x close

10 ต้นไม้ยอดฮิต ที่ถูกค้นหามากที่สุดจาก Google Trend ปี 2021

เปิดลิสต์ต้นไม้ 10 สายพันธุ์ที่ถูกค้นหามากที่สุดจาก Google Trend ในปี 2021 จะมีต้นอะไรกันบ้างที่อยู่ในกระแสและคนให้ความสนใจมากที่สุด ตามไปดูกันเลย 

เรียกได้ว่าปีที่ผ่านมากระแสของการปลูกต้นไม้มาแรงมากจริง ๆ เพราะนอกจากจะทำเป็นงานอดิเรกเปลี่ยนบ้านให้ดูสดชื่นและน่ามองมากขึ้นแล้ว ต้นไม้บางชนิดที่เป็นที่ต้องการของตลาด เช่น บอนสี กล้วยด่าง รวมไปถึงสมุนไพรที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโควิดและพืชชนิดอื่น ๆ ที่สามารถปลูกขายสร้างรายได้ได้ก็ได้รับความสนใจไม่น้อย วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอรวบรวมรายชื่อและข้อมูลของ 10 อันดับต้นไม้ที่มีการค้นหามากที่สุดในปี 2021 จาก Google Trend มาฝากกันค่ะ 

1. ต้นบอนสี

ต้นบอนสี

เริ่มกันที่ต้นบอนสี (Fancy Leaf Caladium) ที่ได้รับการขนานนามว่า "ราชินีใบไม้" ต้นไม้ที่มาแรงเป็นอันดับต้น ๆ นอกจากจะมีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกปลูกแล้ว แต่ละสายพันธุ์ก็ยังมีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป ยิ่งมีความแปลกและหายากมากเท่าไร ก็จะยิ่งเป็นที่ต้องการของเหล่านักสะสมมากขึ้นเท่านั้น ส่วนราคาขึ้นอยู่กับขนาด ฟอร์มต้น และสายพันธุ์ มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่น นอกจากนี้ยังถือเป็นต้นไม้มงคล ที่เชื่อกันว่าจะนำความสุข-ความเจริญมาให้กับคนในบ้าน 

ลักษณะของบอนสี จัดเป็นไม้ประดับล้มลุก มีหัวใต้ดิน แตกใบเป็นกอ จุดเด่นอยู่สีและลวดลายของใบ โดยแบ่งได้ 4 ประเภทหลัก ๆ ตามรูปทรงของใบ ประกอบด้วยบอนใบไทย บอนใบกลม บอนใบยาว และบอนใบกาบ สำหรับคนที่อยากเลี้ยงบอนสีก็สามารถปลูกได้ทั้งกลางแจ้งและในบ้าน แต่ควรวางกระถางในที่มีแดดรำไร ไม่โดนแสงแดดตรง ๆ โดยเฉพาะในช่วงบ่าย ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรวางบริเวณที่เป็นมุมอับแสง เพราะอาจจะทำให้สีใบไม่สวยและใบร่วงได้ง่าย 

2. ต้นดีหมี

ต้นดีหมี

ต้นดีหมี จัดเป็นไม้ต้นที่สามารถสูงได้ถึง 20 เมตร มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น อาทิ กาดาวกระจาย กาไล ดินหมี ฯลฯ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cleidion speciflorum Merr. จัดอยู่ในวงศ์ Euphorbiaceae ลักษณะใบเป็นทรงรีแกมใบหอก ขอบใบหยัก ออกดอกเป็นช่อยาว มีผลเล็กกลม ขนาด 2-3.5 เซนติเมตร ส่วนใหญ่จะพบตามป่าดงดิบริมน้ำ พบได้ทั่วไปในหลายประเทศทั้งอเมริกาใต้ ตอนใต้ของจีน พม่า มาเลเซีย และไทย นำมาใช้ประโยชน์ได้หลายด้าน อาทิ ปลูกจัดสวนให้ร่มเงา อีกทั้งเปลือกสามารถบรรเทาอาการปวดท้อง และกินเมล็ดช่วยระบายได้อีกด้วย

