เครื่องลดความชื้น คืออะไร
วิธีเลือกเครื่องลดความชื้น
-
เลือกให้เหมาะกับขนาดห้อง ควรตรวจสอบว่ารุ่นที่เลือกสามารถรองรับพื้นที่ขนาดเท่าไร เพราะหากใช้เครื่องเล็กเกินไปอาจลดความชื้นได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่วนห้องขนาดใหญ่ควรเลือกเครื่องที่มีกำลังดูดความชื้นสูงขึ้น
-
ดูค่าการลดความชื้นต่อวัน เครื่องลดความชื้นมักระบุความสามารถในการดึงน้ำออกจากอากาศ เช่น 10 ลิตร/วัน หรือ 20 ลิตร/วัน ยิ่งห้องมีความชื้นมากหรือใช้ในช่วงหน้าฝนบ่อย ควรเลือกค่าที่สูงขึ้น
-
ตรวจสอบระดับเสียงขณะทำงาน หากต้องการใช้ในห้องนอนหรือห้องทำงาน ควรเลือกรุ่นที่มีเสียงเงียบ เพื่อไม่รบกวนการพักผ่อนหรือการทำงานระหว่างวัน
-
เลือกแบบประหยัดไฟ เครื่องลดความชื้นเป็นอุปกรณ์ที่อาจต้องเปิดใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมง จึงควรเลือกรุ่นที่มีระบบประหยัดพลังงานหรือฉลากประหยัดไฟ เพื่อช่วยลดค่าไฟในระยะยาว
-
ดูความจุถังเก็บน้ำ ถังเก็บน้ำขนาดใหญ่จะช่วยลดความถี่ในการเทน้ำทิ้ง เหมาะสำหรับคนที่ต้องเปิดใช้งานเป็นเวลานาน หรือใช้งานในพื้นที่ชื้นมาก
-
มีระบบตัดการทำงานอัตโนมัติ ฟังก์ชันนี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัย เมื่อถังน้ำเต็มเครื่องจะหยุดทำงานอัตโนมัติ ช่วยป้องกันน้ำล้นและใช้งานได้สะดวกขึ้น
-
ฟังก์ชันเสริมตอบโจทย์การใช้งาน บางรุ่นมาพร้อมระบบฟอกอากาศ ตั้งเวลาได้ หรือมีโหมดอบผ้า ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ในบ้านยุคใหม่มากขึ้น
เครื่องลดความชื้น ยี่ห้อไหนดี
1. Simplus LiteDryC7
ภาพจาก : Shopee Simplus official shop
รุ่นนี้เหมาะสำหรับใช้งานภายในบ้านหรือคอนโด ด้วยความสามารถในการดูดความชื้นได้สูงสุดประมาณ 400 มล./วัน พร้อมถังเก็บน้ำขนาด 2.5 ลิตร ช่วยลดความถี่ในการเทน้ำทิ้ง ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอสัมผัส LCD ที่สามารถแสดงระดับความชื้นและอุณหภูมิภายในห้องได้แบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังทำงานค่อนข้างเงียบเพียงประมาณ 35dB จึงเหมาะกับการใช้งานในห้องนอนหรือห้องทำงาน นอกจากนี้ยังมีระบบตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อน้ำเต็มเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน รวมถึงมีช่องสำหรับใส่อโรมาช่วยกระจายกลิ่นหอมอ่อน ๆ ภายในห้อง ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม เคลื่อนย้ายง่าย
2. HAFELE
ภาพจาก : Shopee HAFELE HOME
ขนาดกะทัดรัดที่เหมาะสำหรับใช้งานภายในบ้าน คอนโด หรือห้องทำงาน โดยสามารถดูดความชื้นและสกัดน้ำได้สูงสุดประมาณ 750 มล. ต่อวัน พร้อมถังเก็บน้ำความจุ 2 ลิตร ช่วยลดปัญหาความอับชื้น กลิ่นไม่พึงประสงค์ และความชื้นสะสมภายในห้อง ตัวเครื่องผลิตจากพลาสติก ABS น้ำหนักเบาประมาณ 2.2 กิโลกรัม เคลื่อนย้ายสะดวก อีกทั้งยังมีระบบตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อน้ำเต็ม พร้อมไฟแสดงสถานะการทำงานเพื่อช่วยให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น ระดับเสียงขณะทำงานไม่เกิน 42 เดซิเบล จึงเหมาะกับการใช้งานในห้องนอนหรือพื้นที่ที่ต้องการความเงียบ รองรับห้องขนาดประมาณ 20 ตารางเมตร และสามารถใช้งานได้ดีกับพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เช่น ห้องซักล้าง ห้องนอน หรือสำนักงานขนาดเล็ก
3. KASHIWA รุ่น HC-101
ภาพจาก : Shopee Kashiwa
