x close

6 เรื่องกล้วย ๆ น่ารู้ก่อนปลูกกล้วย ผลไม้เมืองร้อน ใช้ประโยชน์ได้ทั้งผล ต้น ใบ

         วิธีปลูกกล้วย ทำอย่างไรบ้าง ? รวม 6 เรื่องกล้วย ๆ ที่ควรรู้ก่อนลงมือปลูกกล้วย ลักษณะ พันธุ์ที่นิยมปลูก และวิธีปลูกกล้วย

วิธีปลูกกล้วย

         หากเอ่ยถึงผลไม้โปรดของคนไทย "กล้วย" น่าจะติดท็อปอันดับต้น ๆ เพราะอร่อย หาง่าย ราคาไม่แพง แถมประโยชน์เพียบ ฉะนั้นถ้าหากคนรักการปลูกผักจัดสวนคนไหนเกิดปิ๊งไอเดียอยากปลูกกล้วยไว้กินเองที่บ้าน หรือปลูกไว้ขายทำรายได้ดีละก็ วันนี้กระปุกดอทคอมก็ได้รวบรวมข้อมูลการปลูกและดูแลกล้วยด้วยตัวเองมาฝาก รับรองปลูกง่าย ทนทาน ดูแลไม่ยาก แต่ก่อนจะไปพบกับวิธีปลูกกล้วยนั้น ตามมาทำความรู้จักกับกล้วยให้มากขึ้นกันก่อนดีกว่าค่ะ

1. เรื่องน่ารู้ของกล้วย

         กล้วย (Banana) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Musa sapientum Linn. เป็นผลไม้ยอดนิยมของคนไทย และเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ ถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย ลาว พม่า เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย มีวิวัฒนาการมานานถึง 50 ล้านปีแล้ว ปัจจุบันแพร่กระจายไปทั่วโลก โดยประเทศอินเดียได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ปลูกกล้วยมากที่สุดในโลก

2. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของกล้วย

         กล้วยเป็นผลไม้เมืองร้อน มีรากสีน้ำตาล ยาวประมาณ 15-30 เซนติเมตร มีเหง้าอยู่ใต้ดินสีน้ำตาลอ่อน มีหน่องอกพ้นดิน ลำต้นตั้งตรง ทรงกลม อวบน้ำ สูงประมาณ 3-4 เมตร ผิวสีเขียวปนน้ำตาล มีกาบเปลือกหุ้ม ใบเป็นใบเดี่ยวขนาดใหญ่ แบน และยาว เรียกว่า ใบตอง ปลายใบมน โคนใบมน ขอบใบขนาน แผ่นใบเรียบเป็นมัน มีเส้นก้านกลางใบชัดเจน สีเขียวแก่ ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด เรียกว่า หัวปลี มีใบประดับล้อมรอบ ข้างในเป็นใบประดับย่อยสีม่วงแดง ส่วนผลออกเป็นเครือ มีหลายหวีเรียงกัน รูปร่าง ขนาด สีสัน และรสชาติจะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ บางพันธุ์มีเมล็ด บางพันธุ์ก็ไม่มีเมล็ด

วิธีปลูกกล้วย

3. พันธุ์กล้วย

         กล้วยในเมืองไทยมีมากมายหลากหลายสายพันธุ์ ดังนั้นจึงมีการแยกชนิดออกตามจีโนมหรือข้อมูลทางพันธุกรรม ซึ่งปัจจุบันแบ่งออกเป็น 8 กลุ่ม ได้แก่

         2.1 กลุ่ม AA : มีต้นกำเนิดมาจากกล้วยป่า ส่วนใหญ่จะมีขนาดเล็ก รสหวาน กลิ่นหอม เช่น กล้วยไข่ กล้วยเล็บมือนาง กล้วยหอม และกล้วยน้ำนม

         2.2 กลุ่ม AAA : มีต้นกำเนิดมาจากกล้วยป่า ส่วนใหญ่จะมีขนาดใหญ่ ผลเรียวยาว เนื้อนุ่ม รสหวาน กลิ่นหอม เช่น กล้วยนาก กล้วยหอมทอง กล้วยหอมเขียว และกล้วยไข่พระตะบอง

         2.3 กลุ่ม BB : มีต้นกำเนิดมาจากกล้วยตานี ไม่ค่อยพบในประเทศไทย นิยมกินผลอ่อน ไม่กินผลแก่ และคนไทยส่วนใหญ่มักจะบริโภคบริเวณปลีและหยวกมากกว่า

