กลิ่นบุหรี่ก็แรง กลิ่นกับข้าวเมื่อวานก็ยังอยู่ ! มาดูวิธีกำจัดกลิ่นอับฝังลึกในห้องด้วยของดีราคาหลักสิบ ปลุกห้องเหม็นให้หอมสดชื่นเหมือนใหม่ทันที
ภาพจาก : คุณ คนสวนชอบเทรด สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
เคยเป็นไหม ? เดินเข้าห้องตัวเองมาแทนที่จะได้สูดหายใจเข้าลึก ๆ ให้ชื่นใจ แต่ดันต้องชะงักกึกเพราะสารพัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ตีกันนัวเนียไปหมด ไม่ว่าจะเป็น กลิ่นอับจากสภาพอากาศ กลิ่นบุหรี่ที่ลอยมาสะสม หรือจะเป็นกลิ่นอาหารจานเด็ดเมื่อวานที่ยังคงซื่อสัตย์โชยกลิ่นทุเรียนทอด ปลาทอด หรือกลิ่นหมูกระทะอบอวลมาถึงวันนี้ จะเปิดหน้าต่างระบายลมก็กลัวร้อนตับแตก แถมยุงยังพร้อมบินเข้ามาทักทาย ส่วนสเปรย์ปรับอากาศน่ะเหรอ ? ฉีดไปแป๊บ ๆ ก็หาย แถมบางทีกลิ่นยังผสมกันจนเวียนหัวหนักกว่าเดิมอีก
ใครที่กำลังปวดหัวและมองหา วิธีกำจัดกลิ่นอับ เพื่อ ทำความสะอาดบ้าน ให้กลับมาน่าอยู่ วันนี้เรามีเคล็ดลับเด็ดที่ทำง่ายมากกก (ก.ไก่ล้านตัว) แถมประหยัดเงินสุด ๆ โดยหยิบยกไอเดียดี ๆ มาจากคุณ คนสวนชอบเทรด สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่ได้มาแชร์ทริกปราบกลิ่นกวนใจด้วยฮีโร่ผิวขาวที่มีติดก้นครัวอย่าง เบกกิ้งโซดา (Baking Soda) หรือโซเดียมไบคาร์บอเนตนั่นเอง
ภาพจาก : คุณ คนสวนชอบเทรด สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ทำไมไอ้เจ้าผงขาว ๆ นี้ถึงเทพนัก ? เพราะมันมีฤทธิ์เป็นด่างอ่อน ๆ ที่ไม่ได้ทำหน้าที่แค่กลบกลิ่นไปทีเหมือนน้ำหอม แต่ไป ดูดซับและทำลายโมเลกุลต้นตอของกลิ่น ให้หายวับไปเลยต่างหาก พร้อมแล้วมาลุยกันเลยกับ 3 วิธีสุดง่ายที่จะเปลี่ยนห้องคุณไปตลอดกาล
3 วิธีเสกห้องหอมด้วยเบกกิ้งโซดา
วิธีที่ 1: ตั้งถ้วยดักกลิ่น
ภาพจาก : คุณ คนสวนชอบเทรด สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
วิธีนี้ง่ายที่สุดในสามโลกครับ เหมาะมากสำหรับจุดที่มีกลิ่นสะสมหนาแน่น
- วิธีทำ: หาถ้วยเล็ก ๆ หรือชามสวย ๆ สักใบ เทเบกกิ้งโซดาลงไปประมาณครึ่งถ้วย
- พิกัดวาง: เอาไปตั้งไว้ตามจุดที่เป็นแหล่งกำเนิดกลิ่น หรือบริเวณที่กลิ่นอบอวล เช่น ใกล้ที่เขี่ยบุหรี่ บนโต๊ะกาแฟ ข้างถังขยะ หรือในตู้เสื้อผ้าที่อับชื้น
- ระยะเวลาทำงาน: ปล่อยทิ้งไว้ได้เลย เจ้าผงนี้จะทำหน้าที่เป็นเครื่องดูดกลิ่นไร้สายคอยดักจับความเหม็น แนะนำให้เปลี่ยนผงในถ้วยทุก ๆ 1-2 สัปดาห์ (ถ้าห้องไหนกลิ่นแรงก็เปลี่ยนบ่อยหน่อย) สังเกตง่าย ๆ ถ้ามันเริ่มจับตัวเป็นก้อนแข็งหรือเปลี่ยนสี นั่นแหละคือมันทำงานจนเหนื่อยแล้ว ได้เวลาเปลี่ยนอันใหม่
เคล็ดลับ: ถ้าห้องกว้างมาก สามารถวางกระจายไว้หลาย ๆ จุดได้เลย ราคาถูกกว่าน้ำหอมปรับอากาศแพง ๆ แน่นอน เหมือนมีบอดี้การ์ดคอยดักจับกลิ่นอยู่รอบห้อง