เหมาะสำหรับใช้งานในห้องขนาดประมาณ 30 ตารางเมตร ช่วยลดความอับชื้นภายในห้องและลดโอกาสเกิดเชื้อราบนเสื้อผ้าหรือสิ่งของต่าง ๆ ตัวเครื่องสามารถลดความชื้นได้สูงสุดประมาณ 320 มิลลิลิตรต่อวัน มาพร้อมถังเก็บน้ำความจุ 2.5 ลิตร ซึ่งออกแบบให้มองเห็นระดับน้ำได้ชัดเจนและช่วยลดเสียงรบกวนระหว่างใช้งาน นอกจากนี้ยังมีแผงควบคุมระบบสัมผัสพร้อมหน้าจอ LCD สำหรับแสดงค่าความชื้น ช่วยให้ใช้งานได้ง่ายเพียงปุ่มเดียว รวมถึงมีระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อน้ำเต็มเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ตัวเครื่องใช้กำลังไฟ 40 วัตต์ มีขนาดกะทัดรัด เหมาะกับการใช้งานในห้องนอน ห้องทำงาน หรือพื้นที่ภายในบ้านที่มีปัญหาความชื้นสะสม
4. LENODI
ภาพจาก : Shopee LENODI Official Mall
เหมาะสำหรับใช้งานในบ้านหรือคอนโดที่มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง โดยรองรับห้องขนาดประมาณ 50 ตารางเมตร พร้อมระบบลดความชื้นแบบเซมิคอนดักเตอร์โมดูลคู่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดึงความชื้นออกจากอากาศ ตัวเครื่องมาพร้อมถังเก็บน้ำขนาด 2.6 ลิตร สามารถมองเห็นระดับน้ำได้ชัดเจน และมีระบบหยุดทำงานอัตโนมัติเมื่อน้ำเต็มเพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน นอกจากนี้ยังมีหน้าจอสัมผัส LED สำหรับควบคุมการทำงาน พร้อมระบบฟอกอากาศด้วยไอออนลบและเทอร์โมสตัทอัจฉริยะ ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องรู้สึกสบายมากขึ้น ตัวเครื่องใช้กำลังไฟ 60 วัตต์ และออกแบบมาให้ทำงานค่อนข้างเงียบ เหมาะกับการใช้งานในห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือพื้นที่ที่มีปัญหาความอับชื้นภายในบ้าน
5. SMARTHOME รุ่น SM-DH001
ภาพจาก : Shopee smarthome_official_shop
เหมาะสำหรับใช้งานในห้องขนาดประมาณ 15-20 ตารางเมตร โดยสามารถลดความชื้นได้สูงสุดประมาณ 430 มล. ต่อวัน และมาพร้อมถังเก็บน้ำความจุ 2.3 ลิตร ช่วยลดความถี่ในการเทน้ำทิ้ง ตัวเครื่องมีหน้าจอสัมผัสที่แสดงค่าความชื้นและอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ พร้อมโหมดการทำงาน 3 รูปแบบ ได้แก่ โหมดแรง โหมดนอนหลับ และโหมดอัตโนมัติ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละช่วงเวลา นอกจากนี้ยังรองรับการตั้งเวลาใช้งานหลายช่วง และมีระบบตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อน้ำเต็มถังเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ระดับเสียงขณะทำงานค่อนข้างเงียบ โดยเฉพาะในโหมดนอนหลับที่มีเสียงไม่เกิน 41 เดซิเบล จึงเหมาะสำหรับเปิดใช้งานต่อเนื่องในช่วงกลางคืนได้อย่างไม่รบกวนการพักผ่อน
6. SHARP Dehumidifier รุ่น DW-D12A-W
ภาพจาก : Shopee Sharp (Thailand)
เครื่องลดความชื้นที่เหมาะสำหรับห้องขนาดประมาณ 13-26 ตารางเมตร สามารถลดความชื้นได้สูงสุด 12 ลิตรต่อวัน และมาพร้อมถังเก็บน้ำขนาด 4 ลิตร ช่วยลดความถี่ในการเทน้ำทิ้ง ตัวเครื่องมีหลายโหมดการทำงานให้เลือก ทั้งโหมดเป่าผ้าสำหรับช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นในวันที่อากาศชื้น โหมด Comfort ที่ช่วยรักษาระดับความชื้นภายในห้อง รวมถึงโหมดตั้งค่าความชื้นอัตโนมัติหลายระดับตามการใช้งาน นอกจากนี้ยังรองรับทั้งการระบายน้ำลงถังและต่อท่อน้ำทิ้งเพื่อใช้งานต่อเนื่องได้ ตัวเครื่องมีฟังก์ชันสวิงลมอัตโนมัติ ช่วยกระจายลมได้ทั่วถึง และมีหูหิ้วเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้าย เหมาะสำหรับใช้งานในห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือพื้นที่ซักผ้าที่ต้องการลดความอับชื้นภายในบ้าน
7. Xiaomi Smart Dehumidifier 22L
ภาพจาก : Shopee Xiaomi Thailand Store
มาพร้อมความสามารถในการดูดความชื้นสูงสุด 22 ลิตรต่อวัน เหมาะสำหรับใช้งานในพื้นที่ที่มีความชื้นสะสมค่อนข้างมาก โดยมีถังเก็บน้ำขนาด 4.5 ลิตร ช่วยรองรับการใช้งานต่อเนื่องและลดความถี่ในการเทน้ำทิ้ง ตัวเครื่องรองรับโหมดตากผ้า ช่วยลดปัญหาผ้าอับชื้นในช่วงหน้าฝนหรือห้องที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมเสียงอัจฉริยะที่ช่วยให้การทำงานเงียบขึ้น ระดับเสียงไม่เกิน 41 เดซิเบล อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชันเพื่อควบคุมการทำงานได้สะดวกมากขึ้น ตัวเครื่องใช้งานได้ในอุณหภูมิ 5-35 องศาเซลเซียส และภายในชุดยังมีท่อระบายน้ำสำหรับต่อใช้งานแบบระบายน้ำต่อเนื่องมาให้พร้อมใช้งานด้วย
8. INSAMRT
ภาพจาก : Shopee INSMART Official Shop
ใช้ระบบลดความชื้นแบบควบแน่นเซมิคอนดักเตอร์ที่ช่วยลดความชื้นและกลิ่นอับภายในห้องได้ในระดับหนึ่ง พร้อมความสามารถในการดูดความชื้นประมาณ 350 มล. ต่อวัน ตัวเครื่องมาพร้อมถังเก็บน้ำขนาด 2.5 ลิตร และมีระบบตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อน้ำเต็มเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน นอกจากนี้ยังมีหน้าจอสัมผัสสำหรับควบคุมการทำงาน ตั้งเวลาได้หลายช่วง และรองรับโหมดสลีปที่ช่วยลดเสียงรบกวน โดยมีระดับเสียงประมาณ 30 เดซิเบล จึงเหมาะกับการเปิดใช้งานระหว่างพักผ่อน ภายในเครื่องยังมีฟังก์ชันไอออนลบและไฟ LED ปรับได้ 7 สี เพิ่มบรรยากาศภายในห้องให้ดูผ่อนคลายมากขึ้น ขนาดตัวเครื่องค่อนข้างกะทัดรัด เคลื่อนย้ายและจัดวางได้ง่ายในพื้นที่จำกัด
9. TIXX รุ่น HC2488
ภาพจาก : Shopee TIXX Official Store
อีกตัวเลือกสำหรับห้องนอนหรือพื้นที่ใช้งานขนาดเล็กที่ต้องการลดความอับชื้นภายในห้อง ตัวเครื่องมาพร้อมถังเก็บน้ำขนาด 2 ลิตร สามารถมองเห็นระดับน้ำได้ชัดเจน และมีระบบตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อน้ำเต็มเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน รองรับทั้งการเก็บน้ำในถังและต่อท่อระบายน้ำสำหรับใช้งานต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันฟอกอากาศในตัว ช่วยลดความอับและทำให้อากาศภายในห้องรู้สึกสบายมากขึ้น ระดับเสียงขณะทำงานอยู่ที่ประมาณ 45 เดซิเบล จึงเหมาะกับการเปิดใช้งานระหว่างพักผ่อนหรือช่วงเวลากลางคืน ตัวเครื่องมีหน้าจอแสดงผล ใช้งานง่าย พร้อมตั้งเวลาล่วงหน้าได้ และมีขนาดกะทัดรัด จัดวางได้สะดวกในหลายพื้นที่ในบ้าน
เครื่องลดความชื้นแต่ละรุ่นมีจุดเด่นและเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน การเลือกให้เหมาะกับพื้นที่และไลฟ์สไตล์การใช้งาน จะช่วยลดปัญหาความอับชื้น กลิ่นไม่พึงประสงค์ และทำให้บรรยากาศภายในบ้านน่าอยู่มากขึ้นในทุกวัน
หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง
บทความ เครื่องลดความชื้น เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เว็บไซต์ Shopee Simplus official shop, เว็บไซต์ Shopee HAFELE HOME, เว็บไซต์ Shopee Kashiwa, เว็บไซต์ Shopee LENODI Official Mall, เว็บไซต์ Shopee smarthome_official_shop, เว็บไซต์ Shopee Sharp (Thailand), เว็บไซต์ Shopee Xiaomi Thailand Store, เว็บไซต์ Shopee INSMART Official Shop, เว็บไซต์ Shopee TIXX Official Store





