x close

5 สูตรน้ำยาซักแห้งโฮมเมด ทำเองที่บ้าน ไม่ต้องง้อร้านซักรีด

          รวม 5 สูตรน้ำยาซักแห้ง สำหรับซักแห้งเองที่บ้าน ถูก ง่าย ดี มีประสิทธิภาพ บอกเลยซักแห้งเองก็สะอาดได้ แถมประหยัดตังค์ในกระเป๋าด้วย !

น้ำยาซักแห้ง

          ทุกวันนี้เสื้อผ้าสวย ๆ หลายตัว ต้องทำความสะอาดด้วย การซักแห้ง เท่านั้น ซึ่งก็อย่างที่รู้กันดีว่าราคาส่งร้านซักอบรีดแต่ละครั้งไม่ใช่ถูก ๆ อ๊ะ ๆ ๆ แต่ต่อจากนี้ไม่ต้องกังวลกันอีกแล้วค่ะ เพราะถึงแม้การซักแห้งจะทำยาก แต่เราก็ทำเองได้ด้วย 5 สูตรน้ำยาซักแห้งทำเอง ที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากกันในวันนี้ รับรองสะอาด ถูกใจไม่แพ้มืออาชีพ อีกทั้งยังประหยัดสตางค์และมีหลายสูตรให้เลือกเลยล่ะ

1. น้ำยาซักผ้าสูตร 1

          วิธีทำน้ำยาซักแห้งด้วยตัวเองง่าย ๆ ให้นำน้ำยาซักผ้าทั่วไปมาเจือจางกับน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1 ต่อ 20 โดยควรเลือกใช้เป็นน้ำยาซักผ้าที่ไม่มีกลิ่น และถ้าหากต้องการหลีกเลี่ยงสารเคมี ควรเลือกใช้น้ำยาซักผ้าที่ระบุว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจะดีที่สุด จากนั้นก็นำกระดาษชำระหรือผ้าสะอาดไปจุ่มในน้ำยาที่เจือจางไว้ บีบน้ำออกพอสมควร แล้วนำมากดซับเบา ๆ ให้ทั่วเสื้อผ้าที่ต้องการซักแห้ง อย่าลืมเน้นบริเวณที่มีคราบเยอะเป็นพิเศษ เสร็จแล้วก็นำเสื้อผ้าใส่ลงไปในปลอกหมอน พับปากลงแล้วติดเข็มกลัดไว้ หลังจากนั้นนำไปใส่ในเครื่องอบแห้ง ตั้งค่าความร้อนระดับต่ำ ปล่อยให้เครื่องทำงานสัก 20 นาที เสร็จแล้วก็นำเสื้อผ้าออก พร้อมตากไว้ในที่โล่งแจ้งและอากาศถ่ายเทได้เลย

2. น้ำยาซักผ้าสูตร 2

          อีกหนึ่งสูตรน้ำยาซักแห้งที่ต้องบอกเลยว่าทำง่ายมาก เพียงแค่ผสมน้ำยาซักผ้าประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ เข้ากับน้ำเปล่า 1 ¼ ถ้วยตวง เสร็จแล้วใส่ลงในขวดสเปรย์ จากนั้นก็นำไปฉีดเบา ๆ บนคราบของเสื้อผ้าที่ต้องการซักแห้ง แล้วนำผ้าขนหนูสะอาดมาเช็ดเพื่อกำจัดคราบออก หลังจากนั้นก็ฉีดบาง ๆ ในส่วนอื่น ๆ ให้ทั่วทั้งเสื้อผ้า อย่าลืมระมัดระวังและเบามือให้มาก เสื้อผ้าควรชื้นแค่เพียงนิดเดียวเท่านั้น เสร็จแล้วก็นำไปอบแบบไม่มีความร้อนสัก 15 นาที ถ้ายังไม่แห้งดีก็สามารถอบต่อได้สัก 2-3 นาที แต่ต้องคอยจับตาดูอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันเสื้อผ้าหดตัว อย่างไรก็ตามถ้าหากเนื้อผ้าละเอียดอ่อนมาก ควรใส่ลงในปลอกหมอนก่อน แล้วค่อยนำไปอบจะดีกว่าค่ะ

3. น้ำมันหอมระเหย

น้ำยาซักแห้ง

          ก่อนจะลงมือทำน้ำยาซักแห้งสูตรนี้ ให้ฉีดสเปรย์ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ลงบนคราบของเสื้อผ้าที่ต้องการซักแห้ง แล้วใช้ผ้าขนหนูสะอาดซับเพื่อกำจัดคราบสกปรกออกไปก่อน จากนั้นจึงค่อยลงมือทำน้ำยาซักแห้ง ด้วยการผสมน้ำอุ่น 1 ถ้วยตวง สารบอแรกซ์ 1 ช้อนชา และออกซิเจน บลีช (สารฟอกขาว) 1 ช้อนชา เข้าด้วยกัน พร้อมทั้งหยอดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ลงไปอีก 3 หยด คนให้เข้ากัน เสร็จแล้วจุ่มผ้าสะอาดลงไปให้ชุ่ม ยกขึ้นมาและบีบน้ำออกจนไม่หยด หลังจากนั้นนำไปใส่ในถุงซักผ้าแห้งหรือปลอกหมอนที่มีซิป พร้อมใส่เสื้อผ้าที่ต้องการซักลงไปด้วย ปิดให้สนิท ใส่ในเครื่องอบ และรอสักครึ่งชั่วโมง เสร็จแล้วรีบนำออกมาตากทันทีเพื่อป้องกันรอยยับ รอยย่น ตอนแรกอาจจะชื้นบ้างเล็กน้อย แต่ไม่นานก็จะแห้งพร้อมใช้งาน

4. น้ำส้มสายชู

น้ำยาซักแห้ง

          ขั้นตอนการทำน้ำยาซักแห้งสูตรนี้ ให้นำน้ำเปล่า ¾ ถ้วยตวง น้ำส้มสายชู ¼ ถ้วยตวง สารบอแรกซ์ 1 ช้อนชา และออกซิเจน บลีช (สารฟอกขาว) 1 ช้อนชา มาผสมเข้าด้วยกัน สามารถเติมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบลงไปได้สัก 5-10 หยด เพื่อช่วยให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอมสดชื่น จากนั้นนำผ้าสะอาดลงไปแช่ในน้ำยาที่เตรียมไว้ บีบน้ำออกให้หมาดพอสมควร แล้วใส่ลงไปในถุงซักผ้าแห้งหรือปลอกหมอนที่มีซิป พร้อมกับเสื้อผ้าที่ต้องการซัก เสร็จแล้วนำไปอบสักประมาณ 30 นาที จึงค่อยนำออกมาตากลมจนแห้งสนิท โดยสารบอแรกซ์และสารฟอกขาวจะช่วยทำความสะอาดเสื้อผ้าอย่างอ่อนโยน น้ำส้มสายชูจะช่วยขจัดกลิ่นเหม็นอย่างดีเยี่ยม ส่วนผ้าขนหนูจะช่วยถูกำจัดคราบระหว่างปั่นนั่นเอง

5. รำข้าวสาลี

น้ำยาซักแห้ง

          สำหรับคนที่ต้องการน้ำยาซักแห้งสูตรปลอดสารเคมี บอกเลยว่าห้ามพลาดวิธีนี้เด็ดขาด เพราะใช้แค่เพียงรำข้าวสาลีและน้ำส้มสายชูเท่านั้น โดยขั้นตอนแรกให้เตรียมรำข้าวสาลี 1 ถ้วยตวง จากนั้นค่อย ๆ เติมน้ำส้มสายชูลงไปทีละหยดจนรำข้าวเกาะรวมกันเป็นก้อน เสร็จแล้วก็นำเสื้อที่ต้องการซักแห้งใส่ลงไปในปลอกหมอน พร้อมทั้งใส่ก้อนรำข้าวสาลีลงไปด้วย ปิดปากปลอกหมอนให้แน่นสนิท แล้วเขย่าให้แรงพอสัก 1-2 นาที เพื่อให้รำข้าวสาลีช่วยทำความสะอาดเสื้อผ้า หลังจากนั้นนำเสื้อผ้าออกจากปลอกหมอน แล้วสลัดเศษรำข้าวสาลีที่เหลือทิ้งจนเกลี้ยง เท่านี้ก็จะเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

          เป็นอย่างไรบ้างคะ แต่ละสูตรไม่ยากเลยใช่ไหม เอาเป็นว่าถ้าหากใครอยากประหยัด ก็ลองนำไปปรับใช้กันได้ตามสะดวก และถ้าหากใครมีน้ำยาเหลือหรือใช้ไม่หมด ก็สามารถบรรจุใส่ขวดโหล ขวดสเปรย์ เก็บไว้ใช้ภายหลังได้อีก แต่อย่าลืมเขย่าให้เข้ากันก่อนทุกครั้ง อ้อ แล้วสำหรับเสื้อผ้าที่อ่อนโยนเป็นพิเศษหรือละเอียดอ่อนจนกลัวจะชำรุดง่าย ถ้าหากไม่อยากเสี่ยง ก็ขอแนะนำให้ส่งร้านซักรีดจะดีที่สุดค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก hunker, popsugar, onegoodthingbyjillee และ thequinntessentialmommy


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
5 สูตรน้ำยาซักแห้งโฮมเมด ทำเองที่บ้าน ไม่ต้องง้อร้านซักรีด โพสต์เมื่อ 30 กันยายน 2562 เวลา 14:01:53 5,866 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP