เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดสามารถเสียบปลั๊กทิ้งไว้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่จำเป็นต้องคอยถอดเข้า-ถอดออกทุกครั้ง มาดูกันว่ามีเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรบ้างที่ใช้งานได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
หลายบ้านคงเคยสงสัยว่า หลังใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสร็จแล้ว จำเป็นต้องถอดปลั๊กทุกครั้งหรือไม่ ? แต่เดี๋ยวนี้เครื่องใช้ไฟฟ้ายุคใหม่หลายชนิดถูกออกแบบให้สามารถเสียบปลั๊กทิ้งไว้ได้ ดังนั้น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียบปลั๊กทิ้งไว้ได้ จึงไม่ได้หมายความว่าทุกชนิดจะทำได้เหมือนกัน เราเลยจะพาไปดูกันว่า มีเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรบ้างที่โดยทั่วไปสามารถเสียบปลั๊กทิ้งไว้ต่อเนื่องได้ พร้อมข้อควรระวังที่ควรรู้เพื่อการใช้งานอย่างปลอดภัย
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียบปลั๊กทิ้งไว้ได้
1. โทรทัศน์
หลายคนอาจเข้าใจว่าเมื่อกดปิดทีวีด้วยรีโมตแล้ว เครื่องจะหยุดใช้ไฟทันที แต่จริง ๆ แล้ว โทรทัศน์รุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะเข้าสู่โหมดสแตนด์บาย ซึ่งยังใช้ไฟฟ้าอยู่เล็กน้อย แต่กินไฟน้อยกว่าตอนเปิดใช้งานมาก โดยเฉพาะสมาร์ททีวีที่อาจยังเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือทำงานบางอย่างอยู่เบื้องหลัง ดังนั้น หากใช้ทีวีตามปกติแล้วปิดด้วยรีโมต ก็สามารถเสียบปลั๊กทิ้งไว้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินไปถอดปลั๊กทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากต้องการลดการใช้ไฟให้ได้มากที่สุด การถอดปลั๊กเมื่อไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานก็ช่วยลดไฟที่เครื่องใช้ในโหมดสแตนด์บายได้เช่นกัน
2. เราเตอร์ Wi-Fi
เราเตอร์ Wi-Fi เรียกได้ว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ออกแบบมาให้ทำงานต่อเนื่องอยู่แล้ว เพราะต้องคอยกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้านตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นมือถือ คอมพิวเตอร์ กล้องวงจรปิด ลำโพงอัจฉริยะ หรืออุปกรณ์ Smart Home ดังนั้นจึงสามารถเสียบปลั๊กทิ้งไว้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่จำเป็นต้องถอดปลั๊กทุกคืน แต่สิ่งที่ควรใส่ใจคือการระบายความร้อน ควรวางเราเตอร์ในบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่วางไว้ในตู้ทึบหรือคลุมด้วยผ้า และหากตัวเครื่องหรืออะแดปเตอร์ร้อนผิดปกติ รวมถึงมีอาการดับหรือรีสตาร์ตบ่อย ควรรีบตรวจสอบ นอกจากนี้ ควรเปลี่ยนรหัสผ่านเริ่มต้นและอัปเดตเฟิร์มแวร์เป็นระยะ เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วย
3. กล้องวงจรปิด
อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ออกแบบมาให้ทำงานต่อเนื่อง โดยเฉพาะบ้านที่ต้องการใช้กล้องช่วยเฝ้าระวังในช่วงที่ไม่มีคนอยู่ หากถอดปลั๊กหรือปิดไฟเลี้ยง กล้องก็จะไม่สามารถบันทึกภาพ ตรวจจับความเคลื่อนไหว หรือส่งการแจ้งเตือนได้ตามปกติ ดังนั้น หากต้องการให้กล้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ก็สามารถเสียบปลั๊กทิ้งไว้ได้ แต่ควรหมั่นตรวจสอบด้วยว่ากล้องยังบันทึกภาพและส่งการแจ้งเตือนได้ตามปกติ รวมถึงเช็กพื้นที่จัดเก็บข้อมูลและสัญญาณอินเทอร์เน็ตเป็นระยะ ส่วนสายไฟและอะแดปเตอร์ควรอยู่ในจุดที่แห้ง ไม่ถูกกดทับหรือชำรุด และควรเลือกใช้อะแดปเตอร์ที่ได้มาตรฐานและตรงตามสเปกของกล้อง เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
4. เครื่องฟอกอากาศ
เครื่องฟอกอากาศรุ่นใหม่ ๆ หลายรุ่นมาพร้อมโหมดอัตโนมัติที่สามารถปรับความแรงของพัดลมตามคุณภาพอากาศได้ หากคู่มือหรือผู้ผลิตระบุว่าสามารถใช้งานต่อเนื่อง ก็สามารถเสียบปลั๊กทิ้งไว้เพื่อให้เครื่องพร้อมทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ต้องแยกให้ออกระหว่างการ “เสียบปลั๊กทิ้งไว้” กับการ “เปิดเครื่องเต็มกำลังตลอดเวลา” เพราะไม่ใช่เรื่องเดียวกัน โดยสิ่งที่ควรใส่ใจไม่แพ้การใช้งานคือการดูแลและเปลี่ยนแผ่นกรองตามคำแนะนำ เพราะหากแผ่นกรองสกปรกก็อาจทำให้เครื่องทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่วนบ้านไหนที่ไม่มีคนอยู่หลายวันและไม่มีความจำเป็นต้องฟอกอากาศ การปิดเครื่องและถอดปลั๊กก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสม
5. ตู้เย็น
ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ออกแบบมาให้ทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาอุณหภูมิภายในให้เหมาะสมและช่วยถนอมอาหาร จึงไม่จำเป็นต้องถอดปลั๊กทุกครั้งหลังใช้งาน แต่สิ่งที่ควรใส่ใจคือการต่อไฟให้ถูกวิธี โดยเฉพาะตู้เย็นที่ใช้กำลังไฟสูง ไม่ควรเสียบเข้ากับปลั๊กพ่วงหรืออุปกรณ์ต่อพ่วงที่ไม่ได้ออกแบบมารองรับโหลดดังกล่าว และควรเสียบเข้ากับเต้ารับที่ได้มาตรฐานโดยตรงเพื่อความปลอดภัย
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถอดปลั๊กหลังใช้งานทุกครั้ง
ตรงข้ามกับ 4 ชนิดข้างต้น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อนหรือไม่จำเป็นต้องทำงานต่อเนื่อง ควรปิดและถอดปลั๊กทุกครั้งหลังใช้งาน ได้แก่
- เตารีด ไม่ควรเสียบทิ้งไว้แม้จะคิดว่าจะกลับมาใช้อีกในไม่กี่ชั่วโมง
- กาต้มน้ำไฟฟ้า หากไม่ได้ออกแบบมาให้ทำงานต่อเนื่อง ก็ไม่มีเหตุผลต้องเสียบทิ้งไว้ทั้งวัน
- เครื่องปิ้งขนมปัง และอุปกรณ์ให้ความร้อนอื่น ๆ ควรปิดและตัดไฟทันทีหลังใช้เสร็จ
- เครื่องทำความร้อนแบบพกพา ต้องระวังเป็นพิเศษ ไม่ควรเปิดทิ้งไว้โดยไม่มีคนดูแล และไม่ควรวางใกล้วัสดุติดไฟง่าย
*** หลักคิดง่าย ๆ คือ เครื่องที่ต้องทำงานต่อเนื่องเพื่อให้บริการบางอย่าง (เช่น เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือเฝ้าระวังความปลอดภัย) อาจจำเป็นต้องมีไฟเลี้ยงตลอด แต่เครื่องที่ให้ความร้อนและไม่มีความจำเป็นต้องทำงานต่อ ไม่ควรปล่อยให้มีไฟเลี้ยงโดยไม่จำเป็น
ถอดปลั๊กช่วยประหยัดไฟจริงไหม
เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดยังคงใช้ไฟฟ้าอยู่บ้างแม้อยู่ในโหมดสแตนด์บาย การถอดปลั๊กจึงช่วยตัดการใช้ไฟส่วนนี้ได้จริง แต่ปริมาณที่ประหยัดได้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์แต่ละชนิด ไม่ควรคาดหวังว่าจะลดค่าไฟได้อย่างมากจากการถอดปลั๊กเครื่องเดียว วิธีที่มีเหตุผลกว่าคือพิจารณาว่าเครื่องไหนจำเป็นต้องเสียบไว้ (เช่น เราเตอร์ กล้องวงจรปิด) และเครื่องไหนไม่มีความจำเป็น ก็ปิดและตัดไฟไปตามความเหมาะสม
ก่อนออกจากบ้านหลายวัน ควรทำอย่างไร
หากต้องเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศเป็นเวลาหลายวัน ควรเปลี่ยนวิธีคิดจาก "อะไรเสียบได้ก็เสียบไว้ทั้งหมด" เป็น "อะไรจำเป็นต้องทำงานก็เปิดไว้ อะไรไม่จำเป็นก็ตัดไฟ" เช่น
- โทรทัศน์ที่ไม่มีความจำเป็นต้องเปิด สามารถตัดไฟได้
- เครื่องฟอกอากาศที่ไม่มีคนอยู่บ้านก็อาจไม่จำเป็นต้องทำงาน เว้นแต่มีเหตุผลเฉพาะ
- เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อนควรปิดและถอดปลั๊กเสมอ
- เราเตอร์และกล้องวงจรปิด หากต้องการให้ระบบรักษาความปลอดภัยทำงานจากระยะไกล ก็ควรให้มีไฟเลี้ยงต่อไปตามความจำเป็น
จะเห็นว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียบปลั๊กทิ้งไว้ได้มีหลายชนิด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเสียบทิ้งไว้ได้โดยไม่ต้องดูแล สิ่งสำคัญคือใช้งานตามคำแนะนำของผู้ผลิตและหมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพปลอดภัยอยู่เสมอ
หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง
บทความ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เว็บไซต์ saga.co.uk, เว็บไซต์ marthastewart.com






