x close

8 เหตุผลทำให้ต้นไม้ตาย เพราะแบบนี้ไงปลูกอะไรก็ไม่รอด !

ไขข้อข้องใจทำไมเลี้ยงต้นไม้ไม่รอด อยากรู้ว่าการปลูกต้นไม้ต้องทำอย่างไรบ้าง มาดูสาเหตุที่ทำให้ต้นไม้ตาย พร้อมวิธีปลูกและดูแลต้นไม้เบื้องต้น เพื่อให้ต้นไม้เจริญเติบโต แตกยอด ผลิใบ ออกดอกสวยงาม และอยู่คู่บ้านไปนาน ๆ

ปลูกต้นไม้

ช่วงนี้หลายคนหันมาสนใจเรื่อง การปลูกต้นไม้กันมากขึ้น เพราะนอกจากจะเป็นงานอดิเรกไว้ทำเพลิน ๆ แล้ว ยังช่วยทำให้บ้านดูสดชื่นมากขึ้นด้วย ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถต่อยอดเป็นอาชีพสร้างรายได้ได้อีกทางหนึ่ง แต่มีคนไม่น้อยเจอกับปัญหาซื้อต้นไม้มาเลี้ยงแล้วต้นไม้ตาย ทั้ง ๆ ที่รดน้ำทุกวัน หรือแอบสงสัยว่า ทำไมต้นไม้ไม่ออกดอกหรือทำไมทรงต้นไม้ของเราไม่สวยเหมือนที่ร้านขายเลย วันนี้จะพาไปดูสาเหตุที่ทำให้ต้นไม้ตาย พร้อมวิธีดูแลต้นไม้เบื้องต้นง่าย ๆ ไว้เป็นเคล็ดลับนำไปใช้ปลูกต้นไม้ที่บ้านหรือจัดสวนของตัวเองกัน

1. รดน้ำมากเกินไป

ปลูกต้นไม้

เมื่อพูดถึงการรดน้ำ บางคนอาจจะคิดว่ายิ่งรดน้ำมาก ยิ่งส่งผลดีกับต้นไม้ หรือบางคนอาจจะขี้เกียจรดน้ำบ่อย ๆ ไม่ก็กลัวว่าตัวเองจะลืม เลยรดน้ำทีเดียวเยอะ ๆ จนดินแฉะ ซึ่งจริง ๆ แล้วต้นไม้แต่ละสายพันธุ์ต้องการปริมาณน้ำที่แตกต่างกัน อีกทั้งต้องดูปัจจัยอื่นควบคู่กันไปด้วย เช่น ฤดู แสงแดด และอุณหภูมิ แม้ต้นไม้บางชนิดจะชอบน้ำมาก แต่หากมีน้ำขังในดินมากเกินไปก็ทำให้รากเน่าและตายได้ ฉะนั้นก่อนจะเลี้ยงต้นไม้ชนิดใดก็ตามควรศึกษาข้อมูลเบื้องต้นไว้ก่อน เพื่อดูว่าควรดูแลอย่างไร และมีเวลามากพอจะดูแลต้นไม้สายพันธุ์นั้น ๆ หรือไม่ 

ทั้งนี้ หากไม่แน่ใจว่าถึงเวลาควรรดน้ำเพิ่มหรือยัง ให้สังเกตจากหน้าดิน หากหน้าดินเริ่มแห้งก็ค่อยรดน้ำเพิ่ม โดยเฉพาะในหน้าร้อนที่มีอุณหภูมิสูง แล้วค่อยลดปริมาณการรดน้ำลงในช่วงฤดูฝน เพราะมีความชื้นในอากาศสูง ควรเว้นระยะการรดน้ำออกไป เช่น เปลี่ยนจากรดน้ำวันละ 2 ครั้ง เหลือเพียงวันละครั้งก็พอ

2. ใช้ดินผิดประเภท

ต้นไม้แต่ละชนิดใช้ดินปลูกไม่เหมือนกัน บางชนิดชอบดินร่วน บางชนิดชอบดินร่วนปนทราย ในขณะที่บางชนิดอย่าง แคคตัส ต้องใช้ดินผสมวัสดุปลูกกระบองเพชรโดยเฉพาะ เช่น พีทมอส หินภูเขาไฟ เพื่อให้ดินระบายน้ำได้ดี แต่อย่างไรก็ตาม นอกจากการเลือกดินให้เหมาะสมกับต้นไม้แล้ว ควรใส่ดินในกระถางปลูกในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรใส่ดินจนแน่นหรือเยอะเกินไป เพราะเวลาที่รดน้ำจะทำให้น้ำขังอยู่ในกระถางนานและเกิดความชื้นสูง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหารากเน่าตามมาได้ สามารถสังเกตได้จากตอนรดน้ำ หากใช้เวลานานกว่าจะมีน้ำระบายออกมาจากก้นกระถาง แสดงว่าใส่ดินแน่นเกินไปนั่นเอง

3. วางกระถางผิดที่

ปลูกต้นไม้

ถึงแม้ว่าต้นไม้บางชนิดจะสามารถนำมาปลูกในบ้านได้ แต่ก็ควรหาที่วางกระถางต้นไม้ให้เหมาะสม เพราะต้นไม้ยังต้องการการสังเคราะห์แสงเพื่อการเจริญเติบโต ดังนั้น บริเวณที่วางกระถางควรมีแสงแดดส่องถึงบ้าง หรือหากในบ้านไม่มีมุมไหนที่แดดส่องถึงเลยจริง ๆ ควรนำกระถางสลับไปวางไว้ริมระเบียงหรือกลางแจ้งบ้าง เช่น ช่วงครึ่งเช้า เนื่องจากแดดในช่วงนี้ยังไม่ร้อนจนเกินไปนัก นอกจากนี้หากต้นไม้ไม่ได้รับแสงในปริมาณที่เพียงพอหรือวางในที่ที่มีแดดแรงเกินไป ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ใบไหม้ ต้นไม้โตช้า สีใบหรือทรงไม่สวย แม้จะบำรุงด้วยปุ๋ยแล้วก็ตาม

4. ขาดการดูแลที่เหมาะสม

สำหรับต้นไม้ที่ปลูกในบ้านควรหมั่นเช็ดใบให้สะอาด เพราะหากปล่อยให้ฝุ่นเกาะใบไปเรื่อย ๆ จะทำให้ต้นไม้สังเคราะห์แสงได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นควรหมั่นทำความสะอาดต้นไม้อย่างน้อยเดือนละครั้ง โดยใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดใบให้ทั่ว รวมไปถึงหมั่นเด็ดดอกไม้หรือใบไม้ที่กำลังตายทิ้ง และคอยถอนวัชพืชออกจากกระถางด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้วัชพืชแย่งอาหารต้นไม้ และป้องกันแมลงและโรคอื่น ๆ ที่อาจจะตามมา

5. ไม่ใส่ปุ๋ย

ปลูกต้นไม้

แม้ต้นไม้จะได้รับแสงแดดในการสังเคราะห์แสง รวมถึงคาร์บอนไดออกไซด์ ออกซิเจน และไฮโดรเจนจากน้ำกับอากาศ ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะต้นไม้ยังต้องการไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ไปช่วยในการเพิ่มความแข็งแรงให้กับลำต้น เร่งการแตกยอด ผลิใบ และการเจริญเติบโต ฉะนั้นควรใส่ปุ๋ยอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ตามสูตรปุ๋ยที่เหมาะกับต้นไม้แต่ละชนิด ซึ่งบนถุงปุ๋ยจะมีสูตรบอกปริมาณธาตุอาหารไว้บนฉลากเป็นตัวเลข 3 ส่วน เช่น 20-10-5 โดยตัวแรกหมายถึงไนโตรเจน (N) เน้นการบำรุงใบ ตัวที่สองคือฟอสฟอรัส (P) สำหรับบำรุงดอก และตัวที่สามหมายถึงโพแทสเซียม (K) ใช้บำรุงผลผลิต นั่นเอง

6. ลืมเปลี่ยนกระถาง

สำหรับต้นไม้ปลูกในกระถาง หลังจากปลูกไปประมาณ 1-2 ปี ก็ควรเปลี่ยนภาชนะและดินใหม่ เพราะหากปล่อยไว้จะทำให้เกิดรากม้วนขดเป็นกระจุกจนแน่นกระถาง หรืออาจจะเห็นรากต้นไม้งอกออกมาทางรูระบายน้ำ ซึ่งอาจจะทำให้ลำต้นและใบเริ่มเฉา สีซีด เปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือน้ำตาล และใบร่วงมากผิดปกติ เนื่องจากรากไม่สามารถดูดซึมสารอาหารจากดินได้เต็มที่ แต่อย่างไรก็ตาม ควรเลี่ยงเปลี่ยนกระถางในช่วงที่ต้นไม้กำลังออกดอก และควรเลือกไซซ์กระถางให้เหมาะสมกับขนาดลำต้นด้วย

7. ไม่กำจัดแมลง

ปลูกต้นไม้

นอกจากนี้ต้นไม้ปลูกในบ้านควรระวังศัตรูพืชอย่าง ตัวริ้น เพลี้ย หนอน ไร แมลงหวี่ขาว และมด เป็นพิเศษ ส่วนมากจะอาศัยอยู่ใต้ใบและในดิน ซึ่งเจ้าของควรหมั่นเช็กและสังเกตความผิดปกติของต้นไม้ให้ดี ได้แก่ ใบม้วน หงิกงอ มีรอยไหม้ ผิวใบเป็นปุ่มปม ใบเหลือง ลำต้นมีราดำ หากมีอาการเหล่านี้แม้จะเป็นจุดเล็ก ๆ ก็ควรรีบหาวิธีป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ หากปล่อยไว้นานก็ยิ่งกำจัดยากและทำให้ต้นไม้ตายในที่สุด

8. โดนสัตว์เลี้ยงป่วน

หากเจ้าของคนไหนที่มักเจอปัญหาสัตว์เลี้ยงชอบแอบมาแทะต้นไม้เล่นหรือปัดกระถางแตก สามารถป้องกันได้โดยการใช้ขาตั้งวางกระถางให้สูงขึ้น ใช้กระถางแบบแขวน สร้างรั้วกั้นต้นไม้ วางต้นไม้ไว้ในที่ที่สัตว์เลี้ยงเข้าไม่ถึง โรยหน้าดินด้วยหินก้อนใหญ่ป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงมาขุดดินเล่น เปลี่ยนมาปลูกต้นไม้ที่มีกลิ่นแต่ไม่มีพิษกับสัตว์ อย่าง โรสแมรี่ แทน หรืออีกหนึ่งวิธีก็คือ นำเปลือกส้มหรือเปลือกมะนาวฉีกเป็นชิ้นเล็ก ๆ โรยรอบ ๆ โคนต้นไม้ นอกจากจะช่วยป้องกันสัตว์เลี้ยงได้แล้ว ยังกลายเป็นปุ๋ยเพิ่มแร่ธาตุในดินอีกด้วย

ต้นไม้ก็ต้องการอาหารและการดูแลที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดิน แสงแดด น้ำ การให้ปุ๋ย รวมไปถึงเรื่องอื่น ๆ ดังนั้น ถ้าอยากเลี้ยงต้นไม้ให้รอด เจริญเติบโตสวยงาม ควรศึกษาข้อมูลของต้นไม้ชนิดนั้น ๆ ให้ดี ทั้งวิธีการปลูกและการดูแลในเรื่องต่าง ๆ เช่น การรดน้ำ ปริมาณแสงแดด การใส่ปุ๋ย เพื่อให้ต้นไม้เติบโตสวยงาม ออกดอกผลิใบให้เราดูไปนาน ๆ

ขอบคุณข้อมูล bobvila, pilea, wikihow, thespruce และ saranukromthai
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
8 เหตุผลทำให้ต้นไม้ตาย เพราะแบบนี้ไงปลูกอะไรก็ไม่รอด ! โพสต์เมื่อ 28 มิถุนายน 2564 เวลา 15:28:45 42,052 อ่าน
TOP