3. ต้นกระท่อม

ต้นกระท่อม

ต้นกระท่อม (Kratom) ท่อม หรืออีถ่าง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Mitragyna speciosa Korth. เป็นไม้ยืนต้นเนื้อแข็งและมีขนาดใหญ่ ความสูงประมาณ 10-15 เมตร มีก้านใบสีแดง และใบเดี่ยวสีเขียว มีดอกสีขาวอมเหลืองขนาด 3-5 เซนติเมตร ในประเทศไทยพบได้ทั้งภาคกลางและภาคใต้ โดยเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2564 ก็ได้มีประกาศปลดล็อกกระท่อมจากบัญชียาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ทำให้สามารถปลูกพืชชนิดนี้รวมถึงซื้อ-ขายได้เสรีมากขึ้น แต่หากต้องการทำในเชิงอุตสาหกรรมหรือนำกระท่อมมาแปรรูป จะต้องขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน 

สรรพคุณของกระท่อมก็มีหลายอย่างเลยทีเดียว เพราะสารสำคัญที่เรียกว่า ไมทราไจนีน (Mitragynine) จะช่วยบรรเทาอาการปวดต่าง ๆ ได้ แต่อย่างไรก็ก่อนนำมาบริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางสาธารณสุขหรือหมอพื้นบ้านก่อน เพราะอาจจะเกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน อีกทั้งหากกินต่อเนื่องเป็นเวลานานก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ ส่งผลให้ผิวหนังสีคล้ำขึ้นและเกิดภาวะติดการใช้ได้ 

4. ต้นฟ้าทะลายโจร

ต้นฟ้าทะลายโจร

สมุนไพรไทยที่หลายคนให้ความสนใจไม่แพ้กัน หลังจากมีข้อมูลว่า ฟ้าทะลายโจรมีสารแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ที่ช่วยกระตุ้นการภูมิคุ้มกัน บรรเทาอาการติดเชื้อจากหนักให้เป็นเบาได้ และต่อมาก็มีการเพิ่มยาสารสกัดจากฟ้าทะลายโจร และยาจากผงฟ้าทะลายโจร ในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร เพื่อใช้รักษาโรคโควิด 19 ในราชกิจจานุเบกษา ก็ยิ่งส่งผลให้เป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น 

ลักษณะของฟ้าทะลายโจร (Kariyat, The Creat) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Andrographis paniculata (Burm.f.) Wall.ex Nees เป็นพืชล้มลุก มีรสขมทุกส่วน ใบมีเขียวเข้มผิวมัน ออกดอกสีขาวออกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่ง เก็บเกี่ยวได้เมื่อต้นมีอายุประมาณ 3-5 เดือน และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งต้นและใบ 

    โดยเพจ เฟซบุ๊ก สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้ให้คำแนะนำการปลูกฟ้าทะลายโจรง่าย ๆ ไว้ว่า สามารถทำได้ 2 วิธีคือ การเพาะเมล็ดและการเพาะต้นกล้าที่มีอายุมากกว่า 30 วัน ทั้งนี้ควรรดน้ำสม่ำเสมอและให้น้ำอย่างเพียงพอ เมื่อต้นมีอายุได้ 3-6 เดือน ดอกจะเริ่มบาน สามารถเก็บใบในช่วงนี้ไปทำยาได้ หากต้องการตัดยอด ให้เหลือตอไว้แล้วรออีกประมาณ 1-3 เดือน ดอกก็จะเริ่มบานอีกครั้ง และสามารถเก็บใบมาทำยาได้ 2-4 ครั้งต่อต้น  

5. ต้นกล้วยด่าง

ต้นกล้วยด่าง

อีกหนึ่งต้นไม้ที่มาแรงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะหลังจากที่ราคาของกล้วยด่างพุ่งไปแตะหลักล้าน ซึ่งสิ่งที่ทำให้กล้วยด่างต่างจากต้นกล้วยทั่วไปและเป็นที่ต้องการของเหล่านักสะสมก็คือ ใบลายด่างขาวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและหายาก เพราะขึ้นอยู่ปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นดิน น้ำ แสงแดด รวมถึงสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ส่วนสายพันธุ์ที่นิยมปลูก ได้แก่ กล้วยแดงอินโดด่าง กล้วยฟลอริดาด่าง กล้วยน้ำว้าด่าง กล้วยตานีด่าง และกล้วยเทพพนมด่าง 

วิธีที่นิยมปลูกคือ เพาะเมล็ด เพาะเนื้อเยื่อ และการแยกหน่อ สำหรับการเลือกดินควรเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำได้ดี ช่วงเวลาในการปลูกคือ ฤดูฝนหรือประมาณตั้งแต่พฤษภาคม เพราะมีความชื้นสูง เหมาะกับการเจริญเติบโต 

