่นอนแล้วว่า ต้องซื้อต่อแน่นอนค่ะ

ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

         - รูปนี้คือถ่ายเมื่อเช้าค่ะ หลังจากปิดถังได้ประมาณ 10 วัน เศษอาหารทั้งหมดเริ่มย่อยจนเหมือนดินแล้วค่ะ แฉะ ๆ นิดหน่อย จริง ๆ ถ้าแฉะทางร้านจะแนะนำให้โรยน้ำตาลเพิ่มพร้อมกับใส่ตัวเร่งลงไปอีกหน่อย แต่ตัวเร่งเราหมดแล้ว เลยไม่ได้ใส่ค่ะ ลองใช้ไม้คน ๆ ดู เห็นว่ามีหนอนแมลงวันนิดหนึ่ง สองสามตัวค่ะ ปุ๋ยแฉะ เริ่มมองไม่ออกว่าอดีตของพวกมันคืออะไรกันบ้าง เหลือแต่ก้านใบเหลียงนี่แหละค่ะที่ย่อยช้าเหลือเกิน แต่เห็นแฉะ ๆ แบบนี้ บอกเลยว่าไม่มีกลิ่นเหม็นเลยค่ะ กลิ่นเหมือนดินที่เพิ่งโดนฝนใหม่ ๆ ออกแนว ๆ หอม ๆ ชื่นใจ ๆ ด้วยซ้ำ 

         จริง ๆ หน้าตาก็เริ่มเหมือนปุ๋ยหมักเข้ามาทุกที ๆ แล้วค่ะ ยังเหลือเวลาอีกประมาณ 15-20 วัน น่าจะจบกระบวนการอย่างสมบูรณ์ ซึ่งมาถึงตรงนี้ เราบอกได้เต็มปากเลยว่ารู้สึกดีมาก ๆ ที่ไม่ต้องทิ้งขยะเปียกลงถังอีกต่อไป ที่พยายามหาข้อมูลมามันให้ผลตอบแทนเราแล้วค่ะ และเรารู้สึกดีมากจริง ๆ จนอยากเอามาบอกต่อ เพราะส่วนตัวเราคิดว่าขยะจากครัวเรือนที่เป็นปัญหามากที่สุดก็คือ ขยะจากเศษอาหาร เพราะนอกจากเวลาย่อยจะเน่า ส่งกลิ่นเหม็นแล้ว ยังทำให้กระบวนการแยกขยะ และการรีไซเคิลลำบากด้วยค่ะ
 
         พูดแต่ข้อดีมาเยอะมาก ในส่วนของข้อเสียก็มีค่ะ สำหรับข้อเสียที่นึกออกก็จะประมาณนี้ ถ้านึกได้อีกจะเขียนเพิ่มนะคะ ซึ่งส่วนตัวเรามองว่าข้อเสียคือ

         1. ต้องซื้อตัวเร่งเชื้อ Compost Starter ตลอด ซึ่งเขามีขายชุดละ 50 บาท (จำราคาแน่ ๆ ไม่ได้แต่ประมาณนี้) ซึ่งราคาไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือการจัดส่ง แต่ถามเขาแล้วเขาบอกมีบริการจัดส่ง ซึ่งด้วยว่ามันมีน้ำหนักมาก ค่าส่งก็อาจจะแพงตามค่ะ
         
         2. สำหรับบ้านไหนที่มีเศษอาหารเยอะ ๆ อาจจะต้องใช้หลายถังหน่อยค่ะ สำหรับบ้านเรา ช่วงนี้เศษอาหารเยอะ เดือนหนึ่งอาจจะต้องใช้ประมาณ 2 ถัง ซึ่งเท่ากับว่าเราต้องมีทั้งหมด 4 ถังในการใช้สลับกันค่ะ

