ชวนทำความรู้จักต้นไม้ดอกสีเหลืองที่หลายคนคุ้นตา บานสะพรั่งให้เห็นตามริมถนนและข้างทางทั่วเมือง พร้อมข้อมูลลักษณะเด่นและวิธีปลูกสำหรับคนที่อยากนำความสดใสแบบนี้ไปเติมสีสันให้สวนที่บ้าน

ช่วงที่ดอกไม้สีเหลืองบานสะพรั่งไปทั่วเมือง หลายคนคงสะดุดตากับไม้ยืนต้นริมทางที่ออกดอกสดใสเต็มต้นจนแทบลืมมองใบ นอกจากช่วยเติมสีสันให้ถนนและสวนสวยน่ามองแล้ว ไม้ยืนต้นเหล่านี้ยังให้ร่มเงาและปลูกดูแลง่าย เหมาะกับคนที่อยากเพิ่มความสดใสให้บ้าน พร้อมได้ประโยชน์จากต้นไม้ใหญ่ในระยะยาว
ต้นไม้ดอกสีเหลือง
1. ต้นทองอุไร

นับเป็นต้นไม้มงคลอีกหนึ่งชนิดที่คนไทยนิยมปลูก ซึ่งมีความเชื่อกันว่าหากบ้านใดปลูกทองอุไรไว้ที่บ้าน จะช่วยส่งเสริมดวงชะตาให้มีความเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่งไปด้วยทรัพย์สินเงินทอง อีกทั้งยังส่งเสริมบารมีและวาสนาให้กับผู้ปลูกอีกด้วย ส่วนของชื่อนั้นก็แตกต่างออกไปตามท้องถิ่น เช่น ดอกละคร พวงอุไร และสร้อยทอง ลำต้นเป็นไม้พุ่มเรือนยอดทรงกลมหรือรูปไข่ ความสูงประมาณ 2-5 เมตร ไม่ผลัดใบ ใบคล้ายรูปหอก ขอบใบหยัก ใต้ใบมีขนละเอียด มักจะออกดอกช่วงกลางปีระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายน ซึ่งดอกทองอุไรจะมีสีเหลืองสด ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ลักษณะของดอกคล้ายรูปแตร ปลายกลีบดอกแยกเป็น 5 กลีบ หากจะนำไปจัดสวนควรปลูกในดินที่ระบายน้ำดี เช่น ดินร่วน มีความชื้นปานกลาง และโดนแดดเต็มวัน บำรุงด้วยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์และหมั่นตัดแต่งกิ่งอยู่เสมอก็จะช่วยทำให้มีดอกสวยงามและได้ชมดอกตลอดทั้งปี
2. ต้นประดู่

อีกหนึ่งต้นไม้มงคลประจำบ้าน ที่คนโบราณเชื่อกันว่า หากปลูกแล้วจะทำให้เกิดความปรองดอง ร่วมมือร่วมใจ และสามัคคี ซึ่งมีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ลำต้นตั้งตรงความสูงประมาณ 15-30 เมตร ยอดเป็นพุ่มทรงกลม แตกกิ่งก้านสาขาน้อย ใบออกรวมกันเป็นช่อ โคนมนปลายแหลม ผิวใบเป็นมันสีเขียว ขอบใบเรียบ ใบจะร่วงมากในช่วงฤดูร้อน ก่อนผลิดอกในช่วงย่างเข้าฤดูฝน ลักษณะของดอกออกเป็นช่อตรงโคนก้านใบและปลายกิ่ง ดอกขนาดเล็กแต่มีกลิ่นหอมแรง และส่งกลิ่นหอมได้ไกล เหมาะสำหรับปลูกในดินร่วนปนทราย ดินทราย หรือดินร่วนปนดินเหนียว แต่ต้องระบายน้ำได้ดี พื้นที่ปลูกมีแสงแดดเต็มวัน และรดน้ำวันละ 1 ครั้ง
3. ต้นรวงผึ้ง

เหตุที่ต้นรวงผึ้งถูกยกให้เป็นต้นไม้ประจำราชกาลที่ 10 นั้น นอกจากจะเป็นเพราะว่ามีสีเหลืองอร่ามและผลิดอกช่วงวันพระราชสมภพแล้ว พระองค์มักจะทรงนำต้นไม้ชนิดนี้ไปปลูกและพระราชทานให้กับราษฎรขณะเสด็จพระราชดำเนินไปประกอบพระราชกรณียกิจตามสถานที่ต่าง ๆ มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ทรงพุ่มมน ผิวใบสีเขียวส่วนใต้ใบเป็นสีน้ำตาล ออกดอกตามซอกใบช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม มีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นน้ำผึ้งตลอดทั้งวัน ไม่ต้องการดูแลมาก ใบร่วงน้อย ทั้งนี้ขึ้นได้ดีทั้งที่แห้งและค่อนข้างชื้น ทนแล้งได้ดี เหมาะสำหรับปลูกในที่แจ้งมีแดดส่องถึงตลอดทั้งวัน
4. ต้นเหลืองปรีดียาธร

ไม่ต้องแปลกใจหากจะรู้สึกคุ้นหูกับชื่อของต้นไม้ชนิดนี้ ก็เป็นเพราะว่าชื่อของเหลืองปรีดียาธรนั้น ตั้งตามนามของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล นักการเมืองและอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หลังจากที่มีการนำต้นตาเบบูญ่าจากอเมริกาใต้เข้ามาขึ้นทะเบียนในไทย ซึ่งมีอีกหนึ่งชื่อเรียกว่า ตาเบเหลือง ลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กความสูงไม่เกิน 8 เมตร โตช้า ผลัดใบ โดยใบของต้นเหลืองปรีดียาธรมีลักษณะแบบใบประกอบคล้ายนิ้วมือ ทรงรีขอบเรียบ มีสีเขียวเคลือบเงิน ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลืองเชื่อมติดกันคล้ายรูปแตร บานสะพรั่งในช่วงต้นปีระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม เหมาะสำหรับปลูกในดินร่วน ระบายน้ำได้ดี ชอบน้ำปานกลาง และแสงแดดจัด ทนแล้งได้ดี
5. ต้นนนทรี

ต้นนนทรี หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า กระถินป่า กระถินแดง หรือสารเงิน เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่สามารถโตได้ถึง 25 เมตร ลำต้นเป็นทรงพุ่ม ลักษณะเป็นใบขนาดเล็กคล้ายใบมะขาม ขึ้นเป็นคู่ประมาณ 10-15 คู่ต่อก้าน ทรงรีมนทั้งโคนใบและปลายใบ ขอบใบเรียบ ใต้ใบสีอ่อนกว่าด้านบนของใบเล็กน้อย ออกดอกเป็นช่อตรงปลายยอด ประกอบด้วยดอกย่อย 15-30 ดอก จะเริ่มผลิดอกตั้งแต่เดือนมีนาคมไปจนถึงมิถุนายน เนื่องจากมีใบหนาแน่นจึงนิยมปลูกให้ร่มเงา แต่ก็ไม่ควรปลูกใกล้บ้านจนเกินไปเพราะกิ่งค่อนข้างเปราะ ไม่ทนแรงลม อาจแตกหักได้ ส่วนการเพาะปลูกสามารถปลูกได้ในดินทุกประเภท ทนแล้งทนแดดได้ดี นอกจากนี้นนทรียังจัดอยู่ในพืชตระกูลถั่ว ดังนั้นใบแก่ที่ร่วงจากต้นยังกลายเป็นปุ๋ยเพิ่มสารให้ดินได้อีกด้วย โดยดูแลง่าย ๆ ด้วยการหมั่นตัดแต่งทรงต้นอย่างน้อยปีละครั้ง
![ไม้ยืนต้นดอกสีเหลือง ต้นทรงบาดาล ไม้ยืนต้นดอกสีเหลือง]()
![ไม้ยืนต้นดอกสีเหลือง ต้นราชพฤกษ์ ไม้ยืนต้นดอกสีเหลือง]()
![ไม้ยืนต้นดอกสีเหลือง ต้นเหลืองอินเดีย ไม้ยืนต้นดอกสีเหลือง]()
![ไม้ยืนต้นดอกสีเหลือง ต้นสุพรรณิการ์ ไม้ยืนต้นดอกสีเหลือง]()
![ไม้ยืนต้นดอกสีเหลือง ต้นจานทองเหลือง ไม้ยืนต้นดอกสีเหลือง]()
6. ต้นทรงบาดาล