วิธีที่ 2: โรยแล้วดูด
ภาพจาก : คุณ คนสวนชอบเทรด สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
สำหรับบ้านไหนที่มีพรม โซฟาผ้า หรือแม้แต่เบาะรถยนต์ที่กลิ่นฝังแน่นจนซักไม่ได้ วิธีนี้คือพระเอกขี่ม้าขาว
- วิธีทำ: โรยผงเบกกิ้งโซดาลงไปให้ทั่วบริเวณพรม โซฟา หรือที่นอนที่มีกลิ่นอับ โรยให้เห็นเป็นฝ้าขาว ๆ ได้เลย
- ระยะเวลาทำงาน: ทิ้งไว้ทำงานอย่างน้อย 30 นาที แต่ถ้าอยากให้ได้ผลแบบล้ำลึกสะใจ แนะนำให้ทิ้งไว้ 2-4 ชั่วโมง หรือโรยทิ้งไว้ข้ามคืนเลย ตัวผงจะค่อย ๆ ซึมลงไปจับโมเลกุลกลิ่นที่ฝังแน่นอยู่ในเส้นใยผ้า
- เคลียร์พื้นที่: ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดผงเบกกิ้งโซดาออกให้หมด เท่านี้พรมหรือโซฟาผ้าผืนเก่งของคุณก็จะกลับมาสะอาด สดชื่น กลิ่นอับหายวับเหมือนได้ของใหม่
วิธีที่ 3: สเปรย์ DIY
ผ้าม่านหน้าต่างหรือหมอนอิงคือตัวอมกลิ่นชั้นดี แต่จะให้ถอดซักบ่อย ๆ ก็เหนื่อยใช่ไหม ? ลองสูตรสเปรย์นี้เลย
- สูตรผสม: เบกกิ้งโซดา 1-2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำเปล่า 1 ถ้วย (ประมาณ 240 มล.) คนให้ละลายกรองใส่ขวดสเปรย์ แล้วเขย่าเล็กน้อยก่อนใช้
- วิธีฉีด: ฉีดพ่นละอองบาง ๆ ให้ทั่วผ้าม่าน หมอนอิง หรือเบาะรถยนต์ ย้ำว่าฉีดแค่พอชื้น ๆ ละอองฝอย ๆ ไม่ต้องฉีดจนเปียกโชก
- ปล่อยแห้ง: ปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติ เมื่อน้ำแห้งสนิท กลิ่นเหม็นอับที่เคยเกาะอยู่บนผ้าม่านจะหายไปทันที
ทริกเสริมเติมความฟิน เพื่อบ้านหอมถาวร
นอกจากจะใช้เบกกิ้งโซดาคอยช่วยชีวิตแล้ว อย่าลืมดูแลสภาพแวดล้อมรอบตัวด้วย ดังนี้
- เปิดบ้านท้าลม: ควรเปิดประตูหรือหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทบ้าง อย่างน้อยวันละ 15-30 นาที เพื่อไล่มวลอากาศเก่าออกไป
- จัดการต้นตออย่าให้ค้างคืน: ขยะสดรีบเอาไปทิ้ง ล้างจานทันทีหลังกินเสร็จ และทำความสะอาดที่เขี่ยบุหรี่บ่อย ๆ อย่าปล่อยให้มันสะสมพลังความเหม็น
- เคล็ดลับในตู้เย็น: แค่เปิดกล่องเบกกิ้งโซดาทิ้งไว้ หรือเทใส่ถ้วยเล็ก ๆ วางไว้ในตู้เย็น กลิ่นกับข้าว กลิ่นทุเรียน หรือกลิ่นของสดในตู้เย็นจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะครับ
เห็นไหมว่า วิธีทำความสะอาดบ้าน และการกู้ชีพห้องเหม็นอับให้กลับมาหอมสดชื่นนั้นไม่ต้องจ่ายแพงเลย แถมยังปลอดภัยไม่มีสารเคมีอันตรายตกค้างอีกด้วย ใครที่กำลังเจอปัญหาห้องเหม็นอยู่ เย็นนี้รีบพุ่งตัวไปซื้อไอเทมลับนี้มาลองทำตามกันดูนะ รับรองว่าห้องของคุณจะกลับมาน่าอยู่จนไม่อยากออกไปไหนแน่นอน !
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : คุณ คนสวนชอบเทรด สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม





