วิธีปลูกเบบี้แครอตในกระถาง ปลูกกินเองได้ที่บ้าน

          สอนวิธีปลูกเบบี้แครอตในกระถาง แบบละเอียด เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากลองปลูกน้องแครอตไว้รับประทานเองที่บ้าน
เบบี้แครอต

          เบบี้แครอต (Baby Carrots) คือแครอตขนาดเล็กที่ปลูกให้โตจนหัวมีขนาดเล็กตามธรรมชาติ การปลูกเบบี้แครอตในกระถางจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัด เช่น ชาวคอนโดหรือผู้ที่มีสวนขนาดเล็ก เพราะนอกจากจะประหยัดพื้นที่แล้ว การปลูกในกระถางยังช่วยให้เราควบคุมคุณภาพดินและลดปัญหาเรื่องศัตรูพืชได้ดีกว่าการปลูกลงดินทั่วไปอีกด้วย โดยในวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการปลูกเบบี้แครอตในกระถางกัน แค่เตรียมอุปกรณ์และปฏิบัติตามขั้นตอน ก็เก็บเกี่ยวได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์

วิธีปลูกเบบี้แครอตในกระถาง

1. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

          ก่อนปลูกเบบี้แครอต อย่าลืมจัดเตรียมสิ่งเหล่านี้ให้เรียบร้อย:

กระถางหรือภาชนะ

          เลือกกระถางที่มีรูระบายน้ำที่ก้นเพื่อไม่ให้ดินแฉะจนรากเน่า โดยกระถางควรมีความลึกอย่างน้อย 20–30 ซม. เพื่อให้รากแครอตโตได้เต็มที่ (สำหรับแครอตยาว) แต่ถ้าใช้พันธุ์หัวกลมสั้นอาจใช้ความลึก ประมาณ 15 ซม. ก็ได้

ดินปลูก

          ใช้ดินปลูกสำเร็จรูปที่หลวมและระบายน้ำดี หรือผสมปุ๋ยคอกกับทรายเพื่อช่วยให้รากแครอตพัฒนาได้ดี หลีกเลี่ยงการใช้ดินจากสวนโดยตรง เพราะดินที่แน่นเกินไปจะทำให้รากคดงอหรือแตกหัว

แสงแดด

          เนื่องจากแครอตชอบแสงจัด จึงควรตั้งกระถางในตำแหน่งที่ได้รับแสงแดดอย่างน้อย 4–6 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อช่วยให้หัวมีรสหวานและคุณภาพดี

2. การหว่านเมล็ด

          หว่านเมล็ดลงในดิน โดยหว่านให้บาง ๆ และให้ความลึกประมาณ 0.5-1 ซม. โดยเว้นระยะระหว่างเมล็ดประมาณ 1-2 ซม. เพื่อให้แต่ละต้นมีพื้นที่เติบโต เมื่อหว่านเมล็ดแล้ว ให้รดน้ำเบา ๆ ทันทีเพื่อให้เมล็ดติดดิน ควรรักษาความชื้นให้สม่ำเสมอ โดยอย่าให้ดินแห้งหรือแฉะเกินไป เพราะอาจทำให้เมล็ดไม่งอก
วิธีปลูกเบบี้แครอตในกระถาง

3. การดูแลระหว่างการเจริญเติบโต

          เมื่อเมล็ดงอกและโตเป็นต้นเล็ก ๆ ประมาณ 2-3 นิ้ว ให้ถอนบางต้นออก (เช่น เหลือระยะห่างประมาณ 2.5-3 ซม.) เพื่อไม่ให้รากติดกันจนหัวโตผิดรูปหรือแคระ และควรรักษาความชื้นของดินให้สม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงต้น ๆ ที่เมล็ดกำลังงอก อย่าให้แฉะจนเกินไป เพราะจะทำให้รากเน่าได้ และเนื่องจากแครอตชอบอากาศเย็นและแดดจัดรำไร ถ้าอากาศร้อนเกินไปในบางพื้นที่ ควรหาที่ร่มให้แครอตในช่วงเวลาบ่าย นอกจากนี้แสงสว่างที่เพียงพอจะช่วยให้หัวแครอตมีสีและรสชาติดีขึ้น

4. การใส่ปุ๋ย

          แครอตไม่ต้องการอาหารมาก แต่การใส่ปุ๋ยแบบสมดุล (เช่น ปุ๋ยที่มี N-P-K อัตราสมดุล) ทุก ๆ 3-4 สัปดาห์ จะช่วยให้หัวแครอตโตและรากแข็งแรง ควรหลีกเลี่ยงปุ๋ยที่มีไนโตรเจนมากเกินไป เพราะจะเน้นใบมากกว่าราก

5. เวลาเก็บเกี่ยว

          แครอตพันธุ์เล็กหรือที่เราเรียกว่าเบบี้แครอต สามารถเก็บเกี่ยวได้ในประมาณ 60-80 วัน หลังหว่านเมล็ด (ขึ้นอยู่กับพันธุ์) โดยให้ดูที่หัวแครอตโผล่ขึ้นมาจากดินเล็กน้อย หรือเจาะดูขนาดหัว ถ้าหนาประมาณ 2-3 ซม. ก็สามารถดึงขึ้นมาได้แล้ว

6. ปัญหาที่อาจเจอ และวิธีแก้

ศัตรูพืช

  • แมลงวันอย่าง Carrot Fly อาจทำให้หัวแครอตเสียหาย ควรคลุมผ้าใยละเอียดหรือใช้วิธีธรรมชาติช่วยป้องกัน
  • กำจัดวัชพืชเล็ก ๆ ที่อาจแย่งอาหารและน้ำกับแครอต

ดินแห้งหรือแตกหัว

  • หมั่นรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้เกิดการแห้งและชื้นสลับกันบ่อย ๆ เพราะอาจทำให้หัวแครอตแตกครึ่งกลางได้
          การปลูกเบบี้แครอตในกระถางนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย แค่จัดพื้นที่ แสง น้ำ และความใส่ใจให้สม่ำเสมอ เพียงเท่านี้เราก็จะมีแครอตสดหวานกรอบไว้กินเองที่บ้านแล้ว

บทความ ปลูกต้นไม้ ปลูกผัก เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ขอบคุณข้อมูลจาก : epicurious.com, bhg.com, agrifarming.in, bademiya.org, idealhome.co.uk, epicgardening.com
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
วิธีปลูกเบบี้แครอตในกระถาง ปลูกกินเองได้ที่บ้าน โพสต์เมื่อ 9 มกราคม 2569 เวลา 14:33:38
TOP
x close