ทรงบาดาล หรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกกันว่า ขี้เหล็กบ้าน ขี้เหล็กหวาน สะเกิ้ง และสะโก้ง เป็นพรรณไม้จากต่างประเทศ ที่นิยมนำมาปลูกจัดสวนเพราะเข้ากับสภาพอากาศของไทยได้ดี ลักษณะทรงบาดาลเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กความสูงประมาณ 5-10 เมตร ลักษณะเป็นใบประกอบคือ แตกเป็นใบเล็ก ๆ สลับซ้าย-ขวาตามกิ่งใบ ท้องใบมีขนเล็กน้อย ออกดอกเป็นช่อสีเหลืองอร่าม แต่ละดอกมีกลีบ 5 กลีบ และสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี ทั้งนี้ต้นทรงบาดาลสามารถปลูกได้ในดินทุกชนิด แต่จะเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในดินร่วนและพื้นที่ที่มีแสงแดดจัด ไม่ต้องรดน้ำบ่อย เพราะไม่ชอบน้ำมาก
7. ต้นราชพฤกษ์

ต้นราชพฤกษ์ หรือ คูน ต้นไม้มงคลนามที่สื่อถึงความมีอำนาจวาสนาและเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองด้วยดอกสีเหลืองอร่ามดั่งทองคำ ซึ่งถูกยกย่องให้เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางความสูงประมาณ 10-20 เมตร ทรงพุ่มรูปร่มที่ดูโปร่งตา ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสีเขียวสด จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์คือการผลัดใบจนเกลี้ยงต้นในช่วงฤดูร้อน (ประมาณเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม) เพื่อทิ้งทวนด้วยการบานสะพรั่งของดอกสีเหลืองสดที่ห้อยระย้าลงมาเป็นช่อ ดูสวยงามตระการตาและทนทานต่อสภาพอากาศที่แห้งแล้งได้ดีเยี่ยม ราชพฤกษ์ชอบดินร่วนซุยหรือดินปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี ต้องการแสงแดดจัดตลอดทั้งวัน และไม่จำเป็นต้องรดน้ำบ่อยเมื่อต้นโตเต็มที่ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับปลูกประดับสวนหรือริมถนนเพื่อเพิ่มความสว่างไสวให้กับพื้นที่ในช่วงหน้าร้อน
8. ต้นเหลืองอินเดีย

ไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงกลางที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม โดยมีความสูงเฉลี่ยประมาณ 5-9 เมตร ทรงพุ่มแผ่กว้างกึ่งโปร่ง ใบมีลักษณะเป็นรูปรีมีขนอ่อนนุ่มปกคลุม จุดเด่นที่ทำให้หลายคนหลงรักคือ "ความพร้อมใจกันบาน" ในช่วงฤดูร้อน (มกราคม-เมษายน) ซึ่งต้นจะผลัดใบจนหมดเหลือเพียงกิ่งก้าน ก่อนจะแทนที่ด้วยดอกรูปทรงระฆังสีเหลืองสดใสที่ออกรวมกันเป็นช่อกระจุกแน่นตามปลายกิ่ง เปลี่ยนทั้งต้นให้กลายเป็นสีเหลืองทองอร่ามตา แม้ดอกจะบานให้ชมเพียงระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 2-3 วันแล้วร่วงหล่นกลายเป็นพรมสีเหลืองบนพื้นดิน แต่ก็สร้างความประทับใจได้ทุกครั้งที่เห็น เหลืองอินเดียปลูกง่าย ทนแล้งได้ดีเยี่ยม ชอบดินร่วนและการระบายน้ำที่ดี ควรปลูกในพื้นที่ที่มีแสงแดดจัดตลอดทั้งวันเพื่อให้ต้นสะสมอาหารและออกดอกได้อย่างเต็มที่
9. ต้นสุพรรณิการ์

ต้นสุพรรณิการ์ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ "ฝ้ายคำ" เป็นไม้มงคลขนาดกลางที่โดดเด่นด้วยดอกสีเหลืองทองขนาดใหญ่สะดุดตา มีความสูงประมาณ 7-15 เมตร ลำต้นมีเปลือกเรียบสีเทาและกิ่งก้านที่โปร่งพริ้ว ใบมีลักษณะเว้าเป็นแฉกคล้ายนิ้วมือซึ่งจะร่วงหล่นจนหมดต้นในช่วงฤดูหนาว (ประมาณเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์) เพื่อเปิดทางให้ดอกสีเหลืองสดกลีบบางซ้อนกันคล้ายดอกกุหลาบ บานสะพรั่งเต็มกิ่งก้านอย่างสง่างามโดยไม่มีใบมาบดบัง ดูสวยงามราวกับภาพวาดท่ามกลางท้องฟ้าสีคราม สุพรรณิการ์เป็นต้นไม้ที่เติบโตได้ดีในดินเกือบทุกชนิดโดยเฉพาะดินร่วนซุย ชอบแสงแดดจัดตลอดวัน ทนแล้งได้ดีเยี่ยม และดูแลรักษาง่าย ไม่ต้องประคบประหงมมากแต่ให้ความสวยงามคุ้มค่ากับการรอคอยในทุกปี
10. ต้นจานสีเหลือง (ทองกวาว)

ต้นจานสีเหลือง หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ "ทองกวาวเหลือง" เป็นไม้มงคลขนาดกลางที่มีความสูงประมาณ 5-15 เมตร โดดเด่นด้วยรูปทรงลำต้นที่มักจะคดงอไปมาดูมีเอกลักษณ์ มีใบขนาดใหญ่หนาสีเขียวเข้ม ผิวสัมผัสค่อนข้างสาก จุดเด่นที่สะดุดตาที่สุดคือช่วงฤดูหนาวต่อฤดูร้อน (มกราคม-มีนาคม) ที่ต้นจะผลัดใบจนเกลี้ยงเพื่ออวดโฉมช่อดอกสีเหลืองสดใสรูปทรงคล้าย "ปากนกแก้ว" หรือ "เขี้ยวหมาป่า" ที่จับกลุ่มกันแน่นตามกิ่งก้าน ดูฟูเต็มต้นราวกับเปลวไฟสีเหลืองทองที่สว่างไสวท่ามกลางแดดจ้า ต้นจานสีเหลืองชอบดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี ทนต่อความแห้งแล้งได้ดีเยี่ยม และต้องการแสงแดดจัดตลอดทั้งวันเพื่อให้ดอกบานสะพรั่งอย่างเต็มที่ นับเป็นต้นไม้ที่ให้ความรู้สึกพื้นบ้าน แข็งแรง และงดงามอย่างไทย
ไม้ยืนต้นแต่ละสายพันธุ์ไม่ได้มีดีแค่ความสวยสะพรั่งเวลาออกดอกหรือให้ร่มเงาเท่านั้น แต่ยังช่วยเติมชีวิตชีวาและสีสันให้บ้านดูร่มรื่นน่าอยู่มากขึ้น ใครกำลังมองหาต้นไม้ไว้จัดสวน บอกเลยว่าเลือกปลูกสักต้น รับรองว่าคุ้มค่าและสร้างความประทับใจได้ในระยะยาว
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ดอกไม้สีเหลือง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก อุทยานสวนจตุจักร, อุทยานหลวงราชพฤกษ์, สารานุกรมพันธุ์ไม้, สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย และสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์