         สุดท้ายอยากจะบอกว่า ที่ตั้งใจเขียนมายาวขนาดนี้เราไม่ได้ได้ค่านายหน้า หรือได้สปอนเซอร์หรือได้สินค้ามาฟรีนะคะ ทั้งหมดเราหาข้อมูลเอง ตามไปซื้อถังนี้ถึงงานที่เขาออกร้าน และเอามาใช้จริง ๆ ค่ะ ซึ่งหลายท่านน่าจะอยากทราบแล้วว่าไอ้ถังนี้มันมีขายที่ไหน มันมีขายที่นี่ค่ะ เฟซบุ๊ก ผัก Done อยากจะบอกกลุ่มคนที่คิดค้นถังนี้ขึ้นมาว่า ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมาก ๆ ที่ทำเจ้าสิ่งนี้ออกมา มันช่วยให้เราสนุกกับการทำปุ๋ยหมักมากขึ้นมาก ๆ และช่วยให้เราไม่รู้สึกแย่เวลาที่ต้องทิ้งขยะเปียกลงถังอีกต่อไป ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ และสำหรับเพื่อน ๆ ที่เคยรู้สึกเหมือนเรา ว่าขยะเปียกมันคือปัญหาและจุดเริ่มต้นในการสร้างขยะระดับชาติ ลองมาใช้ถังนี้กันค่ะ มันดีมากจริง ๆ เดี๋ยวพอครบ 30 วันแล้วจะเอาปุ๋ยหมักจากเศษอาหารของบ้านเรามาให้ดู 

ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

         - อัปเดตล่าสุด ลองเปิดถังดูเช้านี้ เศษอาหารย่อยหมดแล้วค่ะ ตามภาพเลย แต่อาจจะยังย่อยไม่สมบูรณ์ เพราะตั้งแต่ปิดถังถึงวันนี้ เพิ่งจะประมาณ 2 อาทิตย์ (เขาบอกให้หมักไว้ประมาณ 25-30 วัน) จะเห็นว่าเศษอาหารยุบลงไปหน่อยค่ะ มีไอน้ำเกาะบนฝาถังนิดหน่อยค่ะ ด้านบนเลยจะแฉะ แต่ถ้าคน ๆ ดูจะเห็นว่าด้านล่างไม่แฉะเลยค่ะ มีแมลงหวี่นิดหนึ่ง หนอนตัวเล็ก ๆ (เล็กกว่าหนอนแมลงวัน) นิดหน่อย สี่ห้าตัว กลิ่นไม่เหม็นเลย หอมเหมือนกลิ่นดินผสมกลิ่นเปลือกส้ม (แน่ล่ะ เพราะเราใส่เปลือกส้มลงไปเยอะมาก) สรุปคือ ประทับใจมากค่ะ ดีกว่าที่คิดมาก ดีใจต่อไปจะได้ไม่ต้องซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ต้นไม้แล้ว แถมปุ๋ยซื้อดินซื้อปลูกอะไรก็ไม่งาม ได้ปุ๋ยหมักคุณภาพดีแบบนี้ แฮปปี้มากค่ะ

         ป.ล. จะแอบเห็นซองเครื่องปรุงมาม่าด้วยนิดหนึ่ง ทำให้เปรียบเทียบได้ว่าในขณะที่เศษอาหารย่อยสลายเป็นดินเป็นปุ๋ยไปจะหมดแล้ว ซองพลาสติกนิดเดียวไม่มีทีท่าจะย่อยเลยค่ะ เคยได้ยินว่าพลาสติกผลิตมาได้ 100 ปีก่อน จนถึงทุกวันนี้พลาสติกชิ้นแรกที่โลกผลิตได้ยังย่อยสลายไม่หมดเลยค่ะ น่ากลัวและน่าเศร้าใจจริง ๆ

ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

         - ตอนนี้ปุ๋ยได้ที่แล้วนะคะ อายุประมาณ 25 วันแล้วค่ะ ปุ๋ยยุบลงเหลือครึ่งถัง ไม่มีกลิ่น ทุกสิ่งทุกอย่างย่อยรวมเป็นเหมือนดิน ไม่มีหนอน มีความชื้นเล็กน้อย คิดว่าจะทิ้งไว้ก่อน รอวันหยุดนี้จะจัดการค่ะ คิดว่าถ้าอยากเก็บปุ๋ยไว้ใช้นาน ๆ น่าจะต้องเอาไปตากให้แห้งก่อนค่อยเก็บใส่ถุงค่ะ แต่ถ้าจะเอาไปใช้เลย ก็คงเอาไปใส่ต้นไม้ได้เลย (ตรงนี้ใครพอทราบ รบกวนแนะนำด้วยนะคะ)

         ด้านล่างนี้คือผลงานจากเศษอาหารทั้งหมดทั้งมวลที่หมักไว้มาอวดค่ะ เกริ่นก่อนว่า หลังจากหมักปุ๋ยได้ครบ 30 วันแล้ว เราก็จัดการเตรียมแปลงผัก ด้วยการเอาอิฐมาเรียง ๆ เป็นขอบ ใช้ดินถุงตามตลาด ผสมกับปุ๋ยหมักที่ได้จากถังหมัก ผสมแกลบ ในอัตราส่วน 1:1:0.5 ค่ะ ใส่ลงไปในแปลงให้เต็ม แปลงผักเราจะอยู่ใต้ต้นปีบค่ะ เป็นต้นปีบที่ไม่ค่อยมีใบ จะได้แดดประมาณครึ่งวันบ่ายค่ะ 

         อีกส่วนหนึ่งเราปลูกลงในตะกร้าค่ะ ซื้อตะกร้าร้าน 20 บาท แล้วใส่ดินลงไปค่ะ จากนั้นเราใช้ต้นกล้าผักที่หว่านเมล็ดไว้แล้วเพาะลงถาดเพาะ อายุประมาณ 20 วันเอามาปลูกลงแปลง วิธีนี้จะช่วยให้ผักรอดได้มากกว่าการหว่านโดยตรงลงแปลงเลยค่ะ เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบันผักเราอายุประมาณ 60 วันแล้วค่ะ เก็บกินได้ เป็นผักปลอดสารที่เราไม่ได้ใส่ปุ๋ยอะไรเลย นอกจากปุ๋ยหมักจากเศษอาหารที่ใส่ตอนผสมดินปลูกแค่ครั้งเดียว ที่เหลือก็แค่รดน้ำ บางวันก็รดเช้า-เย็น บางวันรดแค่เช้า บางวันรดแค่ตอนเย็น แต่ผักก็สวยงามมากค่ะ ติดอย่างเดียวคือผักไม่ได้แดดเต็มวัน ทำให้ผักบางชนิดสีไม่แดงเต็มที่เท่าที่ควรค่ะ มาลองดูผลงานของเรากันนะคะ

ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

         - เปิดตัวด้วยผักและลูกสาวลูกชาย สองตัวนี้รู้งานมากค่ะ ไม่ไปยุ่งกับแปลงผักแม่เลย สงสัยกลัวโดนฝ่ามืออรหันต์ 

ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

         - นี่คือผักที่ปลูกริมรั้วและในกระถางค่ะ มีทั้งต้นหอม ผักชี ขึ้นฉ่าย ผักคะน้า แรดิช กวางตุ้ง  ผักบุ้ง พริกขี้หนู พริกจินดา โหระพา กะเพรา ขิง ข่า ตะไคร้ เรามีหมดค่ะ

ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

         - นี่คือแปลงผักสลัดที่ว่า เราปลูกใต้ต้นปีบ ทำง่าย ๆ เลยคือเทดินผสมปุ๋ยหมักทับลงไป เมื่อก่อนตรงนี้จะมีหญ้าแห้วหมูขึ้นเยอะมากค่ะ เราก็ว่าเราถอนดีแล้ว ดึงหัวมันออกดีแล้ว แต่ปรากฏว่ามันไม่หมดค่ะ มันยังขึ้นมาเรื่อย ๆ ตอนหลังที่ปลูกผักมันก็แทงขึ้นมาอีก เราถอนไม่หวาดไม่ไหว หลัง ๆ เลยเลิกถอนแล้วค่ะ คราวหน้าจะไม่ปลูกตรงนี้อีกแล้ว

ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

         - ส่วนนี่คือผักสลัดมื้อแรก ตัดผัก เด็ดใบไม่สวยออก ล้างน้ำไหลเอาเศษดินออกให้หมด จากนั้นเอาไปล้างในน้ำเย็นจัด สะเด็ดน้ำแล้วกินกับน้ำพริกไข่เค็มค่ะ มีเครื่องเคียงเป็นผักหลากสีต้มสุก วันนี้ทำปลากะพงทอดราดน้ำปลา เนื้อน้ำมันหอย แกงจืดวอเตอร์เครสเต้าหู้หมูสับ (วอเตอร์เครสนี่ก็ปลูกง่ายค่ะ เด็ดใบไปทำอาหาร ก้านที่เหลือก็เอาไปปักลงดินได้เลย รดน้ำทุกวัน ให้โดนแดดสักครึ่งวัน แป๊บเดียวฟูเต็มกระถางเลยค่ะ)

         ส่วนตัวเราเป็นคนที่ชอบทำกับข้าวมาก ๆ ค่ะ เพราะฉะนั้นก็จะเสียเงินซื้อผักเล็ก ๆ น้อย ๆ ตลอด ผักชี ต้นหอม กำละ 10 บาท ใช้จริงใช้นิดเดียว เหลือใส่ตู้เย็นสามสี่วันก็เน่า สะระแหน่ ผักชีฝรั่ง ประเภทนี้ก็เช่นกัน กินไม่เคยหมด ใส่ตู้แป๊บเดียวก็เน่า บางคนบอกว่าจะปลูกทำไม ซื้อเอาก็ได้ 5 บาท 10 บาท ส่วนตัวเราคิดว่า เป้าหมายสำคัญที่สุดในการปลูกผักของเราคือ ความสะดวกสบายค่ะ แบบว่าอยากกินตอนไหนก็ได้กิน ไม่ต้องขับรถออกไปซื้อ อย่างที่สองคือปลอดสาร สะอาด ปราศจากเคมี อย่างที่สามคือ ประหยัด มีแค่นี้เองค่ะที่เป็นเป้าหมายให้เราปลูกผักในครั้งนี้ 

         ที่สำคัญที่มาในวันนี้ คืออยากจะประชาสัมพันธ์การจัดการขยะในครัวเรือนค่ะ เพราะขยะจากเศษอาหารเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การจัดการขยะในประเทศเป็นเรื่องยาก เนื่องจากเมื่อขยะที่สามารถรีไซเคิลได้ไปปนเปื้อนกับเศษอาหาร ก็จะทำให้ขยะชิ้นนั้นมีปัญหาในการจัดการ แทนที่จะเอาไปรีไซเคิลได้เลย ก็อาจจะไม่คุ้มที่จะจัดการก่อนเอาไปรีไซเคิล ทำให้ต้องทิ้งขยะชิ้นนั้นไปในที่สุด รวมถึงปัญหาด้านความสะอาดอื่น ๆ เพราะขยะจากเศษอาหารทิ้งลงถังก็เน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น เป็นพาหะของหนู และแมลงอื่น ๆ ถังที่เราใช้ดีมาก ๆ ค่ะ ช่วยจัดการเศษอาหารในบ้านได้เป็นอย่างดี ใช้เวลาแค่ 1 เดือนก็ได้ปุ๋ยหมักถังโต ๆ เอามาใส่ต้นไม้ต่อได้อีก ต้นไม้ก็งอกงาม เจริญเติบโตดีมาก ไม่ต้องพึ่งปุ๋ยเคมี ปุ๋ยเม็ด หรือสารเร่งเคมีอื่น ๆ เลยค่ะ เป็นการรีไซเคิลที่ดีและมีคุณภาพมาก ๆ

          มาเถอะค่ะ มาช่วยกันแก้ปัญหาขยะล้นเมือง สองมือเล็ก ๆ ของพวกเรา ถึงจะทำได้ไม่มาก แต่ก็ดีกว่าอยู่เฉย ๆ อย่างน้อยจัดการให้ได้ในบ้าน ก่อนที่จะผลักภาระไปให้สังคมนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก เฟซบุ๊กครัวคุณป้า : Aunty's Recipes


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ลุยเลย ! วิธีทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารง่าย ๆ เอาไว้ปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษกินเอง โพสต์เมื่อ 22 มกราคม 2562 เวลา 12:10:38 6,658 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP