โซลาร์ภาคประชาชน 2569
โซลาร์ภาคประชาชน 2569 สรุปข้อมูลสำคัญ
-
เงินสนับสนุน : สูงสุด 50,000 บาทต่อราย สำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์ของโครงการ
-
จำนวนสิทธิ์ : ตั้งเป้าหมาย 1 ล้านรายทั่วประเทศ หรือจนกว่าสิทธิ์และงบประมาณจะครบตามที่กำหนด
-
ระยะเวลาลงทะเบียน : 27 ตุลาคม 2569 - 31 มกราคม 2570
-
ช่องทางสมัคร : เว็บไซต์โครงการของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ตามพื้นที่ให้บริการ
-
ขนาดระบบที่ระบุในเงื่อนไขโครงการ : 5-10 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ โดยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
-
การขายไฟฟ้าส่วนเกิน : มีกรอบรับซื้อในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลา 20 ปี ตามเงื่อนไขโครงการ
-
กำหนดเวลาสำคัญ : ใบกำกับภาษีต้องลงวันที่ตั้งแต่ 27 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป และต้องดำเนินการเชื่อมต่อระบบให้เสร็จตามกรอบเวลาที่กำหนด
ทั้งนี้ การลงทะเบียนไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินสนับสนุนโดยอัตโนมัติ ผู้สมัครต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ติดตั้งระบบ และดำเนินการตามเงื่อนไขของโครงการให้ครบถ้วน
โซลาร์ภาคประชาชน คืออะไร
ใครมีสิทธิ์ลงทะเบียนโซลาร์ภาคประชาชน 2569
-
เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย ไม่ใช่นิติบุคคล
-
เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยตามที่โครงการกำหนด โดยไม่รวมกรณีมิเตอร์ชั่วคราวและคอนโดมิเนียมตามเงื่อนไขที่ประกาศ
-
ชื่อผู้สมัครต้องตรงกับชื่อเจ้าของเครื่องวัดไฟฟ้าหรือมิเตอร์ตามหลักเกณฑ์ของโครงการ
-
รับเงินสนับสนุนได้ 1 ครั้งต่อรายตลอดโครงการ โดยนับรวมการสมัครผ่าน กฟภ. และ กฟน.
-
ต้องไม่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบ Solar Rooftop ตามพระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่ 805 พ.ศ. 2569 ไม่ว่าจะใช้สิทธิทั้งหมดหรือบางส่วน
-
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอาจสมัครได้ แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขเกี่ยวกับเงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้าประกอบด้วย
ข้อควรรู้เรื่องสิทธิภาษีและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ผู้สมัครไม่สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่ 805 พ.ศ. 2569 ควบคู่กับเงินสนับสนุนโครงการนี้ได้ แม้จะใช้สิทธิทางภาษีเพียงบางส่วนก็ตาม จึงควรตรวจสอบสิทธิที่ตนเองมีอยู่ก่อนตัดสินใจสมัคร
ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แม้จะมีสิทธิขอรับเงินสนับสนุน แต่มีเงื่อนไขว่าจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเดือนละ 315 บาท เป็นเวลา 20 ปี นับตั้งแต่วันที่เชื่อมต่อระบบกับโครงข่ายไฟฟ้าสำเร็จ ผู้ที่ได้รับสิทธิควรนำมูลค่าเงินช่วยเหลือที่อาจสูญเสียไปเปรียบเทียบกับเงินสนับสนุน 50,000 บาทก่อนตัดสินใจ
ลงทะเบียนโซลาร์ภาคประชาชน 2569 ได้ที่ไหน
ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ของการไฟฟ้าที่ดูแลพื้นที่ใช้ไฟฟ้าของตนเอง โดยแยกตามหน่วยงานดังนี้
- การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่รับผิดชอบของ กฟภ. ลงทะเบียนที่นี่
ภาพจาก : เว็บไซต์ peoplesolar.pea.co.th
ภาพจาก : เว็บไซต์ pea.co.th
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าในกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ลงทะเบียนที่นี่
ภาพจาก : เว็บไซต์ mea.or.th
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก การไฟฟ้านครหลวง MEA
เอกสารและข้อมูลที่ควรเตรียม
ก่อนสมัคร ควรเตรียมข้อมูลและเอกสารที่จำเป็นไว้ให้พร้อม ได้แก่
-
บัตรประจำตัวประชาชน หรือแอปพลิเคชัน ThaID สำหรับยืนยันตัวตนตามช่องทางที่กำหนด
-
บิลค่าไฟฟ้า เพื่อตรวจสอบหมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้าและข้อมูลมิเตอร์
-
หมายเลขโทรศัพท์มือถือหรืออีเมล สำหรับรับรหัสยืนยันตัวตนและการแจ้งผล
-
ข้อมูลเกี่ยวกับระบบโซลาร์เซลล์และผู้ติดตั้งที่ต้องการใช้บริการ
*** ควรตรวจสอบชื่อและนามสกุลในบิลค่าไฟฟ้าให้ตรงกับข้อมูลของผู้สมัคร หากไม่ตรงกัน ควรติดต่อการไฟฟ้าเพื่อแก้ไขก่อนยื่นคำขอ
ขั้นตอนลงทะเบียนโซลาร์ภาคประชาชน 2569
ขั้นตอนโดยทั่วไปมีดังนี้
-
เข้าเว็บไซต์โครงการของ กฟน. หรือ กฟภ. ตามพื้นที่ให้บริการ
-
ยืนยันตัวตนผ่านช่องทางที่ระบบกำหนด เช่น ThaID หรือข้อมูลบัตรประชาชน
-
ตรวจสอบข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าและรายละเอียดมิเตอร์
-
อ่านและยอมรับเงื่อนไข รวมถึงตรวจสอบคุณสมบัติการรับเงินสนับสนุน
-
กรอกข้อมูลติดต่อ สถานที่ติดตั้ง และรายละเอียดที่โครงการร้องขอ
-
เลือกผู้ให้บริการติดตั้งที่เข้าเงื่อนไข พร้อมระบุความประสงค์เรื่องสินเชื่อหรือการขายไฟฟ้าส่วนเกินตามต้องการ
-
ตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนยืนยันส่งใบสมัคร
หลังส่งใบสมัครแล้ว ควรเก็บหลักฐานการลงทะเบียนไว้ และติดตามสถานะผ่านระบบของการไฟฟ้า การได้รับสิทธิจะขึ้นอยู่กับการตรวจสอบคุณสมบัติและการดำเนินการตามเงื่อนไข ไม่ควรถือว่าใบสมัครที่ส่งสำเร็จคือการได้รับอนุมัติเงินสนับสนุนแล้ว
โซลาร์เซลล์แบบไหนที่เข้าเงื่อนไขโครงการ
โครงการนี้เน้นการติดตั้ง Solar Rooftop หรือระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา สำหรับบ้านอยู่อาศัย ไม่ควรเหมารวมว่าระบบติดตั้งบนพื้นดินหรือระบบลอยน้ำจะเข้าร่วมโครงการได้ด้วย หากประกาศทางการไม่ได้ระบุรองรับไว้โดยชัดเจน
สำหรับขนาดระบบที่กำหนด ผู้สมัครสามารถติดตั้งระบบใหม่หรือติดตั้งเพิ่มจากระบบเดิมได้ โดยส่วนที่ติดตั้งตามโครงการต้องมีกำลังการผลิตตั้งแต่ 5-10 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ และมีอุปกรณ์หลักตามเงื่อนไข เช่น แผงโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์ กรณีติดตั้งเพิ่มจากระบบเดิม ควรตรวจสอบรายละเอียดเรื่องขนาดกำลังผลิตและการเชื่อมต่อกับการไฟฟ้าให้แน่ชัดก่อนว่าระบบเดิมและส่วนที่ติดตั้งเพิ่มต้องดำเนินการอย่างไร
เงื่อนไขติดตั้งและรับเงินสนับสนุนที่ต้องรู้
นอกจากคุณสมบัติผู้สมัครแล้ว ยังมีข้อกำหนดด้านการติดตั้งและระยะเวลาที่ควรตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน ได้แก่
-
ขนาดระบบ : ข้อมูลโครงการระบุขนาดติดตั้ง 5-10 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ และมีเงื่อนไขเฉพาะกรณีติดตั้งเพิ่มจากระบบเดิม
-
ผู้ติดตั้ง : ต้องเลือกการไฟฟ้าหรือผู้ให้บริการติดตั้งที่ขึ้นทะเบียนและเข้าเงื่อนไขของโครงการ
-
วันที่ในใบกำกับภาษี : ต้องเป็นวันที่ 27 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
-
การยื่นขอเชื่อมต่อระบบ : ต้องดำเนินการภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2570
-
กำหนดเชื่อมต่อระบบให้สำเร็จ : ภายในวันที่ 30 กันยายน 2570 ตามเงื่อนไขโครงการ
-
กำหนดใช้สิทธิเงินสนับสนุน : ต้องดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารและการขอรับสิทธิภายในวันที่ 30 กันยายน 2570 ตามที่กำหนด
เงินสนับสนุนไม่ใช่เงินที่ได้รับทันทีหลังลงทะเบียน โดยผู้สมัครต้องผ่านการตรวจสอบและดำเนินการติดตั้งให้ครบตามเงื่อนไขก่อน การจ่ายเงินจะเป็นไปตามขั้นตอนที่โครงการกำหนด ซึ่งอาจแตกต่างกันตามรูปแบบการชำระเงินหรือการขอสินเชื่อ
ก่อนเซ็นสัญญาหรือติดตั้ง ควรสอบถามผู้ให้บริการและการไฟฟ้าให้ชัดเจนว่าเอกสารใดใช้ยืนยันสิทธิได้ วันเริ่มติดตั้งมีผลอย่างไร และต้องทำขั้นตอนใดให้เสร็จก่อนวันครบกำหนด
ติดโซลาร์เซลล์แล้วคุ้มไหม ประหยัดค่าไฟได้เท่าไหร่
คำตอบขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ไฟของแต่ละบ้านเป็นสำคัญ บ้านที่มีคนอยู่ช่วงกลางวันและใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นประจำ เช่น เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น หรือปั๊มน้ำ มักมีโอกาสใช้ไฟที่ผลิตได้เองมากกว่าบ้านที่ไม่มีคนอยู่ในช่วงกลางวัน โดยประโยชน์จากโซลาร์เซลล์แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน ได้แก่
- ค่าไฟที่ประหยัดได้ : เกิดจากการนำไฟฟ้าที่ผลิตได้มาใช้เองแทนการซื้อไฟจากการไฟฟ้า
- รายได้จากการขายไฟ : เกิดจากไฟฟ้าส่วนเกินที่ส่งเข้าระบบและได้รับการรับซื้อตามสัญญา
ตัวอย่างคำนวณความคุ้มค่าเบื้องต้น
ตัวอย่าง :
- ค่าติดตั้งโซลาร์เซลล์ 140,000 บาท
- เงินสนับสนุน (สมมติ) 50,000 บาท
- ต้นทุนสุทธิที่ต้องจ่ายเอง 90,000 บาท
- ประหยัดค่าไฟต่อเดือน (สมมติ) 1,200 บาท
- รายได้จากการขายไฟต่อเดือน (สมมติ) 500 บาท
- ประโยชน์รวมต่อเดือน 1,700 บาท
- ระยะเวลาคืนทุนโดยประมาณ 53 เดือน หรือ 4 ปี 5 เดือน
*** ตัวเลขนี้สมมติว่าประโยชน์รวมคงที่เดือนละ 1,700 บาท และยังไม่รวมค่าบำรุงรักษา การเปลี่ยนอุปกรณ์ ดอกเบี้ยเงินกู้ หรือความเปลี่ยนแปลงของปริมาณผลิตไฟฟ้า จึงไม่ใช่การรับประกันระยะเวลาคืนทุน
จากตัวอย่างนี้ หากประหยัดค่าไฟและขายไฟได้ตามที่คาดไว้ ก็อาจใช้เวลาประมาณ 4 ปี 5 เดือนจึงจะคืนทุน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการคำนวณเบื้องต้น ไม่ใช่การรับประกันว่าจะได้รับเงินสนับสนุนเต็มจำนวนหรือคืนทุนได้ภายในระยะเวลานี้ เพราะผลลัพธ์จริงขึ้นอยู่กับปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ พฤติกรรมการใช้ไฟ ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และดอกเบี้ยเงินกู้ (ถ้ามี)
ก่อนติดตั้งจึงควรนำค่าไฟย้อนหลังมาประเมินร่วมกับการใช้ไฟในช่วงกลางวัน ขอใบเสนอราคาจากผู้ติดตั้งหลายราย และคำนวณจากต้นทุนที่ต้องจ่ายจริงหลังได้รับอนุมัติเงินสนับสนุน เพื่อให้เห็นความคุ้มค่าได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนสมัคร
แม้จะลงทะเบียนโครงการแล้ว ก็ยังควรประเมินความพร้อมของบ้านและงบประมาณก่อนเริ่มติดตั้ง โดยมีสิ่งที่ควรตรวจสอบดังนี้
-
บิลค่าไฟฟ้า : รวบรวมข้อมูลย้อนหลัง 6-12 เดือน เพื่อดูปริมาณการใช้ไฟและแนวโน้มค่าใช้จ่าย
-
ข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้า : ตรวจสอบชื่อเจ้าของมิเตอร์และหมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้าให้ตรงกับข้อมูลสมัคร
-
พื้นที่ติดตั้ง : ประเมินความแข็งแรงของหลังคา ทิศทางแดด และเงาบดบัง
-
ใบเสนอราคา : เปรียบเทียบราคา แบรนด์อุปกรณ์ ระยะเวลารับประกัน และบริการหลังการขายจากผู้ติดตั้งหลายราย
-
ระบบไฟฟ้า : สอบถามเรื่องอินเวอร์เตอร์ อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า มิเตอร์ และขั้นตอนการเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า
-
เอกสารสำคัญ : เก็บสัญญา ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี และหลักฐานการติดตั้งไว้ให้ครบ
*** ไม่ควรรีบติดตั้งเพียงเพราะต้องการให้ทันกำหนดเวลา หากยังไม่แน่ใจว่าระบบและผู้ให้บริการเข้าเงื่อนไขหรือไม่ ควรสอบถามการไฟฟ้าก่อน เพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายที่อาจทำให้เสียสิทธิรับเงินสนับสนุน
ระวังมิจฉาชีพแอบอ้างโครงการโซลาร์เซลล์
- สมัครผ่านเว็บไซต์ที่ กฟน. หรือ กฟภ. ประกาศอย่างเป็นทางการ
- อย่าโอนเงินค่าจองสิทธิ์ให้บุคคลที่อ้างว่าช่วยให้ได้รับเงินสนับสนุน
- ไม่กดลิงก์จาก SMS หรือ LINE ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
- ตรวจสอบชื่อบริษัทและมาตรฐานอุปกรณ์ก่อนเซ็นสัญญา
- อย่าเปิดเผยรหัสผ่านหรือรหัส OTP ให้ผู้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่
- หากมีข้อสงสัย ให้โทรสอบถาม กฟน. 1130 หรือ กฟภ. 1129 โดยตรง
โซลาร์ภาคประชาชน 2569 ต่างจากโครงการเดิมอย่างไร
แม้จะเป็นมาตรการเกี่ยวกับการติดตั้งโซลาร์เซลล์เหมือนกัน แต่โครงการรับซื้อไฟฟ้าเดิมกับมาตรการสนับสนุนใหม่มีจุดประสงค์และสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน โดยสรุปได้ดังนี้
- โครงการรับซื้อไฟฟ้าเดิม เน้นส่งเสริมให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์และขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้การไฟฟ้า โดยมีอัตรารับซื้อ 2.20 บาทต่อหน่วย และระยะเวลารับซื้อ 10 ปี ตามเงื่อนไขของโครงการเดิม ทั้งนี้ ไม่ได้มีเงินสนับสนุนค่าติดตั้ง 50,000 บาทเป็นสิทธิประโยชน์ของโครงการดังกล่าว
- มาตรการสนับสนุนใหม่ มีแนวทางช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง โดยเสนอเงินสนับสนุนสูงสุดครัวเรือนละ 50,000 บาท ตั้งเป้าหมาย 1 ล้านสิทธิ์ พร้อมเตรียมแนวทางสินเชื่อสำหรับผู้ที่ต้องการเงินทุนเพิ่มเติม ส่วนการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินมีกรอบนโยบายระบุอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลา 20 ปี แต่ต้องตรวจสอบเงื่อนไขและสัญญาที่ใช้จริงอีกครั้ง
*** เงินสนับสนุนและเงื่อนไขรับซื้อไฟฟ้าของมาตรการใหม่ควรยึดตามประกาศที่มีผลบังคับใช้จริง ไม่ควรนำรายละเอียดของโครงการเดิมมาใช้แทนกันโดยอัตโนมัติ
โซลาร์ภาคประชาชน 2569 ควรสมัครเลยไหม
โครงการโซลาร์ภาคประชาชน 2569 เป็นมาตรการที่น่าติดตามสำหรับครัวเรือนที่ต้องการลดค่าไฟในระยะยาว โดยเฉพาะบ้านที่ใช้ไฟฟ้ามากในช่วงกลางวันและมีพื้นที่ติดตั้งเหมาะสม แต่ก่อนตัดสินใจควรแยกให้ชัดระหว่างเงินสนับสนุนที่ประกาศไว้ แนวทางสินเชื่อ และสัญญารับซื้อไฟฟ้าของโครงการที่สมัครจริง
สำหรับผู้ที่สนใจ แนะนำให้ตรวจสอบเว็บไซต์การไฟฟ้าที่รับผิดชอบ เตรียมข้อมูลการใช้ไฟฟ้า และเปรียบเทียบต้นทุนสุทธิกับประโยชน์ที่จะได้รับ อย่าคำนวณจากเงินขายไฟเพียงอย่างเดียว เพราะการประหยัดค่าไฟจากการใช้ไฟที่ผลิตเองเป็นส่วนสำคัญของความคุ้มค่าเช่นกัน
โซลาร์ภาคประชาชน 2569 เป็นอีกมาตรการที่น่าติดตามสำหรับผู้ที่ต้องการลดค่าไฟและหันมาใช้พลังงานสะอาด ก่อนตัดสินใจติดตั้ง อย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขการรับสิทธิ ค่าใช้จ่าย และความคุ้มค่าให้รอบด้าน เพื่อวางแผนให้เหมาะกับการใช้ไฟฟ้าของแต่ละครัวเรือน
หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง






