รวมสูตรปุ๋ยออร์แกนิกหรือปุ๋ยหมักใช้เอง ส่วนผสมจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น เปลือกไข่ เปลือกกล้วย กากกาแฟ สำหรับช่วยบำรุงดิน ทำง่าย ต้นทุนต่ำ เหมาะสำหรับปลูกต้นไม้จัดสวน

อีกหนึ่งค่าใช้จ่ายของคนชอบจัดสวนหรือปลูกต้นไม้คือการซื้อปุ๋ย โดยเฉพาะปุ๋ยหมักที่ทำเองได้ไม่ยาก วันนี้เราขอแนะนำวิธีทำปุ๋ยออร์แกนิกจากวัตถุดิบที่หาได้จากในบ้าน เช่น เปลือกไข่ เปลือกกล้วย กากกาแฟ น้ำซาวข้าว ฯลฯ นอกจากได้ปุ๋ยทำเองไว้ใช้แล้วยังช่วยลดขยะในครัวเรือนด้วย

- ช่วยลดค่าใช้จ่าย เพราะเราสามารถเลือกวัตถุดิบที่หาได้ในครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นเปลือกไข่ กากกาแฟ ขี้เถ้า หรืออื่น ๆ มาทำเป็นปุ๋ยสำหรับพืช
- ช่วยลดขยะในครัวเรือนได้ วัตถุดิบบางอย่างเราสามารถนำมาหมักเป็นปุ๋ยแทนการทิ้งให้เป็นขยะ นอกจากเราได้ประโยชน์ด้วยการเอาไปบำรุงต้นไม้แล้วยังเป็นการเปลี่ยนขยะให้มีประโยชน์อีกด้วย
- ช่วยลดการใช้สารเคมี การทำปุ๋ยไว้ใช้เองทำให้เราไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมี ทำให้เรามั่นใจได้ว่าปุ๋ยพืชผักที่เราปลูกเองมีความปลอดภัยทั้งต่อตัวเองและครอบครัวแน่นอน
- ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ การทำปุ๋ยเองเป็นการฝึกสมอง ใช้สมาธิจดจ่ออยู่ในสิ่งที่ทำ และเป็นการใช้เวลาว่างที่บ้าน รวมทั้งยังเป็นกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ของครอบครัวได้ด้วย
1. เปลือกไข่

เปลือกไข่ใช้แล้วอย่าเพิ่งทิ้ง จับมาทำปุ๋ยมีประโยชน์ต่อพืชกัน โดยมีแคลเซียมซึ่งช่วยให้พืชเจริญเติบโต ออกดอกออกผล นอกจากนี้ยังมีไนโตรเจน ซิงก์ ฟอสฟอรัสด้วย วิธีทำปุ๋ยง่ายมาก แค่นำเปลือกไข่ไปล้างให้สะอาดแล้วตากให้แห้งเพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา จากนั้นนำมาบดจนละเอียดแล้วใช้ผสมกับดินหรือโรยลงไปบนหน้าดินรอบโคนต้น จากนั้นก็รดน้ำ พรวนดินปกติ สารอาหารจากเปลือกไข่จะย่อยสลายให้พืชนำไปใช้งานได้เอง หรือนำเปลือกไข่มาบดแล้วแช่น้ำข้ามคืน วันรุ่งขึ้นก็เอาปุ๋ยน้ำที่ได้มารดต้นไม้ก็จะช่วยเพิ่มสารอาหารในดินได้เหมือนกัน
2. เปลือกกล้วย

เปลือกกล้วยมีสารอาหารที่จำเป็นสำหรับพืช ทั้งโพแทสเซียม ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียม สามารถวางเปลือกกล้วยลงบนดินได้เลยแล้วใช้ดินกลบอีกชั้นเพื่อป้องกันกลิ่นเหม็น หรือหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วคลุกเคล้ากับดิน หรืออีกหนึ่งวิธีคือ นำเปลือกกล้วยแช่น้ำเปล่าประมาณ 2-3 วัน เสร็จแล้วเอาน้ำที่ได้ไปรดน้ำต้นไม้ หรือถ้าต้องการย่นระยะเวลาก็หั่นเปลือกกล้วยเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วแช่น้ำและใช้ได้ทันที ก็จะช่วยบำรุงต้นไม้และดินได้ โดยเฉพาะต้นกุหลาบ
3. กากกาแฟ

กากกาแฟสามารถช่วยเพิ่มไนโตรเจนให้กับดิน อีกหนึ่งสารอาหารจำเป็นกับต้นไม้ได้ โดยการนำกากกาแฟไปตากแดดหรืออบให้แห้งเพื่อป้องกันเชื้อรา จากนั้นก็เอาไปผสมกับดิน หรือนำกากกาแฟแช่น้ำประมาณ 7 วัน พอครบเวลาก็นำมารดต้นไม้ได้เลย นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความเป็นกรดในดิน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปลูกบีโกเนีย กุหลาบ คริสต์มาสแคคตัส เฟิร์น แอฟริกัน ไวโอเลต และต้นคลาสซูล่า
4. น้ำซาวข้าว

น้ำซาวข้าวสามารถเร่งการเจริญเติบโตของพืชได้อย่างดี มีทั้งฟอสฟอรัส ไนโตรเจน แคลเซียม โดยสามารถนำมารดน้ำต้นไม้ได้เลย เหมาะสำหรับต้นไม้ที่ชอบความชื้นสูง เช่น เฟิร์น แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรรดน้ำเยอะเกินไปจนดินแฉะ เพราะอาจทำให้รากเน่าได้เหมือนกัน
5. ชาเขียว

ใบชาเขียวที่ใช้แล้วมีกรดแทนนิก (Tannic Acid) ช่วยปรับสมดุลความเป็นกรด-ด่างหรือค่า pH ของดินให้มีความเป็นกลางได้ แถมยังช่วยเพิ่มออกซิเจนให้กับรากพืชอีกด้วย โดยการเริ่มจากแช่ถุงชาเขียว 1 ถุง ในน้ำ 2 แกลลอน ใช้รดต้นไม้แค่เดือนละครั้งก็เพียงพอแล้ว
6. กากน้ำตาล หรือโมลาส (Molasses)

กากน้ำตาลเป็นของเหลวเหนียวข้นสีดำที่มาจากกระบวนการผลิตน้ำตาลทราย ใช้เป็นส่วนผสมของปุ๋ยหมักได้ เนื่องจากมีธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์กับต้นไม้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโพแทสเซียม แมกนีเซียม แคลเซียม ฯลฯ โดยใช้กากน้ำตาลเพียง 1/2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 2 ลิตร เป็นปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ ช่วยปรับความเป็นกรด-ด่างให้กับดิน และย่อยอินทรียวัตถุในดินให้กลายเป็นอาหารของต้นไม้ได้
7. ดีเกลือ (Epsom Salts)

ดีเกลือมีแมกนีเซียมเป็นอาหารของต้นไม้ ช่วยแก้ปัญหาดินเป็นกรด พร้อมกับช่วยเติมคลอโรฟิลล์ให้พืชมีสีเขียวสด โดยผสมเกลือ 1 ช้อนชา กับน้ำ 1 ลิตร มาฉีดพ่นเพื่อให้พืชผักแข็งแรง ออกผลผลิตได้ดี หรือโรยเกลือบนผิวดินเพียงเล็กน้อย
8. ขี้เถ้า

นอกจากในขี้เถ้าจะมีทั้งโพแทสเซียม แคลเซียม และฟอสฟอรัส ที่เป็นสารอาหารที่ต้นไม้ต้องการ ช่วยบำรุงใบ ดอก และผลแล้ว ยังสามารถช่วยเพิ่มค่าความเป็นด่างให้กับดิน แก้ปัญหาดินเป็นกรด โดยการโรยลงบนดินและรดน้ำตามลงไป
9. ผงเจลาติน

เพราะผงเจลาตินมีไนโตรเจนที่ต้นไม้ต้องการ สารสำคัญที่ทำให้ต้นไม้แข็งแรงและผลิใบสวยงาม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปลูกต้นไม้ตระกูลบอนและมอนสเตอร่าต่าง ๆ วิธีใช้ก็คือ นำผงเจลาตินไปละลายในน้ำร้อน ตามด้วยเทน้ำเปล่าลงไปอีก 3 ถ้วยตวง แล้วใช้รดน้ำต้นไม้เดือนละครั้ง
น่าสนใจไม่น้อยเลยสำหรับสูตรปุ๋ยออร์แกนิกไว้ใช้เองที่บ้าน เพื่อบำรุงดินและธาตุต่าง ๆ ที่จำเป็นกับพืช ทั้งปลอดภัย ประหยัด และช่วยลดขยะในครัวเรือนด้วย