         2.4 กลุ่ม BBB : มีต้นกำเนิดมาจากกล้วยตานี ขนาดค่อนข้างใหญ่ เนื้อไม่ค่อยนุ่ม รสไม่ค่อยหวาน มีแป้งเยอะ เช่น กล้วยเล็บช้างกุด

         2.5 กลุ่ม AAB : เป็นการผสมพันธุ์กันระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี รสชาติค่อนข้างดี เช่น กล้วยน้ำ กล้วยนิ้วมือยาง กล้วยไข่โบราณ และกล้วยนมสาว

         2.6 กลุ่ม ABB : เป็นการผสมพันธุ์กันระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี ขนาดใหญ่ แป้งเยอะ เนื้อแข็ง และรสชาติไม่ค่อยหวาน จึงไม่นิยมกินสด ส่วนใหญ่จะนำมาปิ้ง ย่าง และเชื่อม เช่น กล้วยหักมุกเขียว กล้วยหักมุกนวล กล้วยนางพญา และกล้วยน้ำว้า

         2.7 กลุ่ม ABBB : เป็นการผสมพันธุ์กันระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี ขนาดใหญ่ แป้งเยอะ และมีพันธุ์เดียว คือ กล้วยเทพรสหรือกล้วยทิพรส

         2.8 กลุ่ม AABB : เป็นการผสมพันธุ์กันระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี ผิวสีเหลือง ผลสีส้ม มีแป้งมาก กินสดได้ ลักษณะคล้ายกล้วยไข่ มีพันธุ์เดียวในไทย คือ กล้วยเงิน

         โดยสายพันธุ์กล้วยยอดนิยม ที่พบเห็นได้บ่อยในเมืองไทย มีดังนี้

         - กล้วยไข่ : เป็นกล้วยยอดนิยมอันดับต้น ๆ ในไทย แถมยังส่งออกต่างประเทศเยอะด้วย ลักษณะลำต้นเป็นทรงเพรียวสูง ส่วนผลเป็นทรงกลม ขนาดเล็กและสั้น เปลือกบาง ออกดกมาก รสชาติหวาน กลิ่นหอมอร่อย และเนื้อเหนียวแน่น

         - กล้วยหอม : เป็นกล้วยที่คนไทยชอบกินมาก แถมส่งออกต่างประเทศเพียบ ลักษณะลำต้นสูงเพรียว ใบตั้งตรง ให้ผลดก ขนาดใหญ่และยาว เนื้อเหนียวนุ่ม รสชาติหวาน และมีกลิ่นหอมอร่อย

         - กล้วยน้ำว้า : เป็นกล้วยที่คนไทยนิยมนำส่วนต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ ทั้งผล ใบตอง และหยวก ลักษณะลำต้นค่อนข้างใหญ่ ใบใหญ่ ผลใหญ่ อวบ ออกดก ตอนดิบเป็นทรงเหลี่ยม ตอนสุกเป็นทรงค่อนข้างกลม

         - กล้วยเล็บมือนาง : เป็นกล้วยท้องถิ่นของภาคใต้ ลักษณะลำต้นเล็กแต่สูง ให้ผลดก มีหวีเยอะ โดยผลจะมีขนาดค่อนข้างเล็กและเพรียว

วิธีปลูกกล้วย

4. วิธีปลูกกล้วย

         กล้วยชอบดินร่วนที่อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำและอากาศดี มีความชุ่มชื้นพอเหมาะ หรือที่เรียกกันว่า “ดินน้ำไหลทรายมูล” ฉะนั้นถ้าหากปลูกในดินเหนียว ควรผสมปุ๋ยคอกเพื่อช่วยให้ดินโปร่งขึ้น หรือยกร่องเพื่อช่วยระบายน้ำด้วย นอกจากนี้ยังชอบอากาศร้อนชื้นและแสงแดดพอสมควร แต่ต้องระวังหากมีลมแรงมาก เพราะใบกล้วยค่อนข้างใหญ่ จึงมีความต้านลมสูง โดยการขยายพันธุ์สามารถทำได้ทั้งเพาะเมล็ด แยกหน่อ (ทั้งหน่ออ่อน หน่อใบแคบ และหน่อใบกว้าง) และเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ แต่จะนิยมใช้หน่อมากที่สุด และขอแนะนำให้เริ่มปลูกกล้วยในช่วงหน้าฝนค่ะ

         ซึ่งขั้นตอนการปลูกกล้วยเริ่มด้วยการขุดหลุมกว้าง 50 เซนติเมตร ยาว 50 เซนติเมตร แล้วนำดินตากแดดไว้สักหนึ่งสัปดาห์ จากนั้นค่อยใส่กลับลงไปในหลุม พร้อมผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักให้สูงนูนขึ้นมา 20 เซนติเมตร เสร็จแล้ววางหน่อกล้วยลงไปกลางหลุม เอาดิบกลบ รดน้ำ และกดให้แน่น อย่าลืมปล่อยให้ยอดหน่อโผล่สูงกว่าหน้าดินประมาณ 10 เซนติเมตร และเว้นระยะปลูกอย่าให้ใกล้กันมากเกินไป เนื่องจากใบกล้วยค่อนข้างใหญ่ อาจส่งผลให้ซ้อนกันจนได้รับแสงแดดไม่เพียงพอและดูแลลำบากได้ โดยกล้วยจะเริ่มออกดอกและให้ผลแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ ซึ่งจะเริ่มต้นที่ประมาณ 5-6 เดือนเป็นต้นไปค่ะ

5. วิธีดูแลกล้วย

         กล้วยเป็นพืชที่ทนแดด ทนแล้งได้ค่อนข้างดี สามารถปลูกกลางแจ้งได้สบาย ส่วนน้ำให้รดทุกวัน แต่ระวังอย่าให้มีน้ำแฉะหรือน้ำขัง สำหรับปุ๋ยให้ใส่ทั้งปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักและปุ๋ยเคมี โดยช่วงแรกควรให้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนเยอะ ส่วนปุ๋ยยูเรียให้ให้เดือนละครั้ง นอกจากนี้อย่าลืมทำที่ค้ำยันในกรณีที่ต้นมีขนาดเล็กแต่ผลใหญ่ด้วย ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดความเสียหายได้ อ้อ แล้วอย่าลืมหมั่นตัดหน่อที่แตกออกมาให้เหลือแค่ 1-2 หน่อ พร้อมทั้งตัดใบที่แห้งออก เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและไม่ให้แย่งอาหารจากต้นแม่ด้วย

         สำหรับโรคและแมลงสำคัญที่พบบ่อยในต้นกล้วย ได้แก่ โรคตายพราย โรคใบจุด ด้วงงวง และหนอนม้วนใบ ดังนั้นใครคิดจะปลูก ก็ต้องคอยดูแล ใส่ใจ และป้องกันสิ่งเหล่านี้ให้ดีค่ะ

วิธีปลูกกล้วย

6. ประโยชน์และสรรพคุณของกล้วย

         กล้วยเป็นพืชที่ใช้ประโยชน์ได้ทั้งต้น นอกจากจะนำผลสุกมากินสด ๆ เป็นผลไม้แล้ว ยังนำไปทำขนมหวาน เช่น กล้วยบวชชีหรือเค้กกล้วยไข่ก็ได้ นำไปแปรรูปเป็นกล้วยฉาบก็ดี นำไปส่งออกขายสร้างรายได้ก็เด่น ส่วนหยวกกล้วยก็นำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย กาบกล้วยก็ใช้รัดของได้มากมาย ใบตองก็นำไปห่อของกินได้เพียบ ก้านกล้วยก็นำไปทำของเล่นได้ไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นลำต้นยังนำไปทำกระดาษสาหรือบดเป็นอาหารสัตว์ได้อีกต่างหาก เรียกได้ว่าดีงามครบถ้วนเว่อร์ ๆ

         อ๊ะ ๆ ๆ ยังไม่หมดแค่นั้นนะคะ เพราะต้องบอกเลยว่ากล้วยมีคุณค่าทางสารอาหารเพียบ อุดมไปด้วยฟอสฟอรัส แคลเซียม คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และอีกมากมาย ที่สำคัญมีสรรพคุณดีงามต่อร่างกาย ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร กระตุ้นการขับถ่าย เสริมสร้างพลังงาน ลดการอ่อนเพลีย กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ชะลอความแก่ ทำให้นอนหลับง่ายขึ้น ผ่อนคลายความเครียด และอีกเป็นสิบ ๆ ข้อ เอาเป็นว่าใครไม่ชอบกินกล้วย แนะนำให้รีบเปลี่ยนใจโดยด่วน !


         ว้าว ประโยชน์เพียบ แถมปลูกง่ายและดูแลไม่ยาก เอาเป็นว่าใครชอบกินกล้วย จะลองปลูกประดับบ้านสักต้น สองต้น ก็ไม่เสียหายนะคะ :)



เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
6 เรื่องกล้วย ๆ น่ารู้ก่อนปลูกกล้วย ผลไม้เมืองร้อน ใช้ประโยชน์ได้ทั้งผล ต้น ใบ โพสต์เมื่อ 22 ตุลาคม 2562 เวลา 12:02:21 4,393 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP