วิธีทำความสะอาดห้องน้ำแบบเป็นระบบ
1. การเตรียมก่อนเริ่มทำความสะอาด
หลายคนมักรีบหยิบน้ำยาและแปรงมาขัดห้องน้ำทันที แต่จริง ๆ แล้วการเตรียมพื้นที่ก่อนเริ่มทำความสะอาดถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะช่วยให้ทำงานได้ง่ายขึ้น เข้าถึงทุกมุมได้สะดวก และลดเวลาในการล้างห้องน้ำลงได้มากกว่าที่คิด ยิ่งห้องน้ำมีของวางอยู่จำนวนมาก การทำความสะอาดก็ยิ่งยุ่งยากและอาจทำให้คราบสกปรกหลงเหลืออยู่ตามซอกมุมต่าง ๆ ได้
เคลียร์ของออกจากห้องน้ำ
- เก็บขวดแชมพู สบู่ และของใช้บนอ่าง
- เอาผ้าเช็ตัวและพรมเช็ดเท้าออกไปซัก
- เก็บถังขยะหรือของตกแต่งเล็ก ๆ
- เปิดหน้าต่างหรือพัดลมดูดอากาศ
- ลดความอับชื้นและกลิ่นสารเคมี
กวาดหรือดูดฝุ่นแบบเร็ว
- เก็บเส้นผม ฝุ่น และเศษผงก่อน
- ช่วยให้การถูพื้นสะอาดจริง ไม่เลอะซ้ำ
2. หลักการทำความสะอาด
- ทำจาก “บนลงล่าง” เริ่มจากกระจก ชั้นวางของ อ่างล้างหน้า ผนัง โถสุขภัณฑ์ และจบที่พื้นเสมอ เพราะฝุ่นละออง คราบน้ำ หรือสิ่งสกปรกจะตกลงสู่ด้านล่างตามแรงโน้มถ่วง หากเริ่มจากพื้นก่อน ก็มีโอกาสที่พื้นจะสกปรกซ้ำและต้องถูใหม่อีกครั้ง
- แยก “จุดสะอาดและจุดสกปรก” อ่างล้างหน้าและกระจกควรทำก่อนโถสุขภัณฑ์ เพราะเป็นบริเวณที่มีเชื้อโรคน้อยกว่า วิธีนี้ช่วยลดการปนเปื้อนของเชื้อโรคไปยังพื้นที่อื่น และทำให้การทำความสะอาดมีสุขอนามัยมากขึ้น
- ใช้น้ำยาแล้วปล่อยให้ทำงาน หลายคนฉีดน้ำยาแล้วรีบขัดทันที ซึ่งอาจทำให้ต้องออกแรงมากกว่าที่จำเป็น ความจริงแล้วน้ำยาทำความสะอาดส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ช่วยสลายคราบ หากปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที คราบต่าง ๆ จะอ่อนตัวลง ทำให้ขัดออกได้ง่ายขึ้นและประหยัดแรงได้มาก
- เช็ดแห้งสำคัญพอ ๆ กับการล้าง หลังล้างห้องน้ำเสร็จ หลายคนมักปล่อยให้แห้งเอง แต่หยดน้ำที่ค้างอยู่คือสาเหตุสำคัญของคราบหินปูน คราบน้ำ และเชื้อรา การใช้ผ้าแห้งหรือที่รีดน้ำเก็บความชื้นออก จะช่วยให้ห้องน้ำดูสะอาดนานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
3. ขั้นตอนทำความสะอาดแบบเป็นระบบ
ขั้นตอนที่ 1 : กระจกและอ่างล้างหน้า (โซนที่เห็นผลเร็ว)
กระจกและอ่างล้างหน้าเป็นจุดที่ใช้งานทุกวัน และเป็นส่วนแรกที่สะดุดตาเมื่อเข้าห้องน้ำ หากทำความสะอาดบริเวณนี้ก่อน จะช่วยให้ห้องน้ำดูสดใสและสะอาดขึ้นทันที แม้จะยังทำความสะอาดไม่ครบทุกจุดก็ตาม
- ฉีดน้ำยาทำความสะอาดหรือผสมน้ำยาล้างจานเช็ดกระจกด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ให้ใส
- เช็ดก๊อกน้ำและรอบอ่าง
- ขัดคราบยาสีฟันหรือคราบสบู่ที่ขอบอ่าง
- จุดนี้ทำให้ห้องน้ำดูสะอาดทันทีแม้ยังไม่เสร็จทั้งห้อง
ขั้นตอนที่ 2 : โซนอาบน้ำ (จุดที่สกปรกสะสม)
พื้นที่อาบน้ำเป็นบริเวณที่ต้องเจอกับน้ำ สบู่ และแชมพูอยู่เป็นประจำ จึงเป็นแหล่งสะสมของคราบสบู่ คราบหินปูน และเชื้อราได้ง่าย หากปล่อยไว้นานอาจทำให้พื้นลื่นและเกิดคราบฝังแน่นได้
- ฉีดน้ำให้เปียกทั่วผนังและพื้น
- ฉีดน้ำยาทำความสะอาดทิ้งไว้ 5-10 นาที
- ใช้แปรงขัดผนัง ร่องกระเบื้อง และพื้น
- ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
- หากมีคราบหินปูน ให้ใช้น้ำส้มสายชูช่วย
ขั้นตอนที่ 3 : โถส้วม (จุดที่ต้องละเอียด)
โถสุขภัณฑ์เป็นจุดที่มีการสะสมของเชื้อโรคมากที่สุดในห้องน้ำ จึงควรทำความสะอาดอย่างละเอียด ทั้งด้านในและด้านนอก เพื่อสุขอนามัยที่ดีของคนในบ้าน
- เทน้ำยาล้างโถแล้วปล่อยไว้ 10 นาที
- ใช้แปรงขัดด้านในแล้วกดน้ำ
- เช็ดฝา ฝารองนั่ง และปุ่มกด
- เช็ดฐานโถและพื้นรอบ ๆ
ขั้นตอนที่ 4 : ผนังรอบโถและจุดสัมผัส (เป็นจุดที่มีเชื้อโรคสะสมสูง)
แม้จะดูสะอาดด้วยตาเปล่า แต่บริเวณรอบโถสุขภัณฑ์ ลูกบิดประตู หรือสวิตช์ไฟ เป็นจุดที่ถูกสัมผัสบ่อยและมีโอกาสสะสมเชื้อโรคได้มากกว่าที่คิด
- เช็ดผนังรอบโถส้วม
- เช็ดลูกบิดประตู สวิตช์ไฟ
- เช็ดราวจับหรือชั้นวาง
ขั้นตอนที่ 5 : พื้นห้องน้ำ (ขั้นตอนสุดท้าย)
พื้นห้องน้ำควรเป็นจุดสุดท้ายที่ทำความสะอาดเสมอ เพราะระหว่างทำความสะอาดในขั้นตอนก่อนหน้า อาจมีน้ำหรือสิ่งสกปรกตกลงมาบนพื้นได้
- ถูพื้นด้วยน้ำผสมน้ำยาทำความสะอาด
- ใช้แปรงขัดมุมและร่องกระเบื้อง
- ปาดน้ำออกด้วยที่รีดน้ำ
- เปิดระบายอากาศให้แห้งเร็ว
- พื้นต้องทำ “ท้ายสุดเสมอ” เพื่อไม่ให้สกปรกซ้ำ
4. เคล็ดลับดูแลห้องน้ำให้สะอาดง่าย ใช้เวลาน้อยลง
ห้องน้ำสะอาดไม่ใช่เรื่องยาก แค่ทำความสะอาดอย่างเป็นระบบและหมั่นดูแลเป็นประจำ ก็ช่วยลดคราบสะสม ประหยัดเวลา และทำให้ห้องน้ำน่าใช้งานได้ทุกวัน
หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง






