ค่าไฟพุ่งไม่รู้ตัว ? มาลองเช็กกันว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านกินไฟชั่วโมงละกี่บาท รู้ก่อน ใช้ให้เป็น พร้อมวิธีใช้งานแบบคุ้มค่า ใช้สบายไม่ต้องกังวลบิลปลายเดือน
เคยสงสัยไหมว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านแต่ละชิ้นกินไฟชั่วโมงละกี่บาท ? และอะไรคือตัวการที่ทำให้บิลค่าไฟพุ่งแบบไม่รู้ตัว ? วันนี้จะพาไปเปิดข้อมูลแบบเข้าใจง่าย พร้อมเทียบให้เห็นชัดว่าอุปกรณ์ไหนใช้ไฟมากหรือน้อย และมีวิธีใช้งานอย่างไรให้คุ้มค่าทุกบาท เหมาะกับทุกบ้านที่อยากลดค่าใช้จ่ายแบบเห็นผลในระยะยาว
เครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟสูง
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน ได้เผยแพร่ข้อมูล 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่กินไฟสูง พร้อมคำนวณค่าไฟเฉลี่ยต่อชั่วโมงมาให้ เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนปรับพฤติกรรมการใช้งานได้อย่างเหมาะสม
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
ทั้งนี้ สามารถแบ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าออกเป็น 4 กลุ่มตามพฤติกรรมการใช้งาน พร้อมเทคนิคจัดการค่าไฟแบบปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน
กลุ่มที่ 1
กินไฟสูง ใช้สั้น ๆ แต่ต้องปิดให้เป็น
เครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มนี้มีกำลังไฟสูงมาก แต่โดยปกติเราใช้งานในระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น ถ้าใช้แล้วปิดทันที ผลกระทบต่อบิลค่าไฟก็ยังไม่น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ถ้า "เปิดทิ้ง" หรือ "ใช้เพลิน" นั่นแหละที่ทำให้ค่าไฟพุ่ง ได้แก่
เครื่องทำน้ำอุ่น
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูงที่สุดในบ้าน กินไฟประมาณ 2,500-12,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 10-47 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นและกำลังไฟ) ฟังดูน่ากลัว แต่ถ้าอาบน้ำแค่ 10-15 นาทีแล้วปิด ค่าไฟจริง ๆ ก็ไม่มาก แต่ปัญหาที่พบบ่อย
- เปิดเครื่องทิ้งไว้ตลอดวัน รอให้น้ำร้อนพร้อมเสมอ
- รอน้ำร้อนนานโดยไม่จำเป็น เพราะไม่เคยล้างตะกรัน ทำให้เครื่องทำงานหนักขึ้น
- ตั้งอุณหภูมิสูงเกินความจำเป็น เพราะคิดว่ายิ่งร้อนยิ่งดี
วิธีประหยัด : ปิดเครื่องทันทีหลังอาบน้ำเสร็จ และควรหมั่นทำความสะอาดตะกรันในเครื่องทำน้ำอุ่นเป็นประจำ ซึ่งจะช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องและประหยัดไฟได้ในระยะยาว
เตารีดไฟฟ้า
กินไฟประมาณ 750-2,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 3-8 บาท หลายคนมักรีดผ้าทีละชิ้น เปิด-ปิดเครื่องบ่อยครั้ง ซึ่งทำให้เสียค่าไฟโดยไม่รู้ตัว
วิธีประหยัด : รวบผ้าให้ครบแล้วรีดทีเดียว จะประหยัดทั้งไฟและเวลา
เครื่องดูดฝุ่น
กินไฟประมาณ 750-1,200 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 3-5 บาท เป็นเครื่องที่ใช้งานแบบ "เป็นรอบ" จึงไม่มีปัญหามากนัก ถ้าไม่ลืมปิดระหว่างพัก
หม้อทอดไร้น้ำมัน
กินไฟประมาณ 900-1,600 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 3.5-6.44 บาท เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ควรใช้แล้วปิดทันที ไม่ควรเปิดทิ้งไว้ขณะรอให้ร้อน
กลุ่มที่ 2
ใช้ต่อเนื่อง ยิ่งนานยิ่งต้องจัดการ
เครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มนี้อาจไม่ได้กินไฟสูงสุดต่อชั่วโมง แต่เพราะใช้งานต่อเนื่องยาวนานทุกวัน จึงกลายเป็นตัวการหลักที่ทำให้ค่าไฟรายเดือนพุ่งสูง
เครื่องปรับอากาศ
ตัวแปรหลักของค่าไฟบ้าน แม้จะไม่ใช่อันดับ 1 ในแง่ของกำลังไฟ แต่แอร์คือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ส่งผลต่อค่าไฟรายเดือนมากที่สุด เพราะเราใช้มันต่อเนื่องหลายชั่วโมงทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนของเมืองไทย โดยกินไฟประมาณ 1,200-3,300 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 5-13 บาท ซึ่งหากเปิดแอร์วันละ 8 ชั่วโมง ค่าไฟจากแอร์เพียงตัวเดียวอาจสูงถึง 40-104 บาทต่อวัน หรือกว่า 1,200-3,000 บาทต่อเดือน
วิธีประหยัด :
- ตั้งอุณหภูมิที่ 26-27°C เพราะทุก ๆ 1°C ที่ลดลงมักทำให้กินไฟเพิ่มขึ้นราว 6-8%
- เปิดพัดลมช่วยกระจายลม แทนที่จะลดอุณหภูมิแอร์ลง
- ปิดแอร์ทันทีที่ออกจากห้อง อย่าทิ้งให้เย็นรอ
- ล้างฟิลเตอร์แอร์ทุก 1-2 เดือน เพราะการล้างฟิลเตอร์เครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและลดการสิ้นเปลืองพลังงานได้
- เลือกซื้อแอร์ที่มีระบบ Inverter ซึ่งปรับรอบคอมเพรสเซอร์ตามความต้องการ แทนที่จะเปิด-ปิดซ้ำ ๆ
กลุ่มที่ 3
ใช้เป็นรอบ รวมให้คุ้มกว่า
เครื่องซักผ้า
กินไฟประมาณ 3,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 12 บาท โดยหากซัก 1 รอบใช้เวลาประมาณ 2.5 ชั่วโมง จะเสียค่าไฟประมาณ 30 บาทต่อครั้ง ฟังดูไม่เยอะ แต่นิสัยที่พบบ่อยที่สุดคือ "ซักทีละนิดทุกวัน" ซึ่งทำให้เสีย 30 บาทซ้ำ ๆ ทุกวัน แทนที่จะรวมผ้าแล้วซักครั้งเดียวใส่เต็มถัง
วิธีประหยัด : กำหนดวันซักผ้าให้ชัดเจน รวมผ้าให้ครบหรือใกล้เต็มถัง แล้วซักทีเดียว ลดจำนวนรอบซักต่อสัปดาห์ลงได้เยอะมาก
กลุ่มที่ 4
กินไฟต่ำ ใช้ได้สบาย แต่ต้องมีวินัย
เครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มนี้กินไฟต่ำมากต่อชั่วโมง จึงใช้งานได้ค่อนข้างสบาย แต่ก็ไม่ควรละเลยจนเปิดทิ้งไว้โดยไม่มีเหตุผล
พัดลม
กินไฟเพียง 35-80 วัตต์ หรือคิดเป็นค่าไฟ ชั่วโมงละ 0.15-0.25 บาท เท่านั้น ถือว่าเป็นทางเลือกประหยัดไฟที่ดีมากเมื่อเทียบกับแอร์ โดยเฉพาะช่วงที่อากาศยังพอทน
เครื่องฟอกอากาศ
กินไฟต่ำเพียง ชั่วโมงละ 0.09-0.20 บาท สามารถเปิดต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าไฟมากนัก แต่ควรปิดเมื่อออกจากบ้านนาน ๆ
โทรทัศน์
กินไฟ 80-180 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 0.40-1 บาท ถือว่าเป็นตัวเลขน้อยมาก แต่ถ้าเปิดทิ้งเป็นฉากหลังตลอดวัน ยอดสะสมก็ขึ้นได้เช่นกัน
ตู้เย็น
กินไฟเฉลี่ย 70-175 วัตต์ คิดเป็น ชั่วโมงละ 0.30-0.40 บาท เพราะคอมเพรสเซอร์ไม่ได้ทำงานตลอดเวลา ตู้เย็นจึงเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องเปิดตลอด 24 ชั่วโมงแต่ค่าไฟรายวันยังอยู่ในระดับที่รับได้ ข้อควรระวังคืออย่าเปิดตู้เย็นบ่อยหรือทิ้งไว้นาน เพราะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักขึ้น
เทคนิคสรุปลดค่าไฟได้ผลจริง
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน แนะนำว่าสิ่งแรกที่ควรทำคือเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มี ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ซึ่งผ่านการรับรองว่าประหยัดพลังงานได้ดีกว่ามาตรฐาน และควรหมั่นบำรุงรักษาอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ เช่น ล้างฟิลเตอร์แอร์ และทำความสะอาดตะกรันเครื่องทำน้ำอุ่น เพราะเครื่องที่ดูแลดีจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและกินไฟน้อยลง นอกจากนี้ สิ่งที่ปฏิบัติได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม ได้แก่
- ปิดแอร์ทันทีที่ออกจากห้อง อย่าทิ้งให้เย็นรอ
- ตั้งแอร์ที่ 26-27°C แล้วเปิดพัดลมช่วย
- ปิดเครื่องทำน้ำอุ่นทันทีหลังอาบน้ำ ไม่เปิดทิ้งไว้ตลอดวัน
- รวมผ้าก่อนซัก ให้เต็มถังแล้วซักทีเดียว
- รีดผ้ารวมคราวเดียว ไม่รีดทีละชิ้น
- ปิดทีวีและไฟทุกครั้ง เมื่อออกจากห้อง
เพียงปรับพฤติกรรมเล็กน้อยในทุกวัน เชื่อเลยว่า…ก็สามารถลดค่าไฟได้อย่างเห็นผลชัดเจนในบิลเดือนถัดไป
หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง
หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง
บทความ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน วิธีประหยัดไฟ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เฟซบุ๊ก กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน, เฟซบุ๊ก กระทรวงพลังงาน