6. ต้นโกฐจุฬาลัมพา

ต้นโกฐจุฬาลัมพา

นอกจากจะเป็นทราบกันดีกว่า ต้นโกฐจุฬาลัมพา มีสรรพคุณแก้ไข้ ลดเสมหะ แก้หืด แก้ไอ รวมถึงใช้เป็นยาช่วยขับเหงื่อได้แล้ว โกฐจุฬาลัมพา ยังกลายเป็นสมุนไพรที่จับตามองหลังจากมีผลวิจัยในสหรัฐฯ พบว่า โกฐจุฬาลัมพาสามารถต้านโควิด-19 ได้เป็นผลสำเร็จในห้องปฏิบัติ ถึงแม้จะต้องรอผลการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อยืนยันความชัดเจนจากแพทย์และการทดลองด้านอื่น ๆ เป็นก็ถือเป็นข่าวดีไม่น้อยเลยทีเดียว 

ต้นโกฐจุฬาลัมพา (Sweet Wormwood Herb) เป็นไม้ล้มลุกอายุ 1 ปี ลำต้นมีขนประปรายและมีกลิ่นแรง มีใบเดี่ยว ขอบใบหยักลึกแบบขนนก ก้านใบสั้น มีดอกออกเป็นช่อ ทรงกลม สีเหลืองถึงสีเหลืองเข้ม มีต้นกำเนิดในหลายทวีป ทั้งอเมริกา ยุโรป แอฟริกา รวมถึงเอเชีย โดยเฉพาะในจีน สำหรับในประเทศไทยได้มีการนำเข้ามาทดลองปลูกและพบว่าสามารถเจริญเติบโตได้ดีในทุกฤดู โดยจะออกดอกกับให้ผลมากในช่วงเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน นิยมขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ ปลูกในดินผสมขี้เถ้าแกลบ และรดน้ำให้ชุ่มชื่นอยู่เสมอ 

7. ต้นเศรษฐีพันล้าน

ต้นเศรษฐีพันล้าน

ต้นเศรษฐีพันล้าน (Kalanchoe Laetivirens) จัดเป็นต้นไม้มงคลที่เชื่อกันว่า จะช่วยเสริมเรื่องเงินทองและโชคลาภให้กับผู้ปลูก เป็นต้นไม้ดูแลง่ายและโตไว ในลำต้นอวบน้ำ ใบรูปไข่ โคนใบสอบ ปลายใบแหลม สีเขียวอ่อน ใบสามารถยาวได้ถึง 20 เซนติเมตร และกว้างได้ถึง 7.5 เซนติเมตร ขอบใบหยักและมีต้นอ่อนเล็ก ๆ งอกออกมา โดยสามารถนำส่วนนี้ไปเพาะพันธุ์ต่อได้ เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนระบายน้ำได้ดี เหมาะสำหรับปลูกในที่มีแดดรำไร เพราะถ้าหากโดดแสงแดดแรงเกินไปจะทำให้ใบไหม้ได้ มักจะออกดอกสีชมพูในช่วงฤดูหนาว 

8. ต้นยางนา

ต้นยางนา

ต้นยางนา (Yang) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Dipterocarpus alatus Roxb. ex G.Don อยู่ในวงศ์ Dipterocarpaceae พบได้ทั่วไปในป่าดิบบริเวณที่ราบริมลำธาร และหลายประเทศในเอเชีย อาทิ อินเดีย พม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และทุกภาคของไทย เป็นไม้ต้นเมื่อโตเต็มที่จะมีความสูงถึง 40-50 เมตร ลักษณะลำต้นตรง มีเปลือกหนาสีเทาปนขาว เนื้อไม้เป็นสีน้ำตาลแดง ยอดต้นเป็นพุ่มกลมหนา ใบเป็นรูปไข่ ปลายแหลม โคนใบสอบ ผิวมีขนอ่อนและเห็นเส้นใบชัดเจน มักจะออกดอกช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ดอกสีชมพูออกเป็นช่อสั้น ๆ ตามปลายกิ่ง มีผลกลมและปีก 2 ปีก เมื่อผลแก่สามารถนำมาขยายพันธุ์ได้ 

การเพาะเมล็ดยางนาสามารถทำได้ เริ่มจากตัดปีกทั้ง 2 ข้างออก และนำไปเพาะในขี้เถ้าแกลบ ใช้เวลาประมาณ 5-6 วัน จะเริ่มมีรากงอกออกมา จากนั้นค่อยนำต้นกล้าไปปลูกต่อไป โดยจะเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี มีความชื้นสูง แต่ต้องไม่มีน้ำท่วมขังหรือดินแฉะจนเกินไป และปลูกไว้ในที่มีแดดรำไร  พร้อมทั้งใส่ปุ๋ยบำรุง 2 ครั้งต่อปี ทั้งนี้ต้นยางนาเป็นต้นไม้หวงห้าม ควรขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า เพื่อรับความคุ้มครองสิทธิ์เมื่อต้องการจะปลูกด้วย 

9. ต้นถุงเงินถุงทอง

 ต้นถุงเงินถุงทอง

ต้นถุงเงินถุงทอง (Xanthosoma Albomarginata) หรือต้นมิกกี้เมาส์ เป็นไม้ล้มลุกมีหัวใต้ดิน ความสูงประมาณ 3-5 ฟุต จุดเด่นอยู่ที่ใบมีลายด่างขาว ลักษณะใบเป็นทรงคล้ายรูปหัวใจ โคนใบเว้าลึกถึงสะดือ ปลายใบแหลม ก้านใบยาวอวบน้ำ เหมาะสำหรับปลูกในที่แดดรำไร เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนระบายน้ำได้ดี อุดมสมบูรณ์ และเก็บกักความชื้นแต่ไม่แฉะ ช่วงแรกควรรดน้ำ 2 วันต่อครั้ง ไม่ควรปล่อยให้ดินแห้งเกินไป และกลายเป็นอีกหนึ่งต้นไม้ที่คนนิยมปลูก เพราะเชื่อกันว่าเป็นต้นไม้มงคลช่วยเสริมด้านเมตตามหานิยม การเงิน และการค้าขาย 

10. ต้นกระเช้าสีดา

ต้นกระเช้าสีดา

ต้นกระเช้าสีดา หรือกระเช้าถุงทอง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Aristolochia indica L. เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยา ใช้เป็นยากระตุ้น ยาบำรุง และแก้พิษงูได้ ลักษณะลำต้นเป็นไม้เถา ใบรูปหอกโคนสอบปลายแหลม ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย มีดอกออกตามง่ามใบแต่มีกลิ่นเหม็น นอกจากนี้มีผลกลมเมื่อแก่จะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาล และแตกออกเป็น 6 พู รูปร่างคล้ายกระเช้าที่เป็นที่มาของชื่อนั่นเอง 

เฟินกระเช้าสีดา

นอกจากนี้ยังมีต้นไม้อีกหนึ่งชนิดที่มีชื่อเรียกเหมือนกันคือ เฟินชายผ้าสีดา (Staghorn Fern) หรือที่หลายเรียกกันว่า เฟินกระเช้าสีดา ต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในอินโดนีเซีย ส่วนใหญ่นิยมปลูกเป็นไม้แขวนสำหรับจัดสวนและประดับอาคารเพิ่มความสวยงาม โดยเฉพาะในส่วนของใบที่ดูพลิ้วไหวเหมือนชายผ้าหรือสไบของผู้หญิง และแม้ลำต้นจะอาศัยการเกาะตามไม้ใหญ่ เพราะเป็นเฟินอิงอาศัย (Epiphytes) แต่ก็ไม่ใช่กาฝาก เนื่องจากไม่ได้ดูดอาหารจากต้นไม้ที่อาศัยอยู่ ขยายพันธุ์ได้ด้วยการเพาะสปอร์ เจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม อาทิ ความชื้นสูงและมีแดดรำไร 

เรียกได้ว่าต้นไม้ทั้ง 10 ชนิดที่ถูกค้นหามากที่สุดจาก Google Trend ในปี 2021 นอกจากจะเป็นต้นไม้มงคลปลูกเสริมโชคลาภหรือจัดสวนแล้ว แต่ละชนิดยังมีประโยชน์ทางยา สามารถนำมาใช้ในการรักษาโรคได้อีกด้วย แถมบางต้นก็สามารถสร้างรายได้ถึงหลักล้านให้กับผู้ปลูกได้อีกด้วย หากสนใจต้นไม้ชนิดไหนก็ลองนำไปพิจารณากันดูนะคะ 

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
10 ต้นไม้ยอดฮิต ที่ถูกค้นหามากที่สุดจาก Google Trend ปี 2021 อัปเดตล่าสุด 19 มกราคม 2565 เวลา 08:22:37 40,729 อ่าน
TOP